แนะนำ 4 Soundbar ดู Netflix ที่ห้ามพลาด!

แนะนำ 4 Soundbar ดู Netflix ที่ห้ามพลาด!

ในปัจจุบันต้องยอมรับเลยว่ากิจกรรมประจำวันของมนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมไปมาก ด้วยปัจจัยรอบตัวที่เปลี่ยนไป เช่น เทคโนโลยีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตในปัจจุบันมีความแรงมากขึ้นทั้งเน็ตบ้านและเน็ตมือถือ ในขณะที่ราคาค่าบริการลดลงทำให้คนทั่วๆ ไปสามารถเข้าถึงบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้ง่ายขึ้น เป็นต้น ซึ่งเมื่อเน็ตฯเร็วขึ้น บริการ Streaming ออนไลน์ต่างๆ ที่ใช้ประโยชน์จากความเร็วเน็ตฯก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้น เช่น บริการ Streaming ภาพยนตร์ หรือ ดูหนังออนไลน์ ที่ในปัจจุบันนั้นมีให้เลือกมากมายหลายค่ายด้วยกัน โดยค่ายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบันก็คือ Netflix ที่มีการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพการบริการอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการนำภาพยนตร์และซีรีส์เข้ามาให้เลือกชมอยู่ตลอดทั้งเก่าและใหม่ ไปจนถึงหายาก รวมถึงยังผลิตคอนเทนต์ภาพยนตร์และซีรีส์ Netflix Originals ใหม่ๆ ออกมาเอาใจผู้ใช้บริการอยู่เรื่อยๆ อีกด้วย

แนะนำ 4 Soundbar ดู Netflix ที่ห้ามพลาด! ขายดี

นอกจากเรื่อง Content แล้ว อีกเรื่องที่มีการพัฒนาอยู่เสมอมานั่นก็คือส่วนของประสบการณ์การรับชม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพการส่งสัญญาณที่ปัจจุบันมีให้เลือกรับชมสูงถึงระดับ UHD, 4K พร้อมด้วยระบบสีแบบ HDR และ Dolby Vision เรียกได้ว่าภาพคมชัดสีสันสมจริงกันแบบสุดๆ รวมไปถึงส่วนของระบบเสียงที่ล่าสุดได้รับการปรับปรุงเรื่องคุณภาพให้มีความสมจริงและใกล้เคียงกับเสียงต้นฉบับที่ผู้ผลิตภาพยนตร์ต้องการให้ได้ยินมากที่สุด และยังเพิ่มระบบเสียงที่มีทิศทางมากขึ้นทั้ง 5.1 และ Dolby Atmos เข้ามาอีกด้วย ซึ่งการที่จะรับฟังเสียงให้มีคุณภาพมากขึ้นทั้งระบบ Stereo, Surround 5.1 และ Dolby Atmos จำเป็นต้องมีส่วนประกอบดังนี้

แนะนำ 4 Soundbar สำหรับดู Netflix ที่ห้ามพลาด! Recommend

• App Netflix พร้อมสมัครแพคเกจ ULTRA HD (419 บาท/เดือน)


• Internet ความเร็วสูง (Hi-Speed Internet)


• TV ความคมชัดระดับ Full HD - 4K


• ลำโพงที่รองรับระบบเสียง Dolby Digital และ DTS

เมื่อมีส่วนประกอบครบตามที่กล่าวมาก็จะสามารถรับชม Netflix ได้อย่างเต็มอิ่มกับประสบการณ์ทั้งภาพและเสียงที่ไม่แพ้กับการรับชมในโรงภาพยนตร์เลยทีเดียว โดยในครั้งที่แล้ว Mercular.com ก็ได้แนะนำลำโพงคอมฯสำหรับดู Netflix ในบทความ “5 ลำโพงคอม ดู Netflix ราคาหลักพัน” กันไปแล้ว และในครั้งนี้ Mercular.com ก็มี 4 ลำโพง Soundbar ที่จะมาตอบโจทย์การรับชม Netflix ในระบบเสียงที่ยอดเยี่ยมกว่าลำโพงบน TV หรือ ลำโพงทั่วๆ ซึ่งจะมีรุ่นใดบ้างนั้น เรามาดูกันเลยครับ

