Headset vs In-Ear เล่นเกมต้องใช้แบบไหน?

กลับมาพบกันอีกเช่นเคยสำหรับคำถามที่หลายๆคนสอบถามกันเข้ามาว่า เอ้ะ! เล่นเกมจะเลือกใช้หูฟังแบบไหนดีระหว่าง Headset แบบครอบหู หรือใช้หูฟัง In-Ear ธรรมดาก็พอ บทความนี้เราจะมาดูความแตกต่างระหว่างหูฟังทั้งสองชนิดนี้ว่าถ้าใช้เล่นเกมแล้ว จะมีข้อดี หรือข้อเสียอย่างไรบ้าง สำหรับเป็นทางเลือกในการตัดสินใจซื้อหูฟังเกมมิ่งสำหรับเล่นเกมกันนะครับ ไปติดตามกันเลยจ้า

ความสะดวก และความสบายในการใช้งาน

สำหรับสิ่งแรกที่เราจะพูดถึงกันจะเป็นเรื่องของความสบายในการสวมใส่ ซึ่งตรงนี้ต้องมีระยะเวลามาเกี่ยวข้องด้วย เช่น ระยะเวลาในการเล่นเกม เพราะการสวมใส่ช่วงสั้นๆ กับช่วงนานๆ มีความแตกต่างกันอยู่ในเรื่องของความร้อนจากร่างกายเรา บางครั้งถ้าใส่นานๆ อาจรู้สึกร้อน จนเกิดความระคายเคืองก็เป็นได้ ดังนั้นในส่วนของความสบายในการสวมใส่ ต้องขึ้นอยู่กับประสบการณ์การใช้งานของแต่ละคน บางท่านเลือกใช้งาน In-Ear ที่ดูเหมือนจะใส่สบาย แต่เอาเข้าจริงก็รู้สึกเจ็บที่รุหูขณะสวมใส่นานๆ หรือบางท่านศีรษะใหญ่ทำให้ใส่ Headset ไม่ถนัด ดังนั้นความสบายในการสวมใส่จะขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละคนครับ

ส่วนเรื่องความสะดวก อยากจะต้องยกให้หูฟังเกมมิ่ง In-Ear เพราะว่าสามารถพกพาไปไหนมาไหนก็ได้ เพียงแค่ม้วนสายเก็บใส่กล่องหูฟังให้เรียบร้อย แล้วก็ออกไปเล่นนอกบ้านได้ทันที ในขณะที่หูฟังเกมมิ่ง Headset มีขนาดใหญ่ เคลื่อนย้ายหรือพกพาไม่สะดวกนั่นเอง

เสียงต้องตอบโจทย์แนวเกม

สิ่งต่อมาที่เราจะโฟกัสคือเรื่องของเสียง ค่อนข้างเป็นที่แน่นอนว่า หูฟังเกมมิ่ง Headset มีคุณภาพเสียงที่ดีกว่า ทั้งในส่วนของมิติ เวทีเสียง ความโอบล้อม และความแม่นยำในการระบุทิศทางซึ่งมีผลอย่างมากต่อเกมแนว FPS (First-Person Shooting) ซึ่งจะให้ประสบการณ์ในการเล่นได้อย่างสมจริงมากกว่าหูฟังเกมมิ่ง In-Ear อย่างไรก็ดีสิ่งเหล่านี้มักจะขึ้นอยู่กับแนวเกมและความจริงจังในการเล่น บางครั้งเกมแนว MOBA ไม่จำเป็นต้องใช้ความโอบล้อมหรือทิศทางเข้ามาเกี่ยวข้อง การใช้หูฟังเกมมิ่ง In-Ear อาจจะตอบโจทย์ตรงนี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะใส่หูฟังเกมมิ่ง In-Ear เล่นเกม FPS ไม่ได้นะครับ ขึ้นอยู่กับความจริงจังในการเล่นอีกทีอย่างที่กล่าวไว้ครับ ซึ่งหูฟังเกมมิ่ง In-Ear ก็มีจุดเด่นในเรื่องของการไม่ต้องต่อการ์ดเสียงเพิ่ม เพราะโดยส่วนใหญ่หูฟัง Headset มักจะต้องต่อการ์ดเสียงเพิ่มเพื่อการใช้งานที่มีประสิทธิภาพครับ

