จะเล่นเกม FPS เลือกเมาส์แบบไหนดี

คำถามแรกของบทความนี้คือ แค่ซื้อเมาส์เล่นเกมมันจะยากไงหนักหนา(วะ)? ก็ซื้อๆไปเดี๋ยวนี้เมาส์เกมมิ่งมีไฟ RGB สวยๆราคาไม่กี่ร้อยมีเต็มไปหมด ซึ่งมันก็จริงครับ แต่เคยรู้ไหมว่าการซื้อเกมมิ่งเกียร์อย่างเมาส์ที่แสนธรรมดาถ้าจะเอามาเล่นเกม FPS หรือ First-Person Shooting อย่าง Counter Strike (CSGO) หรือ PUBG จริงๆแล้วมันมีผลมาก เพราะเมาส์เองก็มีหลายแบบตั้งแต่ ความสบาย ปุ่ม ความทนทาน และที่สำคัญที่สุดคือ Sensor ซึ่งต้องบอกว่ามีผลกับเกม FPS แต่คนส่วนใหญ่มักจะไม่ทราบกันครับ

ประเภท Sensor ของเมาส์ 

เมาส์ในปัจจุบันจะมี Sensor หลักๆอยู่ 2 ประเภท คือ แบบ Laser และ Optical ฟังดูยังไง Laser ก็ดีกว่า เรามาดูกันครับว่า Sensor แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียและต่างกันยังไง ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจหลักการทำงานง่ายๆ กันก่อน

Mouse Optical และ Mouse Laser ทั้งคู่ต่างมีหลักการทำงานที่คล้ายคลึงกันมาก คือหลักการทำงานของกล้องแต่แทนที่จะเอามาส่องดูรูป เมาส์เกมมิ่งต่างใช้หลักการดูพื้นผิวและส่งข้อมูลกลับมา ผ่าน CMOS Sensor โดยที่เมาส์ Optical จะส่งแสงสีแดง LED ส่องที่พื้นผิวแต่ เมาส์ Laser จะใช้ Laser ที่ไม่มีแสง ในการอ่านค่าแทน

ข้อดีและข้อเสียของเมาส์ Laser

เป็นที่เชื่อกันว่าเมาส์ Laser นั้นมีจุดแข็งและข้อดีมากมาย ไล่ตั้งแต่การอ่านค่าบนสภาพพื้นผิวต่างๆ พูดง่ายๆ เมาส์เลเซอร์สามารถใช้งานบนพื้นผิวได้ในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นพื้นกระจกใส หรือว่าบนกางเกง ตามเบาะโซฟา ทำให้มีการใช้งานที่สะดวกกว่ามากเพราะไม่ต้องมีแผ่นรองเมาส์สีเข้มๆมาช่วยในการใช้งาน  นอกจากนี้ค่า DPI หรือ Sensitivity ที่สูงกว่าเมาส์ Optical และที่สำคัญความแม่นยำที่สูงมากๆ ซึ่งเป็นทั้งข้อดีและข้อเสียเพราะ มันแม่นยำในระดับที่สามารถเห็นความแตกต่างบนพื้นผิวขรุขระแม้แต่เล็กน้อย หรือฝุ่น จนทำให้การขยับเมาส์ที่ช้าลงอาจจะมีจังหวะสะดุดและคลาดเคลื่อนได้ ซึ่งก็จะไม่เหมาะกับเกมที่ใช้การเล็งอย่าง CSGO หรือ PUBG เพราะอาจจะทำให้พลาดได้ครับ

ข้อดีและข้อเสียเมาส์ Optical

ด้วยความที่เมาส์ Optical ใช้แสง LED จึงทำให้การใช้งานต้องอาศัยพื้นผิวที่มีสีเข้มเพื่อให้เมาส์สามารถส่งสัญญาณอ่านค่าและใช้งานได้ จึงทำให้มันเหมาะกับการใช้งาน ผ่านแผ่นเมาส์ไว้อย่างดีและไม่ควรนำไปใช้กับพื้นผิวที่มันส์ เงาทำให้ไม่สะดวกเท่า Laser แต่ในเรื่องความแม่นยำนั้นต้องบอกว่ามีความแม่นยำมากเพราะมันสามารถอ่านค่าความผิดปกติได้อย่างแม่นยำแต่ไม่มากเกินไปจนทำให้เมาส์เคลื่อนไหวแล้วสะดุด ยิ่งถ้าคนไม่ค่อยทำความสะอาดโต๊ะ เมาส์ Optical จะดีกว่ามาก และถึงแม้ว่า DPI และ Sensitivity ไม่สูงเท่าเมาส์ Laser แต่ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันก็ทำให้ เมาส์ optical ดีขึ้นจนไม่แพ้เมาส์ Laser แล้วครับ

สรุป

ถ้าจะเล่นเกม FPS อย่าง CSGO PUBG อื่นๆ ก็แนะนำเล่นเมาส์ Optical เลยครับ เพราะความแม่นยำที่มากกว่ามากและไม่มีสะดุดทำให้เวลาลากเมาส์เพื่อเล็งตำแหน่งสำคัญอย่างที่หัวจะเลื่อนไปทุกรอบแล้วได้ตำแหน่งเดิมทำให้แม่นยำมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอนครับ  ส่วนถ้าจะเน้นใช้ทำงานก็แนะนำเมาส์ Laser เพราะใช้ได้คล่องตัวมากกว่า ในบทความต่อไปเราจะมาคุยกันต่อว่าแล้วค่า Sensitivity กับ DPI ควรตั้งค่ายังไงในการเล่นเกม FPS เพราะจะใบ้ว่าเล่นเกม FPS ตั้ง DPI หรือ Sensitivity สูงๆอาจจะไม่ดีก็ได้ครับ ไว้ติดตามกันต่อในบทความต่อไปกันครับ

Tags :

รีวิวและบทความที่เกี่ยวข้อง