ฟิล์มกันรอย (Screen Protector)

แสดง 1 – 7 จาก 7

ฟิล์มกันรอย คืออะไร?

แน่นอนว่าปัจจุบันนี้ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะใช้ในการติดต่อสื่อสาร ให้ความบันเทิง การทำงานรวมไปถึงในการซื้อขายของออนไลน์เป็นต้น ดังนั้นสิ่งที่จะช่วยปกป้องให้ตัวเครื่องของเรานั้นคงสภาพใหม่ให้ได้นานที่สุดเราควรหาตัวช่วยดีๆ อย่าง  ฟิล์มกันรอยเป็นอุปกรณ์เสริมมือถือ ที่มีลักษณะเป็นวัสดุเนื้อแผ่นบางๆ ที่นำมาเคลือบหน้าจอไว้เพื่อป้องกันหน้าจอไม่ให้เกิดรอยขีดข่วนขึ้น พร้อมกันหน้าจอตกกระแทกได้ในกรณีที่ตัวเครื่องเกิดการตกหล่น พร้อมยังช่วยถนอมให้อุปกรณ์ของเรานั้นดูสวยใหม่น่าใช้อยู่ตลอดเวลาครับ

ฟิล์มกันรอย มีสำหรับอุปกรณ์อะไรบ้าง?

  •  - ฟิล์มโทรศัพท์ อุปกรณ์เสริมมือถือที่สำคัญที่สุดที่ใครหลายๆ คนเมื่อมีสมาร์ทโฟนแล้วก็มักจะเลือกซื้อฟิล์มโทรศัพท์มาติดตั้งทันที เพื่อป้องกันหน้าจอเกิดรอยขีดข่วนขึ้น นอกจากนี้ยังมี ฟิล์มกันรอย หลายประเภทที่ออกแบบมาเพื่อสมาร์ทโฟนโดยเฉพาะอย่าง ฟิล์มกระจก, ฟิล์มกันรอยทั่วไป, ฟิล์มกระจก UV, ฟิล์มกันเสือก และฟิล์มกรองแสงสีฟ้า เป็นต้น ซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีคุณสมบัติในปกป้องที่แตกต่างกันออกไปครับ

  • - ฟิล์มไอแพด (iPad)  อุปกรณ์เสริมมือถือที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้ไอแพต หรือแท็บเล็ต จะมีนาดใหญ่ตามขนาดของหน้าจอ ฟิล์มกันรอย ที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นฟิล์มกระจก และฟิล์มกันรอยทั่วไปแต่ที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้จะเป็นแบบฟิล์มกระดาษ หรือ ฟิล์มกันรอย แบบ Paper Like ทำจากฟิล์มผิวสัมผัสแบบด้าน มีความฝืดมากกว่าฟิล์มใสธรรมดาทั่วไป เหมาะสำหรับการวาดเขียนด้วยปากกา Apple Pencil โดยเฉพาะ และยังช่วยลดการเกิดรอยนิ้วมือขึ้นได้ครับ

  • - ฟิล์ม Smart Watch อุปกรณ์เสริมมือถือที่ออกแบบมาสำหรับเพื่อผู้ใช้นาฬิกา Apple Watch / Smart Watch โดยเฉพาะ ซึ่งบางคนอาจจะคิดว่าไม่ได้มีความจำเป็น แต่จริงๆ แล้วการเลือกใช้งานฟิล์มกันรอย จะช่วยดูแลรักษาหน้าจอของเราให้คงสภาพสวยใหม่ได้นานยิ่งขึ้น 

  • - ฟิล์มกันรอยอุปกรณ์อื่นๆ อุปกรณ์เสริมมือถือ อื่นๆ อย่าง ฟิล์มหน้าจอ MacBook, ฟิล์มติดเลนส์กล้องโทรศัพท์ และ ฟิล์ม AirPods เป็นต้น เราควรจะหาฟิล์มกันรอย ที่เหมาะกับอุปกรณ์เพื่อจะช่วยปกป้องอุปกรณ์เหล่านี้ให้ใช้งานได้นานยิ่งขึ้น

ฟิล์มกันรอย มีกี่ประเภท?