1. JBL Bar 5.1 Sound Bar (ราคา 28,500 บาท)

สำหรับตัวแรกที่จะมาแนะนำกันในครั้งนี้คือลำโพง Soundbar JBL Bar 5.1 ที่ต้องบอกเลยว่าไม่ธรรมดา จุดเด่นคือมาพร้อมระบบเสียงแบบ 5.1 บน ลำโพง Soundbar ที่แหกกฎด้วยอิสระในการตั้งวาง คือจะวางไว้แบบแท่งยาวหน้า TV ทั้งแบบตั้งบนโต๊ะและแขวนผนังก็ได้ หรือจะวางแยกกันอิสระสไตล์ลำโพง Surround ก็ได้เช่นกัน เพราะส่วนปลายทั้ง 2 ข้างนั้นสามารถ ถอดได้! โดยถอดออกเพื่อใช้งานเป็น Surround ไร้สายแบบ True Wireless ขับเสียงแยกข้างอิสระ สามารถนำไปตั้งวางได้ทุกตำแหน่งที่ต้องการ พร้อมแบตเตอรี่ภายในตัวใช้งานได้ต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง ชาร์จได้ง่ายดายเพียงต่อกลับเข้ากับตัว ซาวน์บาร์ตัวหลัก ก็จะชาร์จไฟโดยอัตโนมัติ

ลำโพง JBL Bar 5.1 Sound Bar Speaker ขายดี

ส่วนของขนาดกำลังดี ยาวราวๆ 1.1 เมตร ใช้เนื้อที่ไม่มาก ตั้งวางไว้หน้า TV ขนาด 43 นิ้วขึ้นไปได้สบายๆ มาพร้อม Subwoofer แบบไร้สายขนาดใหญ่ถึง 10 นิ้ว ส่วนของการเชื่อมต่อ JBL Bar 5.1 ก็ให้มาครบครันทั้งไร้สาย Bluetooth และมีสายผ่าน HDMI, Optical และ AUX/3.5 mm. ส่วนเรื่องเสียงรองรับระบบเสียง Dolby Digital, Dolby Pro Logic II และ DTS พร้อมแรงขับสูงถึง 510W งานนี้ดู Netflix เพลินแน่นอน ด้วยแนวเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ JBL คือเบสแน่นๆ ลงได้ลึกถึงใจ เปิดแล้วห้องต้องมีสะเทือน และเวทีเสียงที่จัดว่ากว้างและให้รายละเอียดได้ครบ ยิ่งเมื่อถอดตัว Surround มาวางไว้ด้านหลัง ก็จะให้เสียงแบบ 5.1 ที่ได้ยิน Surround มาจริงๆ จัดว่าเป็นลำโพง Soundbar ที่ให้เสียงเบสและ Surround ดีมากๆ


และหาก JBL Bar 5.1 นั้นราคาสูงเกินงบก็ไม่ต้องกังวลเพราะยังมีรุ่น JBL Bar 2.1 ที่ราคาเบากว่าครึ่ง มาพร้อมระบบเสียง 2.1 และ Subwoofer ไร้สายขนาด 6.5 นิ้ว เชื่อมต่อได้ทั้งไร้สายและมีสาย รวมถึงรองรับระบบเสียง Dolby Digital อีกด้วย

ลำโพง JBL Bar 5.1 Sound Bar Speaker เสียงดี

• ลำโพง Soundbar ระบบเสียง 5.1


• ปลายทั้ง 2 ข้างถอดเป็นลำโพง Surround ได้


• Subwoofer ไร้สายขนาดใหญ่ 10 นิ้ว


• รองรับระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby และ DTS


• เหมาะกับ TV ขนาด 43 นิ้วขึ้นไป

*สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมนั้นดูรีวิวเต็มๆ ได้ที่นี่ครับ

