กล้องติดรถยนต์ (Car Camera)

แสดง 1 – 16 จาก 16

ทำความรู้จักกล้องติดรถยนต์

อุบัติเหตุบนท้องถนนมีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาจากทั้งความประมาทของตัวเราเองหรือไม่ก็ผู้ร่วมทางคนอื่น เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้วสิ่งสำคัญที่สุดในการระบุว่าใครเป็นฝ่ายผิดหรือถูกคือหลักฐานจากกล้องติดรถยนต์ เจ้าอุปกรณ์เล็กๆ ชิ้นนี้จึงมีความสำคัญมากทั้งในแง่ความปลอดภัยและในทางกฎหมาย ปัจจุบันรถยนต์ใหม่ๆ หลายรุ่นติดกล้องมาให้จากโรงงานหรือไม่ก็ได้รับเป็นของแถมเมื่อออกรถใหม่ ขณะเดียวกันบริษัทประกันหลายแห่งก็บังคับหรือให้สิทธิพิเศษแก่ลูกค้าที่ติดกล้องหน้ารถ เพราะมันเป็นหลักฐานชั้นดีหากเกิดเหตุร้ายใดๆ ขึ้น และช่วยเพิ่มความสะดวกในการทำเรื่องส่งเคลม
 
กล้องติดรถยนต์เป็นกล้องบันทึกวีดีโอขนาดเล็กที่มาพร้อมกับเลนส์รับภาพ ส่วนใหญ่จะบันทึกได้ทั้งภาพและเสียง กลไกการทำงานหลักๆ จะมีอยู่ 2 ฟังก์ชั่นได้แก่ Auto Start / Stop เริ่มบันทึกภาพอัตโนมัติเมื่อสตาร์ทรถยนต์และจะหยุดการทำงานเมื่อดับเครื่อง กับอีกฟังก์ชั่นคือ Loop Recording บันทึกภาพต่อเนื่องจนเต็มความจุแล้วลบข้อมูลออกเองโดยอัตโนมัติก่อนจะบันทึกภาพซ้ำใหม่วนลูปไปเรื่อยๆ โดยระยะเวลาของการบันทึกภาพจะขึ้นอยู่กับความจุของเมมโมรี่การ์ด

กล้องติดรถยนต์ในปัจจุบันมีทั้งแบบบันทึกภาพด้านหน้ารถเพียงมุมเดียว กล้องแบบนี้ได้รับนิยมสูงสุด มีตัวเลือกเยอะ ที่สำคัญราคาเริ่มต้นไม่สูงมาก ต่อมาคือกล้องติดรถยนต์แบบ 2 เลนส์สำหรับบันทึกภาพทั้งมุมด้านหน้าและมุมด้านท้ายรถพร้อมกัน โดยบางรุ่นสามารถใช้แทนกล้องมองตอนถอยหลังได้ด้วย และอีกแบบคือกล้องติดรถยนต์ที่สามารถบันทึกภาพภายนอกรถพร้อมกับภายในห้องโดยสารได้พร้อมกัน เหมาะกับการเก็บภาพเหตุการณ์รอบด้านทั้งนอกรถและภายในห้องโดยสาร นิยมใช้ในรถตู้ รถบัส รถเมล์ รถโดยสารประจำทาง และรถแท็กซี่ นอกจากนี้ยังมีกล้องติดรถยนต์ที่มีลักษณะเป็นเหมือนกระจกมองหลังทั้งบานสำหรับแสดงภาพที่ได้จากกล้องด้านหน้าและด้านหลังของรถ

เทคโนโลยีของกล้องติดรถยนต์ในปัจจุบันก็เรียกว่าก้าวหน้าไม่แพ้วงการสมาร์ทโฟน กล้องหลายรุ่นสามารถบันทึกภาพความละเอียดระดับ 4K ได้แล้ว หลายรุ่นรองรับความจุเมมโมรี่การ์ดได้สูงมาก บางรุ่นสามารถเชื่อมต่อไร้สายด้วยสัญญาณ Wi-Fi หรือ Bluetooth กับสมาร์ทโฟนเพื่อดูภาพจากกล้องแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน บางรุ่นมี GPS ในตัว รวมถึงสามารถสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Siri หรือ Google Assistant ตลอดจนการอัพโหลดไฟล์วีดีโอขึ้นระบบคลาวด์โดยอัตโนมัติ 