สรุปในส่วนของเสียง ต้องบอกเลยว่า หูฟังเกมมิ่งแบบ Headset ค่อนข้างกินขาด หากใครที่จะมาสายเกมมิ่งยืนระยะนานๆ การใช้หูฟังเกมมิ่ง Headset ยืนระยะได้ดีกว่าทั้งในเรื่องของเสียง และตัวไมโครโฟนเอง ที่มักจะให้เสียงพูดที่ชัดเจนกว่า ไม่ค่อยมีเสียงรบกวนเหมือนกับหูฟังเกมมิ่ง In-Ear นั่นเอง

หูฟังเกมมิ่ง Headset

  • มีฟองน้ำขนาดใหญ่ สวมใส่สบาย
  • สามารถป้องกันเสียงรบกวนได้ดี
  • ไมโครโฟน มีความชัดเจน
  • เสียงดี มิติชัด ความแม่นยำสูง ได้ความสมจริง

หูฟังเกมมิ่ง In-Ear

  • มีความสะดวก ขนาดเล็ก สามารถพกพาได้
  • สามารถเปลี่ยนจุกเพื่อทำความสะอาดได้
  • ไม่จำเป็นต้องต่อการ์ดเสียงเพิ่ม
  • ข้อจำกัดในเรื่องเสียง ที่ไม่แม่นยำเท่า Headset

สรุปแล้วเล่นเกมควรใช้แบบไหน?

สำหรับการเล่นเกมหากคุณผ่านการทดสอบเรื่องความสบายในการสวมใส่เป็นระยะเวลานาน (ตามเวลาเล่นเกม) แล้ว สิ่งที่เป็นตัววัดคือความจริงจังในการเล่นเกมนั่นเอง หากคุณเป็นเกมเมอร์สายแข็ง การเลือกใช้ Headset แบบครอบหูมักจะตอบโจทย์ในการเล่นเกมได้มากกว่า ทั้งในส่วนของการเพิ่มการ์ดเสียงเข้ามาช่วยไม่ว่าจะเป็น Sennheiser GSX 1000 หรือ Creative Sound BlasterX G5 นั่นเอง หรือไมโครโฟนที่มีความชัดเจน สื่อสารได้ถนัดกว่า ส่วนใครที่เป็นเกมเมอร์ทั่วไป เล่นบ้าง แต่ไม่เล่นบ่อย อันนี้ก็เลือกตามความถนัดเลยครับ อีกกรณีหนึ่งที่มักจะใช้หูฟังเกมมิ่ง In-Ear คือในส่วนของการเล่นเกมผ่านมือถือ อันนี้จะตอบโจทย์ความสะดวกนั่นเอง ถ้าใครไม่จริงจังเน้นเล่นเกมมือถือหันมาใช้ In-Ear ดีกว่าครับ

ทิ้งท้ายนิดนึง ส่วนใหญ่ที่เราเห็นในการแข่งขันกีฬา E-Sports การใส่หูฟังทั้งสองแบบทับกันมักจะเป็นเรื่องของสปอนเซอร์ หรือ ลักษณะการใช้งานนั่นเอง เช่น ใช้หูฟัง In-Ear เป็นหลัก แล้วใช้ Headset ครอบทับอีกทีเพื่อกันเสียงรบกวนจากการแข่งขัน หรือเป็นการสร้างสมาธิสำหรับผู้เล่นนั่นเอง แล้วเพื่อนๆชอบใช้หูฟังเล่นเกมแบบไหนกันบ้างครับ ระหว่าง In-Ear และ Headset อย่าลืมมาแบ่งปันแชร์ความเห็นที่ Facebook: Mercular.com นะครับ

Tags :

รีวิวและบทความที่เกี่ยวข้อง