สุดยอดหูฟังออกกำลังกายแห่งปี 2017

สุดยอดหูฟังออกกำลังกาย 2017

เข้าสู่ช่วงกลางปี 2017 กันแล้ว ทางทีมงาน Mercular.com เห็นว่าเป็นโอกาสดีที่เราจะรวบรวมหูฟังออกกำลังกายที่ให้ความเป็นที่สุดแห่งปีกัน เผื่อเป็นทางเลือกให้ผู้อ่านหลายๆท่านได้พิจารณาเลือกซื้อกันอย่างเหมาะสมตามลักษณะการใช้งาน มาดูกันว่าจะมีหูฟังแบรนด์ไหน รุ่นใดติดโผบ้าง แล้วจะมีจุดเด่นอะไรที่น่าสนใจ มาติดตามกันเลยครับ

B&O Beoplay H5 ยอดหูฟังรายละเอียดดีที่สุด (ราคา 9,900.-)

เริ่มต้นกันที่แบรนด์ระดับ Hi-End อย่าง Bang&Olufsen ที่มีจุดเด่นในเรื่องของดีไซน์ระดับพรีเมี่ยมกับเสียงที่ทรงคุณค่าเก็บรายละเอียดได้ครบและดีที่สุดแบรนด์หนึ่งเลยก็ว่าได้ ถือเป็นเอกลักษณ์ที่แฟนๆคุ้นหูกันดี ซึ่ง Beoplay H5 คือทีเด็ดที่เราจะพูดถึงเป็นลำดับแรก สำหรับ H5 ถือเป็นหูฟังออกกำลังกายที่ล้ำสุดๆตัวหนึ่งมาพร้อม Bluetooth 4.2 รองรับ apt-X อีกทั้งยังใส่สบาย สามารถกันน้ำ กันเหงื่อ กันฝุ่นได้ดีเยี่ยมเช่นกัน นอกจากนี้ความพิเศษของ B&O H5 ยังอยู่ที่อุปกรณ์เสริมที่ทางแบรนด์จัดมาให้ด้วยอย่างแท่นชาร์จที่มีแม่เหล็กดูดหูฟังติดทันที ไม่มีหล่น หรือจุกโฟมสำหรับออกกำลังกายและจุกยางสำหรับใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันครับ

อ่านรีวิวเต็ม/สั่งซื้อคลิก!

Jaybird Freedom หูฟังออกกำลังกายที่เบาที่สุด (ราคา 5,832.-)

อิสระแห่งการเคลื่อนไหวที่แท้จริง Jaybird Freedom มาพร้อมขนาดที่เล็ก น้ำหนักเบา แต่ให้คุณภาพคับแก้ว ไม่แพ้หูฟังออกกำลังกายตัวอื่นๆเลย เหมาะสำหรับคนที่สวมใส่อุปกรณ์ออกกำลังค่อนข้างเยอะ อาทิ หมวก, หรือกระบังกันกระแทก ซึ่งเวลาใส่หูฟังไปด้วยจะค่อนข้างเกะกะ แต่ด้วยขนาดที่เป็นจุดเด่นของ Jaybird Freedom ทำให้ปัญหาตรงจุดนี้หมดไป นอกจากนี้ Jaybird เองยังมีแอพลิเคชั่นของตนเองอย่าง “MySound” ที่สามารถปรับแต่งเสียงของหูฟังได้อย่างอิสระ และสามารถจดจำการตั้งค่าได้อีกเช่นกัน นอกจากนี้หูฟังออกกำลังกาย Jaybird Freedom ยังมีไมโครโฟนสำหรับรับสายโทรศัพท์สร้างความสะดวกสบายได้อย่างยิ่งที่เดียว

อ่านรีวิวเต็ม/สั่งซื้อคลิก

Jaybird X3 ยอดหูฟัง All Around อึด ถึก ทน เสียงดี (ราคา 5,490.-)

ติดโผอย่างต่อเนื่องสำหรับแบรนด์ Jaybird ที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องหูฟังออกกำลังกายอีกแบรนด์หนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งคราวนี้จะพูดถึงเจ้า X3 ที่พึ่งออกมาใหม่กันบ้าง สำหรับ Jaybird X3 นอกจากจะดึงจุดเด่นในเรื่องขนาด ฟังก์ชั่นครบ ทั้งกันเหงื่อ กันน้ำ กันฝุ่น ตอบโจทย์ทุกการออกกำลังกายของรุ่นพี่ๆมาแล้ว ยังมีความพิเศษในเรื่องของ เสียง เข้ามาอีกด้วย เพราะองค์ประกอบภายในหูฟัง Jaybird X3 ที่ดูเหมือนจะเล็ก แต่แท้จริงแล้วกลับมีไดรเวอร์ขนาด 6 มิลลิเมตรอยู่ ทำหน้าที่ขับย่านเสียงอย่างครบถ้วน ซึ่งผ่านการปรับแต่งและคิดค้นมาอย่างดี สามารถขับเสียงคุณภาพสูงได้ถึงระดับ 16-bit Stereo ถือเป็นหูฟังออกกำลังกายที่ครบครัน คุ้มค่ากับราคาจริงๆ

อ่านรีวิวเต็ม/สั่งซื้อคลิก!