นอกจากนี้บทบาทของกล้องติดรถยนต์ในปัจจุบันได้พัฒนาให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ความปลอดภัยประจำรถยนต์ไปแล้ว กล้องบางรุ่นมีฟังก์ชั่น Night Vision สำหรับแสดงภาพในความมืดตอนกลางคืน บางรุ่นมีเสียงเตือนระยะห่างจากรถคันข้างหน้า มีเส้นกะระยะขณะถอยหลัง ขณะที่บางรุ่นล้ำจนถึงขนาดมีระบบเตือนมุมอับสายตา หรือส่งเสียงเตือนเมื่อรถวิ่งออกนอกเลนได้ก็มี  

กล้องติดรถยนต์

ประโยชน์ของกล้องติดรถยนต์

หน้าที่หลักของกล้องติดรถยนต์คือบันทึกภาพและเสียงเหตุการณ์ด้านหน้าและด้านหลังของรถยนต์ หากเกิดอุบัติเหตุภาพและเสียงเหล่านี้จะมีประโยชน์ในการลำดับเหตุการณ์ไปจนถึงหาตัวผู้กระทำผิด สามารถใช้เป็นหลักฐานต่อสู้ในทางกฎหมาย ตลอดจนใช้ปกป้องสิทธิ์ของตัวเองในกรณีที่เราไม่ได้เป็นฝ่ายผิด

กล้องติดรถยนต์บางรุ่นมีคุณสมบัติบันทึกภาพในขณะจอดรถและดับเครื่องยนต์ไปแล้วทำให้สามารถดูเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบๆ รถของเราได้ ถ้าบังเอิญมีอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็สามารถรู้ตัวผู้ก่อเหตุได้แม้ว่าเจ้าของรถจะไม่ได้อยู่ตรงนั้นก็ตาม
 
การติดตั้งกล้องติดรถยนต์ยังสามารถช่วยลดหย่อนเบี้ยประกันได้ร้อยละ 5-10 ตามประกาศจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สิทธิพิเศษนี้เป็นการจูงใจให้คนหันมาติดกล้องหน้ารถ เป็นการลดภาระและเพิ่มความรวดเร็วในการทำงานของบริษัทประกัน และคุณก็จะจ่ายเบี้ยประกันถูกลงด้วย

นอกจากนี้กล้องติดรถยนต์ยังเป็นเหมือนบันทึกการเดินทางในแต่ละวันว่าขับรถไปไหนมาไหนบ้าง สภาพการจราจรเป็นอย่างไร อุปสรรคในการเดินทางต่างๆ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นข้อมูลสำหรับนำมาคิดวิเคราะห์และวางแผนการเดินทาง หรือถ้าคุณเป็นสายท่องเที่ยว ภาพจากกล้องติดรถยนต์ก็คือวีดีโอ Vlog ดีๆ ชิ้นหนึ่งนี่เอง คุณจะได้บรรยากาศสวยๆ ของเส้นทางโดยไม่ต้องหยิบกล้องวีดีโอออกมาถ่ายเลย

กล้องติดรถยนต์

วิธีการเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์ 

การเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์ดีๆ มาใช้สักตัวอาจเป็นเรื่องยากของใครหลายคนเนื่องจากในตลาดมีตัวเลือกเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด สเปกและฟังก์ชันก็ต่างกัน ราคาก็มีหลายระดับ หากคุณกำลังสนใจอยากซื้อกล้องติดรถยนต์อยู่ละก็ เหล่านี้คือวิธีที่จะช่วยให้คุณรู้ว่าควรเลือกเสียเงินให้กับกล้องตัวไหน 