  •  1.ฟิล์มกระจก หาซื้อได้ค่อนข้างง่ายที่สุด วัสดุที่ใช้นั้นจะเป็นกระจกนิรภัย Tempered Glass มีความแข็งแรงกว่ากระจกธรรมดาทั่วไปถึง 5 เท่า นอกจากความใสแล้วยังกันรอยขีดข่วน ทนต่อแรงกระแทกได้ดีช่วยลดโอกาสที่หน้าจอแตกได้น้อยลง เมื่อกระแทก หรือตกหล่นแต่ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่สมาร์ทโฟนตกหล่นด้วยนะครับ

  • 2.ฟิล์มกันรอยทั่วไป  วัสดุหลักที่มักเลือกใช้คือ PET และ TPU ข้อดีของฟิล์มกันรอย คือ มีความบาง โปรงใสทัชใช้งานได้ง่าย แต่ในขณะเดียวกันด้วยความบางของเนื้อฟิล์มอาจจะไม่ค่อยทนทานต่อรอยขีดข่วน จึงไม่ช่วยป้องกันหน้าจอได้เท่าที่ควร หากเกิดการตกกระแทก หรือตกหล่นหน้าจอมีโอกาสแตกได้ง่ายกว่าวัสดุที่ทำจากกระจกนิรภัย

  • 3.ฟิล์มกระจก UV คือฟิล์มที่ทำออกมาเพื่อสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอขอบโค้งทุกรุ่น เพื่อแก้ปัญหาขอบข้างมีการลอยติดไม่แนบสนิท ทัชสัมผัสหรือระบบสแกนนิ้วมือไม่แม่นยำ ฟิล์มกระจก UV นี้เองจะมาช่วย โดยจะมีการใช้กาว UV เฉพาะพร้อมเครื่องฉาย UV เพื่อให้กาวแน่นสนิท ทัชใช้งานได้ทั่วทั้งหน้าหนาจอ พร้อมปกป้องหน้าจออีกด้วยครับ

  • 4.ฟิล์ม Privacy หรือฟิล์มกันเสือก ฟิล์มชนิดนี้จะช่วยกันคนแอบส่อง สามารถมองเห็นได้จากมุมตรงเท่านั้น มุมด้านข้างจะมองเห็นหน้าจอเป็นสีดำมืดเท่านั้น แต่ข้อเสียก็คือ อาจทำให้หน้าจอสมาร์ทโฟนสีมืดลง ทำให้ต้องเปิดไฟหน้าจอมากขึ้น ทำให้แบตหมดเร็วกว่าปกติ  และถ้ามีคนแอบมองจากด้านหลังก็อาจจะยังมองเห็นได้อยู่ดี

  • 5.ฟิล์มกรองแสงสีฟ้า  ฟิล์มถนอมสายตาแบบ Blue Light Cut ที่จะมาช่วยกรองแสงสีฟ้าที่หน้าจอสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต  ทำให้ช่วยถนอมสายตาเมื่อใช้งานหน้าจอเป็นเวลานานๆ ได้ดีเลยครับ

  • 6.ฟิล์มกระดาษ หรือ ฟิล์ม แบบ Paper Like วัสดุทำจากฟิล์มที่มีผิวสัมผัสแบบด้าน จะมีความฝืดมากกว่าฟิล์มใสธรรมดาทั่วไป เหมาะสำหรับผู้ใช้ iPad ในการวาดเขียนด้วย Apple Pencil โดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันรอยขีดข่วน ลดรอยนิ้วมือได้ดี และยังลดการสะท้อนบนหน้าจอ ภาพหน้าจอมีความสวยคมชัดให้ความรู้สึกเหมือนเขียนบนกระดาษจริงๆ เลยครับ


     

ฟิล์มกันรอย ทั่วไป ต่างกับฟิล์มกระจกยังไง?

ฟิล์มกันรอยทั่วไปจะมีความแตกต่างกับฟิล์มกระจกในเรื่องของวัสดุที่ใช้ผลิต เรื่องของการทัชใช้งาน เรื่องของการป้องกัน รวมไปถึงราคาที่แตกต่างกัน ในส่วนของเรื่องวัสดุนั้น วัสดุของฟิล์มกันรอยทั่วไป จะเลือกใช้วัสดุที่เป็น TPU และ PET เนื้อฟิล์มจะมีความยืดหยุ่นสูงให้สัมผัสที่หนืด เน้นในเรื่องของความบางทัชใช้งานได้สัมผัสหน้าจอที่มากกว่า แต่อาจจะปกป้องหน้าจอได้ไม่ดีเท่าวัสดุที่ทำจากฟิล์มกระจกครับ ส่วนฟิล์มกระจกจะทำจาก กระจกนิภัย Tempered Glass มีความแข็งแรง ทัชหน้าได้ลื่นกว่า เน้นกันรอยปกป้องหน้าจอได้ดีเยี่ยมพร้อมทั้งมีประเภทของฟิล์มกระจกให้เลือกใช้ที่มากกว่า ส่วนเรื่องของราคาถ้ามาพร้อมกับราคาที่สูงก็จะแลกมาด้วยฟีเจอร์ต่างๆ ที่ดีมากยิ่งขึ้น เช่น กันรอยขีดข่วนได้ดีกว่า, ป้องกันการเกิดรอยนิ้วมือเมื่อใช้งานได้ดีกว่า, และช่วยถนอมสายตาลดการสะท้อนแสงจากแสงได้ดีกว่า เป็นต้น ดังนั้นไม่ว่าจะใช้งานฟิล์มแบบไหน อยากให้เลือกที่ตอบโจทย์กับการใช้งาน เพื่อให้ใช้งานได้นานคุ้มค่าที่สุดครับ