2. ชุดลำโพง Denon Heos Bar + Heos Sub (ราคา 32,900 บาท)

สำหรับรุ่นที่ 2 เป็นสินค้าจากแบรนด์ Denon กับรุ่น Denon Heos Bar ที่ไม่ได้มาเดี่ยวๆ แต่มาพร้อม ลำโพง Subwoofer ไร้สาย Heos Sub นั่นเอง จุดเด่นของลำโพงชุดนี้คือรองรับการเชื่อมต่อไร้สาย Multi-Room สามารถนำรุ่นอื่นๆ มาเชื่อมต่อเพิ่มระบบเสียง ควบคุมได้อย่างอิสระจากทุกห้องภายในบ้าน รวมถึงยังรองรับการ Streaming App ฟังเพลงต่างๆ อีกด้วย ส่วนของขนาด Denon Heos Bar มีขนาดที่กำลังดีไม่สูงมากและยาว 1.1 เมตร เหมาะกับ TV ขนาด 43 นิ้วขึ้นไป จะวางไว้หน้า TV หรือจะแขวนไว้กับผนังใต้ TV ก็ได้เช่นกัน

ชุดลำโพง Denon Heos Bar + Heos Sub ขายดี

ตัวลำโพงมามาพร้อมระบบเสียง 3 Channel ให้มิติและทิศทางที่สมจริง เสริมเบสให้กระหึ่มด้วยลำโพง Subwoofer Heos Sub รองรับระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby TrueHD, DTS-HD Master, Dolby Digital, Dolby Digital Plus และ DTS Decoding ภาพรวมแนวเสียงต้องบอกเลยว่าครบเครื่อง ให้ทิศทางที่มีความสมจริง ซ้ายขวาหน้าหลัง อารมณ์เหมือนกับไปร่วมอยู่ในสถานที่จริงเลยทีเดียว เสียงเอฟเฟกต์ต่างๆ ทำได้ดีทั้งเสียงลมพัด เสียงกระจกแตก และเสียงระเบิดตูมตามต่างๆ ด้วยตัว Heos Sub ที่ขับเบสลงได้ลึก สมจริง ให้ความรู้สึกเหมือนมาระเบิดอยู่ใกล้ๆ รวมถึงเสียงพูดที่แม้ย่านอื่นจะดังแค่ไหนก็ได้ยินชัดเจนจะแจ้งไม่ต้องมาคอยเพิ่มเสียงเวลาถึงฉากคุยให้วุ่นวาย

 

และหากระบบเสียง 3.1 ยังไม่พอก็สามารถเพิ่มลำโพง Denon HEOS 1 HS2 อีก 2 ตัวเพื่อขับเสียงแบบรอบทิศทาง 5.1 ได้ด้วยเช่นกัน ส่วนของการเชื่อมต่อให้มาครบถ้วนทั้ง Wifi / Ethernet Multi-Room, Bluetooth, HDMI, AUX/3.5 mm., Optical และ USB เรียกได้ว่าเป็นอีกรุ่นที่พร้อมจะเปลี่ยนประสบการณ์ดูหนัง Netflix ที่บ้านให้ใกล้เคียงกับโรงภาพยนตร์

