เลือก DAC อย่างไร…ให้ถูกใจคนฟัง?

จากบทความ “DAC คืออะไร...ทำไมคนต้องใช้มัน เราก็ได้ทราบถึงหลักการทำงานของ DAC แล้วว่ามีหลักการในการทำงานอย่างไร และที่สำคัญคือเข้ามามีบทบาทในการที่จะช่วยขัดเกลาเสียงให้ชุดฟังเพลงของเรามีเสียงที่ดีขึ้นได้อย่างไร ซึ่งแน่นอนว่าลำดับต่อไปก็คือจะ เลือก” DAC อย่างไรให้มาใช้แล้วถูกใจ ซึ่งทางทีมงานของ Mercular.com จะมาบอกเล่าถึงสิ่งที่ควรคำนึงก่อนซื้อ DAC ซักตัวกันครับ

การแยกเสียงแต่ละย่านได้ดี

เป็นสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงไว้เลยคือ DAC ที่มีคุณภาพจะต้องสามารถแยกเสียงร้อง และเสียงดนตรีทุกชิ้นที่ถูกบรรเลงในเพลงออกจากกันได้อย่างดี (DAC ที่คุณภาพไม่ดีจะแยกไม่ค่อยชัด) เมื่อฟังผ่านลำโพงสียงกลางเสียงสูงจะต้องถูกฟังแยกออกจากกันได้ง่ายดายโดยไม่ต้องเพ่งมาก เสียงเบสจะต้องได้ยินเสียงของตัวโน๊ต และแยกระดับความต่ำของเสียงเบสได้อย่างชัดเจน หรือพูดง่ายๆก็คือ DAC ที่ดีจะต้องแยกเสียงแต่ละย่านได้ขาดออกจากกันอย่างชัดเจน เปิดให้ผู้ฟังได้รับรายละเอียดเสียงในทุกๆย่านได้อย่างครบถ้วน คุณสมบัติของการแยกเสียงในแต่ละย่านนับว่าเป็นคุณสมบัติที่ควรมองหาเป็นอันดับต้นๆของการซื้อ DAC เลยก็ว่าได้

บาลานซ์ของเสียง

หรือที่เรียกว่า Tonal Balance นั่นเอง เป็นสิ่งที่ควรคำนึงอย่างยิ่งในการซื้อ DAC เนื่องจากใน DAC แต่ละตัวจะมี บาลานซ์ของเสียงที่ไม่เหมือนกัน บางตัวอาจจะให้ลักษณะไปทาง อบอุ่นโดยให้โทนเสียงที่อิ่ม ฟังสบายมีความไหลลื่นที่ดี  บางอันอาจจะไปทาง สว่างจ้าที่ให้แนวเสียงออกคมชัด จัดจ้าน ซึ่งในการเลือกซื้อ DAC นั้นเราจะต้องเลือก DAC ที่มีความเข้ากันกับหูฟังหรือชุดฟังเพลงของเรา เช่น ถ้าเรารู้สึกว่าเสียงที่ได้มีความสว่างคม หรือจ้าเกินไปแล้ว อาจจะต้องหา DAC ที่ให้โทนเสียงไปทางอบอุ่นมาใช้ เพื่อปรับโทนให้อยู่ในแนวสมดุลที่ดีขึ้น ไม่ไปทางใดทางหนึ่งแบบสุดโต่งมากเกินไป

รายละเอียดเสียงย่านต่ำ

รายละเอียดของเสียงต่ำถือเป็นจุดที่ DAC ที่ดีจะถ่ายทอดเสียงออกมาได้แตกต่างอย่างมาก โดยเราจะมองเห็นเสียงเบสเป็นรูปร่างมากขึ้น ไม่ได้ฟุ้งและมีแต่เสียงหึ่งๆ ที่ไม่สามารถแยกตัวโน้ตของเบสได้ โดย DAC ที่ดีจะต้องสามารถแยกระดับตัวโน๊ตของเบสได้ หรือนึกภาพง่ายๆก็คือ นอกจากเราจะได้ยินเสียงที่เป็นเบสแล้วจะต้องสามารถแยกระดับความสูงต่ำของเบสได้อย่างชัดเจนนั่นเอง ดังนั้นหาคุณกำลังเลือกซื้อ DAC เพื่อมาใช้กับชุดฟังเพลง รายละเอียดเสียงย่านต่ำเป็นจุดที่คุณจะมองข้ามไม่ได้เลยทีเดียว

ความเป็นดนตรี

ถือเป็นอีกจุดที่มองข้ามไม่ได้เลยทีเดียว เนื่องจาก DAC ส่วนใหญ่ที่ใช้ในปัจจุบัน จะเป็น USB DAC ซึ่งทำให้เสียงที่ได้ส่วนใหญ่จะออกแนว ดิจิตอลไปค่อนข้างมาก คือออกแนวมีรายละเอียดชัดเจน คม แต่ส่วนใหญ่จะติดบาง และขาดความอิ่มและการไหลลื่นของดนตรี ซึ่ง ความเป็นดนตรีเป็นส่วนที่เราจะสัมผัสได้ในทันทีที่ฟังเพลงจาก DAC ที่ต่อเข้าในชุด โดย DAC ที่ดีจะต้องมีรายละเอียดที่คมชัด แต่ในขณะเดียวกันจะต้องไม่ทอดทิ้งความเป็นดนตรีของเพลงไปนั่นเอง หากได้ DAC แบบนี้มาเพิ่มในชุดฟังเพลงแล้วนั้นรับรองว่าคุณจะต้องหลงรักการฟังเพลงมากขึ้นอย่างแน่นอน

ฟังด้วยไฟล์ความละเอียดสูง

หากคุณจะวัดประสิทธิภาพของ DAC หรือ DAC-Amp ซักตัว คุณควรจะมี Master File ทีมีความละเอียดสูงไว้ลองฟัง เนื่องจากไฟล์ที่มีรายละเอียดที่ดีจะทำให้เราสามารถสัมผัสความแตกต่างใน DAC แต่ละตัวได้ชัดเจนมากขึ้น และสามารถที่จะ ทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของ DAC ได้ดีกว่านั่นเอง โดยควรเป็นความละเอียดระดับ Lossless ขึ้นไป หรือถ้ามีเป็น DSD ได้เลยก็จะยิ่งดี  [อ่านชนิดของไฟล์เสียงคลิก!]

เป็นยังไงกันบ้างครับสำหรับข้อแนะนำสำหรับคนที่กำลังมองหา DAC คู่ใจ มาใช้กับชุดฟังเพลงของตนเอง ถือว่าเป็นข้อสำคัญๆที่เราต้องมองหา หากต้องการจะซื้อ DAC เลยทีเดียว ถ้ามีข้อเสนอแนะ หรือ Tips เพิ่มเติมในการเลือก DAC ให้ถูกใจ ก็สามารถมาแชร์กันได้เลยนะครับ

Tags :

รีวิวและบทความที่เกี่ยวข้อง