ตั้งค่าการค้นหา


ช่วงราคา


แบรนด์


สินค้า : สินค้าแนะนำ

categories.productBar.categoryTitle :

ขาตั้งไมค์

(categories.productBar.product 2 categories.productBar.unit)

หมวดหมู่ :

ขาตั้งไมค์

(สินค้า 2 ชิ้น)

เลือกขาตั้งไมค์อย่างไรให้เหมาะกับการทำงาน

สำหรับผู้ใช้งานเครื่องเสียงสำหรับมืออาชีพประเภท ไมโครโฟน อุปกรณ์เสริมอย่างหนึ่งที่พูดได้ว่าขาดไปไม่ได้เลย และเป็นอุปกรณ์คู่ใจของไมโครโฟนนั่นคือ ขาตั้งไมค์ นั่นเอง ที่หลักๆ แล้วก็คือก้านวางยาวๆ ที่มีช่องสำหรับใส่ไทค์ที่ด้านบน ออกแบบมาเพื่อยกไมค์ขึ้นมาให้พอดีกับปากของผู้ใช้งานนั่นเอง และแม้จะเป็นอุปกรณ์เสริมที่ดูๆ แล้วก็ธรรมดาไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ แต่จริงๆ แล้วการเลือกซื้อ ขาตั้งไมค์ ดีๆ สักชิ้นให้ตอบโจทย์การใช้งาน และให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดก็จำเป็นที่จะต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนทุกครั้ง เพื่อที่ผู้ใช้งานจะได้ ขาตั้งไมค์ที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์การใช้งาน และคุ้มค่าคุ้มราคาที่ต้องเสียไปมากที่สุด โดยหลักการเลือกซื้อขาตั้งไมค์ให้เหมาะกับการทำงานนั้นมีดังนี้

1. เลือกให้ตรงกับลักษณะการใช้งาน : ข้อแรกที่ก็เหมือนกับการเลือกซื้ออุปกรณ์เครื่องเสียงทั่วๆ ไปก็คือ การเลือกซื้อ ขาตั้งไมค์ ให้ตรงกับจุดประสงค์และลักษณะการใช้งาน ว่าจะนำไปใช้งานทำอะไร นำไปใช้งานที่ไหน เช่นหากต้องการนำไปใช้วางไมค์หน้าเวทีสำหรับให้นักร้องหรือพิธีกรได้หยิบใช้ด้วยความสะดวก ก็ควรเลือกใช้ขาตั้งที่ยาว และแข็งแรง ไม่ล้มง่ายรวมถึงถอดไมค์เข้าออกได้ง่าย หรือหากต้องการขาไมค์สำหรับนำไปใช้ในงานคอนเสิร์ตที่นักร้องต้องเต้นหรือเดินไปมาก็ควรมองหา ขาตั้งไมค์ ที่มีความบาลานซ์ ไม่โยกหรือล้มได้ง่ายน

2. วัสดุ ความคงทนแข็งแรง : แบบเดียวกับข้อแรกนั่นก็คือการเลือกซื้อสินค้าสักชนิดข้อแรกๆ ที่ควรคำนึงถึงก็คือเรื่องของความคงทนแข็งแรง สำหรับขาตั้งไมค์ก็เช่นกัน ที่ควรเลือกซื้อขาตั้งไมค์ที่ทำจากวัสดุที่มีความคงทนแข็งแรง เช่น โลหะ อลูมิเนียม มากกว่าพลาสติก ในขณะเดียวกันขาตั้งไมค์โลหะก็ควรมีความทนทานต่อสนิมหรือทนทานต่ออาการไฟรั่วที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน รวมถึงด้านความแข็งแรงก็ควรเป็นขาตั้งไมค์ที่ตั้งได้อย่างมั่นคง ไม่โยก หรือไม่หักเสียหายง่ายๆ ทั้งนี้เพื่อตอบโจทย์การพกพาขาตั้งไปใช้งานในหลายๆ งานและในหลายๆ สถานที่

