มีอะไรใน Bluetooth 5.0 เวอร์ชั่นใหม่

“Bluetooth” เป็นระบบสื่อสารของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคแบบสองทาง ด้วยคลื่นวิทยุระยะสั้น เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สาย เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ใช้ประโยชน์จากบลูทูธมาพอสมควรแล้ว เพราะนอกจากมือถือแล้ว ก็แทบจะทุกวงการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคที่ได้นำเทคโนโลยีนี้มาใช้ ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ กล้องถ่ายรูป หูฟังบลูทูธ ลำโพง เครื่องเสียง รวมไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกมากมาย บลูทูธเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 1998 และมีการปรับปรุงและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนในปัจจุบันมาตรฐานบลูทูธ ดำเนินมาถึงเวอร์ชั่น 5.0 (Bluetooth 5.0) ซึ่งเป็นการต่อยอดมาจาก Bluetooth 4.2 ที่เปิดตัวไปในปี 2014

มาตรฐาน Bluetooth 5.0 ออกมาตอบสนองการเชื่อมต่อไร้สายอย่างครบวงจร ทั้งความเร็ว ระยะสัญญาณ ปริมาณการรับส่งข้อมูล การประหยัดพลังงาน และรูปแบบการทำงานที่หลากหลาย รวมทั้งยังรองรับอุปกรณ์IoT (Internet of Thing) แล้ว Bluetooth 5.0 มีความโดดเด่นจากเวอร์ชั่นที่ผ่านมาอย่างไร ในบทความนี้ Mercular.com เรียบเรียงให้แล้ว ลองมาดูรายละเอียดกันเลย

เร็วกว่าเดิมเป็นเท่าตัว
(2X SPEED)

Bluetooth 5.0 มีการรับส่งข้อมูลรวดเร็วกว่าเดิม ด้วยอัตราการรับส่งข้อมูล 2 Mbit/วินาที หรือคิดเป็น 2 เท่าจากเวอร์ชั่นที่แล้ว ซึ่งหากอัตราการรับส่งข้อมูล (Bandwidth) อยู่บนโทรศัพท์มือถือหรือIoT จะทำให้การตอบสนองคำสั่งรวดเร็วมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นถ้าต้องการสั่งให้ลำโพงเปิดเพลงจะใช้เวลาเพียง 1-2 วินาทีหรือลำโพงอาจตอบสนองได้ทันที ซึ่งจากเดิมต้องใช้เวลา 3-4 วินาทีในการตอบสนอง

เชื่อมต่อได้ไกลกว่าเดิมถึง 4 เท่า
(4
X RANGE)

อย่างที่ทราบกันว่าบลูทูธเป็นการเชื่อมต่อระยะใกล้ ซึ่งในเวอร์ชั่น 4.2 สามารถเชื่อมต่อสัญญาณได้เพียงแค่ 10-50 เมตร แต่ใน Bluetooth 5.0 รองรับการเชื่อมต่อสูงสุดถึง 200 เมตร (ในบริเวณภายนอกอาคารที่ไม่มีผนังกั้น) ทำให้การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์สามารถทำได้ยืดหยุ่นมากขึ้น เคลื่อนย้ายสะดวกขึ้น โดยไม่ต้องกลัวว่าสัญญาณจะหลุดไป

รับส่งข้อมูลได้เพิ่มขึ้น 8 เท่า
(8
X DATA)

อีกหนึ่งสิ่งที่มาตรฐานบลูทูธรุ่นล่าสุดนี้ทำได้ดีกว่าเวอร์ชั่นก่อนก็คือ ปริมาณการรับส่งข้อมูลที่ทำได้ประมาณ 255 bytes ซึ่งใหญ่กว่าเวอร์ชั่น 4.2 ถึง 8 เท่า จึงทำให้ความสามารถในการโต้ตอบระหว่างอุปกรณ์ การแสดงผลข้อมูล การรับคำลั่ง หรือการส่งต่อข้อมูล สามารถทำได้มากขึ้นอย่างมหาศาล

นอกเหนือจากที่ Bluetooth 5.0 จะมีความเร็วที่เพิ่มขึ้น เชื่อมต่อได้ไกลขึ้น และมีปริมาณการรับส่งข้อมูลที่มากขึ้นจากมาตรฐานรุ่นก่อนแล้ว Bluetooth 5.0 ยังประหยัดพลังงานมากขึ้นกว่าเดิม มีความสามารถในการทำงานในสภาวะสัญญาณแออัดได้สูงขึ้น มีความปลอดภัยในการจัดการข้อมูลมากขึ้น  และที่โดนเด่นกว่ามาตรฐานรุ่นที่แล้วคือ Bluetooth 5.0 รองรับอุปกรณ์ IoT และ Bluetooth beacon ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระบุตำแหน่งด้วยสัญญาณ บลูทูธ LE ในรูปแบบ Tag โดยบรรจุคำสั่งไว้ สมมติเดินเข้าบ้านมา อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เราตั้งค่าไว้จะทำงานอัตโนมัติทันที เช่นเดียวกันบนมาตรฐาน บลูทูธ 5 ด้วยระยะส่งไกลขึ้น รับข้อมูลมากขึ้น โดยประโยชน์ของ Bluetooth beacon สามารถใช้ได้ทั้งการนำทางภายในอาคารต่าง ๆ เช่น นำทางไปยังร้านต่าง ๆ ภายในห้างสรรพสินค้า, การติดตามตำแหน่งของมีค่า , การแจ้งเตือนเกี่ยวกับกิจกรรม Event, โปรโมชั่นลดราคาโดยที่คุณไม่ต้องเสียเวลาค้นหา ไปจนถึงการปลดล็อคประตูโดยไม่ต้องใช้กุญแจก็สามารถทำได้

ในอนาคตจึงไม่สามารถปฎิเสธได้เลยว่าอุปกรณ์ IoT จะเข้ามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น จากเดิมที่มีเพียงแค่มือถือเครื่องเดียว แต่ปัจจุบันเริ่มมีการใช้เทคโนโลยีบลูทูธทั้งลำโพงไร้สาย นาฬิกาข้อมือ รวมไปถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน รถยนต์ และอื่น ๆ อีกมากมาย การพัฒนาและปรับปรุงมาสู่ Bluetooth 5.0 จะช่วยในการเชื่อมต่อสื่อสารระหว่าอุปกรณ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่คงต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1-2 ปี กว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส่วนใหญ่จะสามารถรองรับ Bluetooth 5.0 ได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น

Tags :

รีวิวและบทความที่เกี่ยวข้อง