ชุดลำโพง Denon Heos Bar + Heos Sub เสียงดี

• ลำโพง Soundbar เสียง 3.1 Multi-Room


• Subwoofer Heos Sub เบสกระหึ่ม


• เพิ่ม Surround ไร้สายเป็นระบบเสียง 5.1 ได้


• รองรับระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby และ DTS


• เหมาะกับ TV ขนาด 43 นิ้วขึ้นไป

*เรามาลองฟังแนวเสียงแบบเต็มๆกันครับ

3. Sony HT-S700RF Soundbar (ราคา 13,990 บาท)

สำหรับรุ่นที่ 3 ที่จะมาแนะนำกันคือรุ่น Sony HT-S700RF Soundbar ขึ้นชื่อว่าเป็นแบรนด์ Sony แล้วต้องบอกเลยว่าไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน จุดเด่นของ Sony HT-S700RF คือเป็น ลำโพง Soundbar พร้อมระบบเสียง 5.1 รอบทิศทางในราคาระดับพอดีๆ แบ่งออกเป็น ลำโพง Soundbar, Subwoofer และลำโพง Surround หรือที่ Sony เรียกว่า Tall Boy อีก 2 ตัว ขับเสียงรวมเป็น 5.1 รอบทิศทาง โดยลำโพงทุกตัวจะเชื่อมต่อผ่านสายเข้ามาที่ตัวหลักคือ Subwoofer แลกกับราคาที่เบากว่ารุ่นอื่นๆ ที่ตัวลำโพงเชื่อมต่อกันแบบไร้สายนั่นเอง

ลำโพง Sony HT-S700RF Soundbar เสียงดี

สำหรับขนาด Soundbar อยู่ที่ 900 x 64 x 90 มม.หรือเกือบๆ 1 เมตร เหมาะกับ TV ขนาด 35 นิ้วขึ้นไป ส่วนของระบบเสียงรองรับ Dolby Digital, Dolby Dual mono และ DTS ให้เสียงที่สมจริงและกระหึ่มด้วยแรงขับสูงถึง 1,000W เลยทีเดียว ด้านแนวเสียงก็ต้องบอกเลยว่าไม่ผิดหวังแน่นอน ด้วยแนวเสียงสไตล์ของ Sony ที่ทำได้ดีเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ทั้งย่านเบสที่มีความหนักแน่น ลงได้ลึกถึงใจ และย่านกลางที่มีเนื้อเสียงใหญ่ ใส เคลียร์ เนื้อเสียงสะอาด รายละเอียดครบถ้วนจัดเต็ม ส่วนของทิศทางเสียงที่แจกแจงได้สมจริง ทั้งเสียงด้านหนาและซ้ายขวาจากตัว Soundbar และเสียงอ้อมมาด้านหลังผ่าน Tallboy บอกได้เลยว่าเหมาะกับการเอาไปดูหนังที่มีเอฟเฟกต์หนักๆ และมิติเสียงกว้างๆแน่นอน


ส่วนของการเชื่อมต่อ ก็ให้มาแบบครบครันทั้ง Bluetooth, NFC, HDMI, Optical, AUX/3.5 mm. และ USB สำหรับเล่นเพลงบน Thumb Drive รวมถึงเรียกดูและควบคุมได้เพิ่มเติมผ่านแอป Sony | Music Center รองรับทั้ง iOS และ Android อีกด้วย

ลำโพง Sony HT-S700RF Soundbar ราคาคุ้มค่า

• ลำโพง Soundbar ระบบเสียง 5.1


• ลำโพง Surround Tallboy ตั้งวางได้อิสระ


• Subwoofer ขนาดใหญ่ขับเสียงกระหึ่ม


• รองรับระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby และ DTS


• เหมาะกับ TV ขนาด 35 นิ้วขึ้นไป

4. Klipsch BAR 48 Sound Bar (ราคา 26,900 บาท)

สำหรับรุ่นที่ 4 เป็นรุ่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้จริงๆ จากแบรนด์ที่มีแฟนๆ อย่างมากมายกับแบรนด์ Klipsch ในรุ่น Klipsch BAR 48 ที่มีจุดเด่นในเรื่องของการออกแบบรูปทรงที่ดูคลาสสิคแต่ก็ดูทันสมัยในเวลาเดียวกันด้วยส่วนของวัสดุที่เลือกใช้ไม้แท้ๆ เป็นกรอบของตัวลำโพง และจุดเด่นในเรื่องไดรเวอร์แบบ Tractrix® Horns ขนาด 90° X 90° ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ทำให้แนวเสียงที่ได้นั้นมีความสมจริง ฟังสนุก เหนือกว่ารุ่นและแบรนด์อื่นๆ ในชุดประกอบไปด้วยตัว Soundbar ยาว 121.1 เซนติเมตร หรือก็คือราวๆ 48 นิ้วตามชื่อรุ่น Bar 48 และ Subwoofer ไร้สายขนาดใหญ่ถึง 8 นิ้ว เหมาะกับการใช้งานกับ TV ขนาด 48 นิ้วขึ้นไป เมื่อวางไว้ด้วยกันก็จะพอดีไม่รู้สึกว่าตัวลำโพงใหญ่จนเกิน TV นั่นเอง