3. รองรับน้ำหนักของไมค์ที่ใช้ได้ บาลานซ์น้ำหนักได้ดี : เรียกได้ว่าเป็นข้อที่สำคัญมากๆ ในการเลือกซื้อขาตั้งไมค์ดีๆ สักรุ่น เพราะจุดประสสงค์หลักๆ อย่างหนึ่งในการใช้งานก็คือเพื่อยึดไมค์เอาไว้ให้มั่นคง สามารถหยิบใช้ได้ง่าย รวมถึงแม้จะบังเอิญชนขาตั้งโดยไม่ต้องใจก็ไม่ทำให้ขาตั้งโยกหรือล้ม และยังสามารถจับขาตั้งแทนไมค์ได้ในกรณีใช้ในงานแสดงคอนเสิร์ตที่บางครั้งนักร้องอาจจะเปลี่ยนจากจับไมค์เดินไปมาเป็นจับขาตั้งไมค์ประกอบการร้องเพลงแทน

4. พับได้ ยืดได้ ปรับระดับได้ : อีกข้อที่ควรคำนึงถึงในการเลือกซื้อหากต้องการขาตั้งไมค์ที่ใช้ได้คุ้มค่าคุ้มราคา ด้วยความสามารถในการพับทำให้สามารถพับเก็บขาตั้งได้ง่าย และพกพาขาตั้งไปใข้งานได้ด้วยในทุกที่ ไม่จำเป็นต้องซื้อขาตั้งไมค์เมื่อใช้งานในสถานที่ใหม่ เพราะสามารถนำขาตั้งเดิมพกพาไปด้วยได้อย่างสะดวก และขาตั้งควรมีความสามารถในการยืดได้และปรับระดับได้เพราะผู้ใช้งานต่างๆ คนก็อาจจะมีความสูงที่ต่างกัน ดังนั้นความสามารถในการยืดและปรับระดับจึงเรียกได้ว่าจำเป็นเพื่อที่จะสามารถปรับระดับของไมค์ให้สุงและต่ำเหมาะกับผู้ใช้งานที่มีความสูงต่างกันได้ตลอดเวลา ไม่ต้องซื้อขาตั้งหลายความสูงให้เปลืองโดยใช่เหตุ

5. อายุการใช้งาน : แน่นอนเมื่อซื้อสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งไปแล้ว ผู้ใช้งานก็คาดหวังจะให้สินค้านั้นมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากที่สุด ดังนั้นการเลือกซื้อ ขาตั้งไมค์ ที่มีอายุการใช้งานยาวนานก็เป็นอีก 1 ข้อที่ควรคำนึงถึงในการเลือกซื้อเพื่อให้ ขาตั้ง นั้นอยู่ไปนานๆ และใช้งานได้คุ้มค่าคุ้มราคามากที่สุดนั่นเอง ดังนั้นหากต้องการให้ขาตั้งไมค์มีอายุการใช้งานที่ยาวนานก็ควรเลือกซื้อขาตั้งไมค์ที่ทำจากวัสดุที่มีความแข็งแรง และมีคุณภาพ และควรเก็บรักษาขาตั้งไมค์ให้ดีเพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้นอีกนั่นเอง


ประเภทของขาตั้งไมค์ที่นิยมในปัจจุบัน

แม้จะดูคล้ายๆ กันแต่จริงๆ แล้วขาตั้งไมค์ยังแบ่งออกไปได้อีกหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็ถูกแบ่งออกตามการใช้งานที่แตกต่างกันนั่นเอง ซึ่งการจะเลือกซื้อขาตั้งไมค์ที่ตอบโจทย์การใช้งานและมีความคุ้มค่านั้นก็ควรจะดูว่าผู้ใช้งานต้องการขาตั้งไปเพื่อใช้งานในรูปแบบไหน สถานที่ในการใช้งานเป็นยังไง เพื่อที่จะได้เลือกซื้อขาตั้งไมค์ได้ถูกประเภทการใช้งานมากที่สุด โดยประเภทของขาตั้งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันนั้นแบ่งออกได้ดังนี้