 
ฟิล์มกันรอย แบบกระจกแบบเต็มจอ กับไม่เต็มจอต่างกันยังไง?

- ฟิล์มกันรอย แบบกระจกแบบเต็มจอ หรือที่เรียกว่าฟิล์มกระจกแบบ 3D หรือ 2.5D นั่นเอง เป็นฟิล์มกันรอย  และกระจกแบบเต็มจอ ที่มีลักษณะเป็นแบบเต็มจอขอบโค้ง เพื่อให้แนบกับส่วนความโค้งของหน้าจอสมาร์ทโฟน แต่ข้อเสียก็คือ อาจจะมีข้อจำกัดในการสวมใส่เคส เคสบางแบรนด์ไม่สามารถใส่ได้ และอาจมีฝุ่นเข้าไปตามขอบที่ไม่มีแถบกาวได้ง่าย

- ฟิล์มกันรอย แบบกระจกแบบไม่เต็มจอ มีลักษณะที่จะเว้นขอบเล็กน้อย จุดเด่นอยู่ที่เป็นฟิล์มที่หาเคสสวมใส่ได้เกือบทุกประเภท ไม่เกิดการดันฟิล์มขึ้น แต่ข้อเสียคือ ไม่สามารถปกป้องตรงส่วนขอบโค้งของหน้าจอสมาร์ทโฟนได้เมื่อเกิดการตกหล่น อาจเกิดการแตกได้ง่ายกว่า ฟิล์มกระจกแบบเต็มจอ

ฟิล์มกันรอย แบรนด์แนะนำ มีแบรนด์ไหนบ้าง?

ปัจจุบันนี้ฟิล์มกันรอย มีจำหน้ายหลากหลายประเภท ทำให้ใครบางคนอาจจะเลือกตัดสินใจไม่ถูกว่า ควรเลือกใช้งานแบบไหน วันนี้ทาง Mercular.com เลยได้ช่วยคัดแบรนด์ดังคุณภาพดีอย่าง Focus, Hishield, Zeelot, PanzerGlass, Ablemen และ Gorilla มาแนะนำเพื่อจะช่วยให้ตัดสินใจเลือกซื้อฟิล์มกันรอยให้ได้ตรงความต้องการมากขึ้น บอกได้เลยว่าแต่ละแบรนด์เป็นที่นิยม ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติที่จะปกป้อง สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตของคุณให้ปลอดภัย ทั้งเรื่องของการกันรอยขีดข่วน กันกระแทก รวมไปถึงยังมีฟิล์มกันรอยสำหรับไอแพต และแท็บเล็ตของคุณเพื่อให้ใช้งานกับอุปกรณ์เสริมอย่าง Apple Pencil และ ปากกา Ztylus ได้อย่างดี นอกจากนี้ยังการันตีด้วยมาตรฐาน ของแท้ไว้ใจได้แน่นอนครับ

สรุป ฟิล์มกันรอย /ฟิล์มกระจก จำเป็นจริงไหม?

ฟิล์มกันรอย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์เสริมมือถือที่จำเป็นอย่างมาก ต้องมีไว้ใช้ควบคู่กับสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตเพื่อจะช่วยถนอมรักษาหน้าจอให้คงสวยงามเหมือนใหม่อยู่เสมอ ฟิล์มบางประเภทยังมีฟังก์ชันเสริมช่วยให้การใช้งานหน้าจอได้ผลดียิ่งขึ้น ตัวเลือกในทุกวันนี้ก็มีมาให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบรนด์ คุณสมบัติการป้องกัน รวมไปถึงราคาที่มีตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักพัน และยังหาซื้อค่อนข้างง่าย ขั้นตอนการติดตั้งก็ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดสามารถทำได้เองที่บ้านแล้ว แต่สุดท้ายไม่ว่าจะเลือกใช้งานฟิล์มกันรอยประเภทไหนก็อยากให้เลือกตามการใช้งานกับตัวเองให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีมากที่สุดครับ