  1. ความละเอียดภาพต้องสูง กล้องติดรถยนต์ที่ดีควรมีความละเอียดวีดีโอ Full HD 1080p หรืออย่างน้อยก็ไม่ควรต่ำไปกว่า HD 720p เพื่อคุณภาพความชัดของภาพที่ดี จะได้เห็นลายละเอียดต่างๆ ชัดเจน ปัจจุบันมีกล้องที่บันทึกภาพความละเอียด 4K ได้ออกมาแล้วแต่ก็อาจจะยังไม่จำเป็นเท่าไรนัก แถมราคาก็ยังสูงมากๆ ด้วย แค่ Full HD ก็เพียงพอกับการใช้งานทั่วไปแล้

  2. FPS ยิ่งสูงยิ่งดี อัตราเฟรมเรตหรือ FPS ย่อมาจาก Frame Per Second คือจำนวนการแสดงผลภาพในระยะเวลา 1 วินาที ยิ่งกล้องติดรถยนต์บันทึกภาพได้ค่า FPS สูงก็หมายความว่าภาพที่ได้จะมีความสมูธลื่นไหลเป็นธรรมชาติ ไม่มีอาการกระตุก ดูแล้วสบายตา เห็นรายละเอียดคมชัดกว่า โดยอัตราเฟรมเรตมาตรฐานคือ 30fps ไม่ควรให้ต่ำกว่านี้แต่ถ้าจะให้ดีต้อง 60fps 

  3. ภาพต้องชัดแม้ในตอนกลางคืน กล้องติดรถยนต์ที่ดีต้องบันทึกภาพตอนกลางคืนได้ชัด เก็บรายละเอียดได้ดี และภาพต้องลื่นไหลไม่ต่างจากตอนกลางวัน ตัวช่วยที่จะทำให้การบันทึกภาพในเวลากลางคืนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพคือระบบ Wide Dynamic Range (WDR) การทำงานคือบันทึกภาพซ้อนในเวลาเดียวกันทั้งในสภาวะแสงปกติและแสงที่สว่างกว่าปกติก่อนจะทำการรวมภาพ ภาพที่ได้จึงมีความสว่างและชัดเจนมากขึ้น ถ้าขับรถตอนกลางคืนบ่อยๆ ควรเลือกกล้องที่มีระบบนี้

  4. รูรับแสงกว้าง = สว่าง เลือกกล้องติดรถยนต์ที่มีรูรับแสงกว้างหรือสังเกตง่ายๆ คือค่าตัวเลข f/stop น้อยๆ จะช่วยให้บันทึกภาพตอนกลางได้ดีขึ้น ภาพสว่าง คมชัด ลื่นไหล คนที่ขับรถตอนกลางคืนเป็นหลักต้องให้ความสำคัญกับค่านี้

  5. เมมโมรีการ์ด เลือกกล้องติดรถยนต์ที่รองรับความจุเมมโมรี่การ์ดได้สูงๆ จะช่วยให้ระยะเวลาบันทึกภาพนานขึ้น นอกจากนี้ควรเลือกเมมโมรี่การ์ดที่มีความเร็วการอ่านและเขียนข้อมูลสูงโดยดูจากตัวเลขและสัญลักษณ์บนหน้าแผ่น เช่น Class 10, U3, V30 ซึ่งมีความเร็วในการเขียนข้อมูลวีดีโอขั้นต่ำที่ 30 MB/วินาที เป็นต้น 

  6. มุมรับภาพยิ่งกว้างยิ่งดี การเลือกกล้องติดรถยนต์ที่มีมุมมองรับภาพกว้างจะช่วยให้เห็นรายละเอียดต่างๆ ได้ครบกว่ากล้องที่มีมุมรับภาพแคบ ทำให้สามารถมองถนนด้านหน้าหรือด้านหลังได้ครบทุกเลนได้ หรือถ้าเกิดไม่ชอบภาพมุมกว้างก็เลือกรุ่นที่ปรับมุมมองภาพได้หลายแบบก็เป็นตัวเลือกที่ดี

