เปิดตัวสมาร์ทโฟน ส่งผลกับวงการหูฟังอย่างไร?

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาหลายๆคนอาจได้เห็นการเปิดตัวสมาร์ทโฟนสุดล้ำ ที่อัดเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาตั้งแต่ขั้นตอนการดีไซน์การใช้งานที่สุดแสนจะอัจฉริยะที่สามารถเรียนรู้งานจากตัวผู้ใช้และจดจำการใช้งานครั้งต่อไปได้ทันที (AI: Artificial Intelligence) ซึ่ง 3 ค่ายดังที่ออกมาเปิดตัวล่าสุดเป็นข่าวครึกโครมคงหนีไม่พ้น Apple ที่ปล่อย iPhoneX เข้าสู่ตลาด , Google ที่ส่งรุ่น Pixel 2 เข้ามาชนิดที่สาวกแอนดรอยด์ร้องว้าวกันเลยทีเดียว และล่าสุด Huawei แบรนด์ชั้นนำจากจีนที่ปล่อย Mate 10 เข้ามาประกาศจุดยืนแข่งขันกับ Apple เต็มตัว โดยในบทความนี้เราจะมาดูกันว่า การเปิดตัวสมาร์ทโฟนจาก 3 ค่ายดังจะส่งผลอะไรต่อวงการหูฟัง ลำโพง เครื่องเสียงกันบ้าง มาติดตามกันเลยครับ

เทรนด์เรื่องเสียงรองรับ Hi-Res

เปิดกันที่ฟังก์ชันพื้นฐานที่สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่ออกในปี 2017 เป็นต้นมาต้องมีคือการรองรับการเล่นเพลงแบบ Hi-Res เป็นที่แน่นอนแล้ว และสิ่งที่ค่อนข้างน่าประหลาดใจที่สุดคือ Apple ที่มีไฟล์เสียงนามสกุลของตนเองกลับยอมรับการเล่นไฟล์ Flac ซึ่งเป็นไฟล์เสียงระดับ Lossless ที่มีความละเอียดสูงเรียบร้อยแล้ว รวมถึงทางฝั่ง Huawei Mate 10 เองก็เช่นกันที่ทาง CEO ออกมาเคลมว่าเรื่องเสียงนั้นจัดว่าฟินสุดๆ รองรับ Lossless ในระดับ Audiophile เลยทีเดียว (รองรับ Hi-Res แบบ 32Bit /384K ให้คุณภาพสูงกว่า Apple Lossless)

  • รูปแบบไฟล์เสียงที่ Apple รองรับ: AAC-LC, HE-AAC, HE-AAC v2, Protected AAC, MP3, Linear PCM, Apple Lossless, FLAC, Dolby Digital (AC-3), Dolby Digital Plus (E-AC-3) และ Audible (รูปแบบ 2, 3, 4, Audible Enhanced Audio, AAX และ AAX+)

ถึงตรงจุดนี้ทางทีมงาน Mercular.com วิเคราะห์กันว่า สมาร์ทโฟน สมัยนี้ ตอบโจทย์การใช้งานทั้งด้านดีไซน์ ฟังก์ชั่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกล้อง ความสามารถในการกันน้ำ และในปลายปีนี้ขยับมาในเรื่องของเสียงมากขึ้น ส่งผลให้อุสาหกรรมเครื่องเล่นเพลงแบบพกพาระดับล่างๆที่มีราคาไม่แพงค่อนข้างสั่นสะเทือนพอสมควร เพราะตัวสมาร์ทโฟนเอง สามารถทำหน้าที่แทนกันได้ดีอยู่แล้วนั่นเอง ในขณะเดียวกันสำหรับเครื่องเล่นเพลงราคาสูง ผู้ใช้อาจต้องคิดหนัก ด้วยต้นทุนสมาร์ทโฟนที่ราคาเฟ้อขึ้นเรื่อยๆ แถมมีฟังก์ชันที่พร้อมเหมือนกัน อาจจะต้องหนักใจกันบ้างในส่วนของการตัดสินใจซื้อทั้งสองอย่าง ณ จุดนี้ครับ