1. แบบตั้งโต๊ะ : ประเภทแรกก็คือขาตั้งไมค์สำหรับใช้งานบนโต๊ะนั่นก็คือ ขาแบบตั้งโต๊ะ ซึ่งจุดเด่นของขาประเภทนี้คือขนาดที่กะทัดรัด สามารถยืดได้และปรับระดับได้ในระดับหนึ่ง ส่วนรูปทรงนั้นหากไม่เป็นแท่นวางก็จะเป็นขาตั้ง 3 ขาหรือ Tripod โดยจะปรับระดับได้ไม่สูงมากทั้งนี้เพื่อปรับให้พอดีกับปากผู้พูดในขณะที่นั่งพูดอยู่บนเก้าอี้และพูดใส่ไมค์ที่อยู่บนโต๊ะนั่นเอง ซึ่งขาตั้งประเภทนี้จะตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการใช้งานไมค์ในการจัดรายการ VDO, Podcast, สนทนาขณะเล่นเกม และใช้ในการแคสท์เกม เป็นต้น

2. แบบหนีบโต๊ะ : สำหรับประเภทที่ 2 ก็ไม่แตกต่างจากประเภทแรกมากนัก โดยจุดประสงค์หลักของการใช้งานขาตั้งแบบหนีบโต๊ะก็คือสำหรับการใช้งานบนโต๊ะนั่นเอง โดยขาตั้งประเภทนี้นอกจากจุดเด่นการใช้งานแบบขาตั้งแบบตั้งโต๊ะแล้วยังช่วยประหยัดพื้นที่ เพิ่มเนื้อที่วางสิ่งขแองบนโต๊ะได้อีกด้วย เพราะเปลี่ยนจากการที่ต้องวางขาตั้งไว้บนโต๊ะก็เปลี่ยนมาเป็นหนีบเอาไว้ข้างโต๊ะ และเมื่อไม่ต้องใช้เนื้อที่บนโต๊ะก็ช่วยให้โต๊ะดูโล่งและเหลือพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น

3. ขาตั้งพื้น : และแบบที่ 3 ก็คือแบบขาตั้งพื้นที่ก็เหมือนขาตั้งลำโพง เพราะขาตั้งไมค์แบบตั้งพื้นนั้นจะมีความมั่นคงและแข็งแรงกว่าตั้งบนโต๊ะ รวมถึงสามารถยืดได้และมีระดับการใช้งานที่สูงกว่าแบบตั้งวางบนโต๊ะ เพราะเมื่อไม่มีโต๊ะแล้วแสดงว่าขาตั้งจะต้องสูงขึ้นจากพื้นมาจนถึงจุดที่เป็นความสูงของผู้ใช้งานที่อาจจะยืนหรือนั่งก็ได้ หรือหากใช้งานรับเสียงจากอุปกรณ์เครื่องดนตรีต่างๆ ก็จะมีความสูงที่แตกต่างกันออกไปแล้วแต่เครื่องดนตรีชนิดนั้นๆ

4. ขาไมค์บูม (Microphone Stand) : และแบบสุดท้ายก็คือขาไมค์บูม หรือขาที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของนักร้อง โดยจะเป็นขาที่มีความคงทนแข็งแรงตอบโจทย์การรับเสียงของเสียงร้องที่ต้องการเนื้อเสียงที่ใส หากตัวไมค์มีการสั่นหรือไม่มั่นคงก็อาจจะทำให้เสียงที่ได้นั้นเกิดความผิดเพี้ยนได้ รวมถึงขาไมค์บูมยังสามารถปรับระดับได้อย่างอิสระเพื่อให้พอดีกับช่วงปากของผู้ใช้งานที่มีความสูงแตกต่างกัน โยขาตั้งชนิดนี้นิยมใช้งานในห้องอัดเสียงหรือ Studio ที่ต้องการการอัดเสียงที่มีความแม่นยำสูง