  7. มีระบบ G-Sensor กล้องติดรถยนต์ที่ดีควรมีระบบ G-Sensor เพราะเมื่อเกิดแรงสะเทือนขึ้นกะทันหันหรืออุบัติเหตุร้ายแรง กล้องจะบันทึกภาพในช่วงที่รถโดนชนเป็นไฟล์พิเศษแยกออกมาเพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลสูญหายหรือไปทับซ้อนกับข้อมูลอื่นๆ เป็นฟังก์ชั่นพิเศษสำหรับเก็บหลักฐานชั้นดี

  8. แบตเตอรี่ กล้องติดรถยนต์ในปัจจุบันมีทั้งแบบใช้พลังงานจากแบตเตอรี่และแบบที่ต้องเสียบไฟตลอดเวลา กล้องที่มีแบตเตอรี่ในตัวจะให้ความสะดวกสบายในการใช้งานมากกว่า ไม่ต่องมีสายไฟให้เกะกะ แต่ก็ต้องหมั่นชาร์จไฟบ่อยๆ ขณะที่กล้องแบบเสียบสายไฟจะสามารถทำงานได้ตลอดเวลา ไม่มีปัญหาบแบตเสื่อมหรือแบตบวม ทนต่ออุณหภูมิภายในรถตอนกลางวันได้ดีกว่า ข้อนี้เลือกเอาตามความสะดวกได้เลย

  9. การรับประกันสินค้า กล้องติดรถยนต์ที่ดีต้องมีการรับประกันสินค้ารวมถึงการบริการหลังการขายเพราะถือเป็นอุปกรณ์ที่มีราคาและประกอบไปด้วยชิ้นส่วนต่างๆ มากมาย ดังนั้นการรับประกันสินค้าจะทำให้เราอุ่นใจขึ้น หากอุปกรณ์ชำรุดหรือใช้งานไม่ได้ก็จะได้ส่งเคลมได้ทันที 

กล้องติดรถยนต์ แบรนด์ไหนดี

ปัจจุบันมีกล้องติดรถยนต์ให้เลือกซื้อมากมายทั้งแบรนด์ของไทยเองและแบรนด์ต่างประเทศ โดยแบรนด์ดังๆ ที่มาพร้อมประสิทธิภาพระดับสูงได้แก่ Azdome, 70Mai, DDpai, Transcend, Blackvue, Hawkeye, IRoad, Viofo, Thinkware, Xiaomi, Gnet, Proof, Anytek, Dengo, Aston, Garmin, Xiaoyi, DOD เป็นต้น แบรนด์เหล่านี้มาพร้อมกับสินค้าที่มีคุณภาพ มีให้เลือกหลายรุ่นหลายระดับราคา ใส่เทคโนโลยีมาแบบจัดเต็ม พร้อมด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานสุดล้ำมากมาย ทั้งนี้ การเลือกแบรนด์ที่มีชื่อเสียงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเพราะจะได้สินค้าที่มีคุณภาพ มีการรับประกัน และมีบริการหลังการขายที่ดี 

กล้องติดรถยนต์

สรุป กล้องติดรถยนต์ อุปกรณ์สำคัญที่รถทุกคันควรมี

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงเป็นลำดับต้นๆ ของโลก เหตุการณ์ไม่คาดคิดบนท้องถนนมีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา กล้องติดรถยนต์จึงเป็นอุปกรณ์สำคัญที่รถทุกคันควรมี ความจริงแล้วภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรรณรงค์ให้ติดตั้งกล้องติดรถยนต์มาเป็นมาตรฐานในรถใหม่ทุกคันด้วยซ้ำ เพื่อความปลอดภัยและความสบายใจบนท้องถนน เพราะหากเกิดอะไรขึ้นจะได้เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างว่าคันไหนเป็นผู้กระทำผิด คันไหนประมาท คันไหนขับขี่รถเป็นอันตรายต่อผู้อื่น กล้องติดรถยนต์สามารถบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานได้ทั้งหมด แนะนำเลยว่ายุคนี้ถ้ามีรถควรมีกล้องติดรถยนต์ครับ ยังไงก็ได้ใช้และมีประโยชน์มากๆ แน่นอน 

เลือกซื้อกล้องติดรถยนต์ได้แล้ววันนี้ที่ Mercular.com