การเชื่อมต่อผ่าน AUX ลดบทบาทลง

เป็นที่แน่ชัดแล้ว หลังจากที่ Apple นำร่องโดยการตัดช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม (AUX) ออกแทนที่ด้วยช่องเสียบ Lightning ทำให้บรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านสมาร์ทโฟน อย่าง Google หรือ Huawei เอง ที่พึ่งเปิดตัวมาหมาดๆ ก็ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าได้ทำการตัดช่องเสียบหูฟังออกเช่นเดียวกัน โดยแทนที่ด้วย USB-C อย่างที่เป็นข่าวนั่นเอง (ในกล่องมีแถมสายแปลงมาให้ด้วย ถือว่าไม่สร้างความลำบากแก่ผู้ใช้ครับ) ซึ่งการปรับเปลี่ยนครั้งนี้เราอาจได้เห็นหูฟังที่มีสายต่อหลากหลายขึ้น เช่นเดียวกับทางต้นปีที่มีหูฟังใหม่ๆออกมารองรับ Lightning โดยเฉพาะนั่นเอง บางทีปีหน้านี้เราอาจได้เห็นหูฟังที่มีขั้วเสียบเป็น USB-C ก็ได้ครับ ฮ่าๆๆ ยิ่งในช่วง 2-3ปี หลังจะเห็นได้จากสถิติว่าผู้ใช้แอนดรอยด์เพิ่มขึ้นสูงมาก หากเทียบกับเมื่อก่อน ทำให้การลงทุนในจุดนี้ของบริษัทหูฟัง อาจะสร้างมูลค่าได้อย่างมหาศาลเช่นเดียวกันครับ

เทคโนโลยีจะถูกใส่ในหูฟังมากขึ้น

สำหรับเทคโนโลยีที่เพิ่มเข้ามาในหูฟังเป็นสิ่งที่เราเห็นจนคุ้นหู คุ้นตากันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นหูฟังออกกำลังกายอย่าง Jabra Elite Sport 4.5 ที่ออกมาล่าสุดสามารถวัด Heart Rate จับการเคลื่อนไหว เป็นตัวช่วยในการออกกำลังกายได้อย่างอัจฉริยะ ล่าสุดเอง Google Earbud ที่เปิดตัวไปล่าสุดสามารถแปลภาษาได้ถึง 40 ภาษา ชนิดที่ว่า วุ้นแปลภาษาของโดราเอมอน เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนของมนุษยชาติเลยก็ได้ เพราะกำแพงด้านภาษากำลังฟังทลายลงนั่นเอง ในอนาคตเราอาจเห็นหูฟัง ในลักษณะของ AI มากขึ้นก็เป็นได้ครับ เพราะอย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้นว่าเทคโนโลยี AI ได้ขยับเข้ามาในส่วนของสมาร์ทโฟนเรียบร้อยแล้ว เราอาจได้หูฟังบลูทูธแบบ โทนี่ สตาร์กจากภาพยนตร์เรื่อง Iron Man ที่ใช้พูดคุยโต้ตอบกับ J.A.R.V.I.S ซึ่งเป็น AI ได้นั่นเอง

สรุปแนวโน้มเรื่องที่วงการหูฟังอาจต้องเจอ

  1. สมาร์ทโฟน รองรับการเล่นเพลงในระดับ Hi-Res สามารถถอดรหัสเสียงได้เกือบเทียบเท่า Dac-Amp หรือ เครื่องเล่นเพลง โดยสามารถเรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์ All in One เลยก็ได้
  2. เราจะได้เห็นหูฟังที่มีการเชื่อมต่อ USB-C เพิ่มเข้ามา เพื่อรองรับสมาร์ทโฟนในฝั่งของแอนดรอยด์มากขึ้น หรือ ในส่วนของหูฟังที่เปลี่ยนสายได้อาจได้เห็นพัฒนาการที่เป็น Lightning และ USB-C มากขึ้นครับ
  3. Bluetooth 5.0 มาแน่นอน (Apple iPhoneX และ Google Pixel 2 นำร่องแล้ว) อุปกรณ์หลายๆอย่างจะไปในแนวทางไร้สายมากขึ้น เพราะสัญญาณบลูทูธจะมีความเสถียรสูง และส่งข้อมูลได้รวดเร็ว ฉับไวนั่นเอง
  4. ค่อนข้างแน่นอนและแน่ใจในระดับหนึ่งเลยที่เทคโนโลยีจะถูกใส่เข้ามาในหูฟังมากขึ้น สิ่งที่วงการหูฟังและผู้ใช้อย่างเราๆต้องเจอแน่ๆคือเรื่องของ ราคา ที่สูงขึ้นแน่นอน ทำใจรอได้เลยครับ

เป็นอย่างไรบ้างครับ สำหรับบทความนี้ที่เราได้วิเคราะห์ถึงสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ทั้ง 3 ค่าย ที่เปิดตัวออกมาแล้ว เกิดจุดเชื่อมโยงกับวงการหูฟัง ลำโพง เครื่องเสียง หากมีความเห็นเพิ่มเติม หรืออยากแชร์เรื่องราว สามารถคอมเม้นท์ได้ที่ Facebook Mercular.com ได้เลยครับ

Tags :

รีวิวและบทความที่เกี่ยวข้อง