ทำไมในห้องบันทึกเสียง ถึงนิยมใช้ขาตั้งไมค์บูมที่มีน้ำหนักสูง

ตามที่ได้กล่าวไปในข้อที่แล้วว่าการบันทึกเสียงในห้องอัดนั้นต้องการความแม่นยำของเสียงที่สูง หากไมค์เกิดอาการสั่นก็อาจจะทำให้เสียงที่บันทึกได้นั้นมีความผิดพลาดหรือผิดเพี้ยนได้จากการสั่นของไมค์ ดังนั้นยิ่งขาตั้งไมค์บูมมีน้ำหนักมาก ขาตั้งก็จะยิ่งมีความมั่นคงไม่เกิดอาการสั่นหรือสะเทือนได้ง่ายแม้จะบังเอิญไปชนหรือไปกระทบโดยไม่ตั้งใจก็ตาม ซึ่งเมื่อขาตั้งมีความเสถียรไมค์ไม่สั่น เสียงที่ได้ก็จะมีความแม่นยำสูงไม่มีความผิดเพี้ยนนั่นเอง ซึ่งก็เป็นสาเหตุที่ทำให้  ขาตั้งไมค์บูมที่มีน้ำหนักสูง ได้รับความนิยมอย่างมากในห้องอัดเสียงและ Studio เสียงนั่นเอง

การสั่นสะเทือนของขาตั้งไมค์ มีผลอย่างไรในการอัดเสียง

ตามที่ได้กล่าวไปในข้อที่แล้วว่าการสั่นสะเทือนของไมค์นั้นส่งผลต่อการรับเสียง และส่งผลต่อวงจรและขั้วรับเสียงภายในของไมโครโฟน ทำให้เสียงที่บันทึกได้เกิดอาการแกว่งและอาจส่งผลให้เสียงที่ได้นั้นมีความผิดเพี้ยน ดังนั้นจึงเป็นที่รู้กันว่าหากต้องการอัดเสียงร้องในห้องอัดหรือ Studio หรือหากต้องการอัดเสียงเครื่องดนตรีสำหรับใช้ทำเพลงในระดับมืออาชีพ ยิ่งขาตั้งมีความแข็งแรงและมีน้ำหนักมากเท่าไหร่ก็ยิ่งส่งผลดีต่อไมค์และระบบการอัดเสียงเท่านั้น ดังนั้นการเกิดอาการสั่นของไมค์จึงเป็นสิ่งที่ต้องพึงระวังไม่ให้เกิดขึ้นหากไม่ต้องการอัดหรือบันทึกเสียงใหม่ทั้งหมด ก็จำเป็นที่จะต้องระวังในเรื่องการสั่นสะเทือนของขาตั้งไมค์หากขาตั้งไม่แข็งแรง ก็ต้องระวังไม่ให้กระทบกระเทือนขาตั้งไมค์โดยที่ไม่จำเป็น


แนะนำขาตั้งไมค์ 5 รุ่นยอดฮิต

และสำหรับผู้ที่กำลังมองหาขาตั้งไมค์สำหรับนำไปใช้งานทั้งในระดับมืออาชีพ เช่นใช้ในงานพิธีการ งานคอนเสิร์ต หรือใช้ในห้องอัดเสียงและ Studio และระดับสมัครเล่นมนการใช้งานอัดเสียงที่บ้าน จัดรายการบน YouTube หรือใช้ในการแคสท์เกม และต้องการขาตั้งดีๆ เพื่อนำไปใช้กับไมค์ให้สามารถรับเสียงได้อย่างสมบูรณ์แบบ ครั้งนี้ Mercular.com ก็มีขาตั้งไมค์ 5 รุ่นยอดฮิตมาแนะนำกันให้ได้เป็นตัวเลือกในการเลือกซื้อมาใช้งาน เพื่อให้ได้ขาตั้งไมค์ที่มีคุณภาพสูง มีความคงทนแข็งแรง มีอายุการใช้งานยาวนาน และสามารถปรับแต่งยืดหดและพับเก็บพกพาได้ตามต้องการ และแน่นอนว่ามาจากแบรนด์ยอดนิยม โดย 5 รุ่นยอดฮิตนั้นมีดังนี้
 

ขาตั้งไมค์ Franken MS101
Rode TRIPOD A collapsible mini tripod
Rode DS1 weighted table top microphone stand
Rode PSA1 Professional Studio Boom Arm