ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับหูฟังไร้สาย

ในปัจจุบันเทคโนโลยีไร้สายถูกพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ซึ่งในกลุ่มสินค้าหูฟัง ลำโพงก็ถูกพัฒนายกระดับให้สามารถใช้งานในรูปแบบไร้สายผ่านสัญญาณบลูทูธมากขึ้นด้วยเช่นกัน เริ่มตั้งแต่ Apple ที่ส่งหูฟัง Airpod ไร้สายเข้าสู่ตลาดสร้างความตื่นเต้นฮือฮาให้กับวงการหูฟังเป็นอย่างมาก ด้วยรูปลักษณ์ที่ถูกตัดทอนเหลือเพียงตัวหูฟังชนิดไฮบริด (กึ่ง In-Ear กึ่ง Earbud) มีขนาดเล็ก ไร้สาย พกพาง่าย ส่งผลให้แบรนด์หูฟังใหญ่ๆ ต้องยกระดับสินค้าของตนเองขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น Jabra ที่ส่งรุ่น Elite Sport สำหรับออกกำลังกาย หรือแบรนด์น้องใหม่อย่าง Earin ที่ออกหูฟังชนิดนี้มาโดยเฉพาะ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคนั่นเอง

ต้องบอกว่า ถึงแม้หูฟังไร้สายหรือหูฟังบลูทูธจะพัฒนามากมากแล้วก็ตาม ยังมีหลายๆคนที่มีความเชื่อแบบเก่าๆ หรือความเข้าใจที่ไม่ถูกซะทีเดียว โดยวันนี้ทาง Mercular.com จะขอนำเสนอ 4 ความเข้าใจผิดๆเกี่ยวกับหูฟังไร้สาย เพื่อที่จะเปิดมุมมองใหม่ๆกับหูฟังประเภทนี้ หรือใครที่ยังเลอยุ่จะได้นำไปตัดสินใจได้ง่ายขึ้น  มาติดตามกันเลย

ใช้หูฟังไร้สาย หรือลำโพง Bluetooth เสียงจะกระตุกไหม?

มีคำถามที่หลายๆคนกังวลและสงสัย ว่าถ้าใช้หูฟังบลูทูธจะกระตุกหรือดีเลย์ อาการภาพไม่ตรงกับเสียงไหม ข้อนี้ตอบเลยว่าในปัจจุบัน ไม่มีให้เห็นแล้ว ซึ่งต้องบอกว่า สาเหตุทีทำให้สัญญาณบลูทูธ กระตุกหรือดีเลย์นั้นเกิดจากร การใช้ Bluetooth version เก่าๆใช่ 1 หรือ 2 ที่มี Bandwidth หรือการถ่ายโอนสัญญาณเป็นไปอย่างจำกัด จึงทำให้เกิดอาการกระตุก โดยเฉพาะหูฟังไร้สายออกกำลังกายที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอด จึงทำให้การจับสัญญาณในหูฟังบลูทูธรุ่นเก่าๆทำได้ไม่ดี และมีอาการกระตุกได้

หรืออีกกรณีคือลำโพงหรือหูฟังตามท้องตลาดที่ไม่ได้มาตรฐาน มักจะมีการเชื่อมสัญญาณที่ไม่ดีจึงทำให้เกิดขึ้นได้แต่ แต่ถ้าเป็นหูฟัง ลำโพงไร้สายที่มีคุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำ ปัญหานี้ก็จะไม่มีให้เห็นแล้ว เพราะปัจจุบันบลูทูธส่วนใหญ่จะใช้เวอร์ชั่นตั้งแต่ 3 ขึ้นไป และนิยมใช้ Bluetooth 4.0 หรือกระทั่ง 4.2 ด้วยซ้ำ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องดูที่ต้นทางด้วย (สมาร์ทโฟน หรือเครื่องเล่นเพลง) ว่ารองรับบลูทูธเวอร์ชันใด เพราะตรงนี้มีผลในเรื่องของอาการเสียงขาดๆหายๆเช่นกัน (อ่านเพิ่มเติมเรื่อง สัญญาณ Bluetooth มีผลกับอุปกรณ์อย่างไร? ได้ที่นี่)

หูฟังไร้สายเสียงไม่ดีเท่าแบบมีสาย

เรื่องนี้ยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่มาก แต่จากที่ทีมงานเราได้ลองหูฟังและลำโพงมาพอสมควรก็ตอบได้เลยครับว่า ในปัจจุบันหูฟัง หรือลำโพงไร้สายในช่วงราคาตั้งแต่ หลักร้อยจนไปถึงหลักหมื่นถึง 2 หมื่นนั้น หูฟังและลำโพงไร้สาย ให้เสียงได้แทบไม่ต่างจาก หูฟังมีสายแล้ว เพราะว่าหูฟังไร้สายถูกพัฒนาขึ้นมาเยอะมาก มีการนำเทคโนโลยีการส่งสัญญาณเสียงผ่าน Bluetooth ที่รองรับ apt-X เข้ามาใช้มากขึ้นซึ่งตรงจุดนี้ ทำให้เสียงที่ได้ออกมามีคุณภาพเทียบเท่ากับ CD เลยทีเดียว ในขณะเดียวกันแบรนด์ระดับโลกอย่าง Sony เองก็นำ LDAC (เป็นการถอดรหัสเสียง ที่ให้ความละเอียดสูง ส่งสัญญาณไร้สาย) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของตัวเอง เพื่อยกระดับการฟังเพลงแบบ Hi-Res ไม่แพ้หูฟังแบบมีสายก็ว่าได้