ลำโพง Klipsch BAR 48 Sound Bar Speaker เสียงดี

มาพร้อมระบบเสียง Surround 3.1 พร้อมด้วยแรงขับที่สูงถึง 440W ให้เสียงกระหึ่มถึงใจ รองรับระบบเสียง Surround รอบทิศทางทั้ง Dolby Digital และ DTS แบบเดียวกับในโรงภาพยนตร์ ภาพรวมแนวเสียงนั้นด้วยไดรเวอร์พิเศษแบบเฉพาะตัวของ Klipsch ให้จุดเด่นในย่านกลางที่มีความเคลียร์ใส คมกริปถึงใจ เสียงพูดคมชัดฟังง่าย รายละเอียดเอฟเฟกต์ต่างๆที่ให้มาอย่างครบถ้วน รวมถึงแจกแจงมิติเสียงต่างๆ ได้ดี ทิศทางสมจริง และเบสลูกใหญ่มวลเต็มกระหึ่มถึงอารมณ์ รับรองได้เลยว่าให้ประสบการณ์การดู Netflix ที่บ้านแบบใกล้เคียงกับในโรงภาพยนตร์อย่างแน่นอน


ส่วนของการเชื่อมต่อให้มาแบบครบครันทั้ง Bluetooth, HDMI, AUX/3.5 mm., Optical และ Sub-Out นอกจากนี้หากระบบเสียง 3.1 ยังไม่พอ ก็สามารถซื้อ ลำโพงไร้สาย Klipsch Surround 3 อีก 2 ตัวเพื่อขับเสียง Surround 5.1 ได้อีกด้วย

ลำโพง Klipsch BAR 48 Sound Bar Speaker ขายดี

• ลำโพง Soundbar 3.1 ขนาด 45 นิ้ว


• เพิ่ม Surround ไร้สายเป็นระบบเสียง 5.1 ได้


• Subwoofer ไร้สายขนาดใหญ่ขับเสียงกระหึ่ม


• รองรับระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby และ DTS


• เหมาะกับ TV ขนาด 48 นิ้วขึ้นไป

*สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมนั้นดูรีวิวเต็มๆ ได้ที่นี่ครับ

"เรามาดูเปรียบเทียบลำโพง Sound Bar ทั้ง 4 รุ่นแบบชัดๆ กันอีกครั้งครับ"

แนะนำ 4 Soundbar ดู Netflix ที่ห้ามพลาด! เปรียบเทียบ

เป็นยังไงกันบ้างครับกับลำโพง Soundbar ทั้ง 4 รุ่นที่มาแนะนำกันในครั้งนี้ จะเห็นว่าแต่ละรุ่นก็มีจุดเด่นที่ต่างกัน และราคาที่ต่างกันด้วยเช่นกัน แต่รับรองได้ว่าทั้ง 4 รุ่นที่มาแนะนำกันในครั้งนี้จะช่วยเปลี่ยนประสบการณ์การรับชม Netflix ของคุณให้สมจริงได้ไม่แพ้กับการรับชมในโรงภายนตร์อย่างแน่นอน ซึ่งในครั้งหน้าหากมีสินค้ารุ่นไหนน่าสนใจและพลาดไม่ได้ ทาง Mercular.com ก็จะรีบนำมาแนะนำกันอย่างแน่นอนครับ สวัสดีครับ

Tags :