นอกจากเทคโนโลยีบลูทูธที่ดึขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว หลายๆคนยังบอกว่าหูฟังไร้สายบางตัวที่ให้เสียงได้ดีกว่ามีสาย ก็เพราะว่าหูฟังไร้สายบางตัวนั้นมี DAC ที่จูนเสียงให้เข้ากับตัวหูฟังโดยเฉพาะ จึงทำให้ได้เสียงที่ดียิ่งขึ้นไปอีกเช่นกัน แต่ถ้าใครที่เป็น Audiophile โดยแท้และมีชุด เครื่องเสียงหลักแสนขึ้นไปหรือหลายหมืนนั้น ทางเราก็คิดว่าการใช้สายยังเป็นทางเลือกทีดี่กว่าครับ เพราะว่าเสียงที่ผ่านสายที่มีคุณภาพแล้ว เทคโนโลยีไร้สายยังไม่สามารถที่จะทดแทนได้ทั้งหมด

สรุปได้ว่า ถ้าเป็นในระดับ การใช้งานทั่วไปฟังเพลงในชุดที่ไม่เกินประมาณ สองหมื่นบาท ทางทีมงานเห็นตรงกันว่า ไม่ให้ความรู้สึกแตกต่างกับมีสาย อย่างมีนัยยะสำคัญแล้ว (อ่านเพิ่มเติมเรื่อง Bluetooth apt-X ได้ที่นี่)

หูฟังไร้สายมีราคาแพง?

จริงอยู่ว่าแรกๆ หูฟังไร้สายมีราคาเริ่มต้นที่ค่อนข้างสูง แต่ด้วยการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ณ ชั่วโมงนี้ หูฟังไร้สาย มีราคาแทบไม่ต่างจากหูฟังมีสายไปมากเท่าไหร่ เพราะแต่ละแบรนด์ที่ออกหูฟังบลูทูธ หรือลำโพงบลูทูธเอง ก็จะมี Tier หรือช่วงราคาที่เหมาะสมกันอยู่แล้ว ก็จะมีตั้งแต่ถูกยันแพง เช่นเดียวกับหูฟังมีสาย ความแตกต่างในแต่ละช่วงราคาจะเป็นเรื่องของฟังก์ชันการใช้งานอื่นๆที่เพิ่มเติมเข้ามามากกว่า เช่นสามารถรองรับ NFC หรือป้องกันเสียงรบกวน (Noise Cancelling) ได้ หรือแม้กระทั่งเป็นหูฟังบลูทูธกันน้ำได้นั่นเอง จะเห็นได้ว่าราคาของหูฟังไร้สายที่หลายคนมองว่ามีราคาสูง แท้จริงแล้วก็มีการไล่ระดับความฟังก์ชันการใช้งาน เหมือนกับหูฟังมีสายทั่วๆไปนั่นเอง โดยหูฟังไร้สายนั้นก็มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักพันนิดๆ ไปจนถึงหลักหมื่นหลักแสนทีเดียว

ไม่คิดว่าความสะดวกจะเพิ่มขึ้นเท่าไหร่

ข้อนี้ต้องบอกว่าแปลกแต่จริงๆ ที่แม้กระทั่งทีมงานของเรารู้สึกว่ามีสายกับไร้สายความสะดวกการใช้งานไม่ต่างกันเท่าไรหรอก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ต่อให้นั่งทำงานอยู่เฉยๆ ถ้าใครได้ลองหูฟังไร้สายแล้ว ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าสะดวกกว่ามาก เพราะจะขยับ หยิบจับอะไรไม่ต้องพะวงเรื่องสาย เรียกว่าถ้าได้ลองใช้แล้วจะติดใจ แล้วถ้ากลับไปใช้หูฟังมีสายจะรู้สึกหงุดหงิดและไม่สะดวกเท่าไรทีเดียว

อีกประเด็นที่บางคนคิดว่า มันยุ่งยากเพราะต้องมานั่งต่อบลูทูธไม่ใช่เสียบสายเล่นเลย อันนี้ก็ทางเราก็มองว่าไม่จริงเท่าไร เพราะมันทำการเชื่อมต่อแค่เพียงครั้งแรก ด้วยการกดปุ่มเพียงไม่กี่ปุ่มก็พร้อมเล่นแล้วเช่นกัน แต่แลกมากับความสะดวกที่ต่างกันชัดเจน โดยเฉพาะเวลาเดินทาง หรือออกกำลักงายเรียกว่าหูฟังไร้สายนั้นกินขาดในด้านความสะดวกสุดๆเลย

ก็สรุปเลยว่า ถ้าใครที่ลังเลหูฟังไร้สายหรือมีสายอยู่นั้น ทางเราแนะนำว่าลองปรับความเชื่อเหล่านี้ซะใหม่แล้วคุณอาจจะค้นพบว่าหูฟังไร้สายมีดีกว่าที่คุณคิดไว้มากเลยครับ เพราะสื่งที่เราอยากจะฝากมากที่สุดก็คือ ต่อให้เสียงดีแค่ไหนแต่ถ้าใช้ไม่สะดวก โอกาสการใช้งานก็จะลดลงและไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่เราซื้อมาเช่นกันครับ

สำหรับใครที่กำลังมองหาหูฟังหรือลำโพงไร้สายอยู่สามารถเลือกซื้อได้ที่นี่เลยครับ หากชอบบทความอย่าลืมกดแชร์เป็นกำลังใจให้ทีมงานด้วยนะครับ ท้ายที่สุดนี้หากใครมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม สามารถคอมเม้นท์ได้ที่ Facebook: Mercular.com ได้เลยครับ

Tags :

รีวิวและบทความที่เกี่ยวข้อง