Sony NWZ-WS615 ยอดหูฟังแห่งสระว่ายน้ำ (ราคา 5,990.-)

ถ้าพูดถึงหูฟังออกกำลังกายมักจะกันได้แค่เหงื่อหรือน้ำนิดๆหน่อยๆ แต่ถ้าลงไปแช่ในน้ำจริงๆ ต้องยกให้ทาง Sony ที่พัฒนาหูฟังออกกำลังกายกันน้ำอย่างต่อเรื่อง โดยรุ่นที่เรายกให้เป็นเจ้าแห่งสระน้ำคือ Sony NWZ-WS615 ซึ่งจุดเด่นของหูฟังออกกำลังกายตัวนี้คือสามารถทนน้ำได้ลึกถึง 2 เมตร นานต่อเนื่องถึง 30 นาที อีกทั้งยังมาพร้อมกับจุกหูฟังกันน้ำแบบพิเศษเพื่อให้ใส่สำหรับว่ายน้ำโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการใส่ว่ายน้ำ รวมถึงใส่ลงทะเลก็ได้เช่นกัน อีกหนึ่งความพิเศษคือ Sony NWZ-WS615 เป็นทั้งหูฟังและเครื่องเล่นเพลงในตัว ดังนั้นไม่ว่าจะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือนำเพลงใส่หูฟังก็สามารถฟังเพลงได้อย่างต่อเนื่อง

อ่านรีวิวเต็ม/สั่งซื้อคลิก!

Bose SoundSport Wireless เจ้าแห่งหูฟังใส่สบาย (ราคา 5,990.-)

ถ้าพูดถึงเรื่องความสบายในการสวมใส่ งานนี้ Bose SoundSport Wireless กินเต็ม ด้วยวัสดุคุณภาพคัดสรรมาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นจุกซิลิโคนหูฟังแบบพิเศษ StayHear®+ QC® Tips ลิขสิทธิ์เฉพาะของ Bose ซึ่งช่วยให้สวมใส่หูฟังได้นาน รู้สึกสบาย และแน่นไม่หลุดง่าย รวมถึงเทคโนโลยี Tangle-Free ที่ช่วยให้สายไม่พันกัน ทำให้สะดวกสบายทั้งเวลาเก็บและเวลาที่นำขึ้นมาใช้ นอกจากนี้ยังรองรับ NFC ทำให้การเชื่อมต่อง่ายขึ้นแค่ปลายนิ้วสัมผัสไม่กี่ครั้งเท่านั้น และที่สำคัญคือกันน้ำ กันเหงื่อได้เช่นเดียวกับหูฟังออกกำลังกายทั่วไปครับ

อ่านรีวิวเต็ม/สั่งซื้อคลิก!

Aftershokz Trekz Titanium ความปลอดภัยคือที่หนึ่ง (ราคา 4,990.-)

สำหรับ Aftershokz อาจจะดูแปลกไปหน่อยสำหรับหูฟังออกกำลังกายทั่วไป เพราะ Aftershokz Trekz Titanium จะเป็นหูฟัง In-Ear ก็ไม่ใช่ Earbud ก็ไม่เชิง ด้วยความพิเศษของหูฟังที่อาศัยการสั่นสะเทือนส่งสัญญาณเสียงไปยังกระดูกทำให้เราได้ยินเสียงเพลง ดังนั้นขั้นตอนการสวมใส่จะไม่ได้สอดหรือแปะที่บริเวณใบหู แต่ว่าจะสวมใส่ไว้เลยใบหูเกี่ยวมาทางด้านหน้าหน่อย ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้เรื่องของความปลอดภัยเป็นอย่างมาก เพราะใบหูของเราเปิดโล่ง ทำให้ได้ยินเสียงจากภายนอก อย่างเช่นเสียงแตรรถยนต์ เสียงคนเรียก เป็นต้น

อ่านรีวิวเต็ม/สั่งซื้อคลิก!

Jabra Elite Sport หูฟังที่คล่องตัวที่สุด (ราคา 9,700.-)

ถือเป็นอีกหนึ่งหูฟังที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งในปี 2017 นี้ สำหรับ Jabra ที่ส่งหูฟัง In-Ear ในแบบไร้สาย อย่าง Jabra Elite Sport ที่เรียกได้ว่าตอบโจทย์ โดนใจหลายๆคน เพราะการสวมใส่เพียงแค่สอดเข้าไปในรูหูเท่านั้น เหมือนเราใส่ที่อุดหูปกติ ซึ่งตรงนี้ทำให้นักกีฬาหรือนักออกกำลังกายเกิดความคล่องตัวในการเคลื่อนที่มากกว่าหูฟังออกกำลังกายรุ่นอื่นๆ ดูเผินๆเหมือนจะหลุดง่าย แต่ทาง Jabra ให้ปีกเพิ่มความกระชับและป้องกันการหลุดระหว่างออกกำลังกายมาให้อีกด้วย นอกจากนี้ตัวหูฟังยังรองรับแอพลิเคชั่นของ Jabra เองที่ช่วย Track กิจกรรมการออกกำลังกายได้อย่างแม่นยำ รวมถึงสามารถวิเคราะห์ผลได้อีกด้วยครับ

อ่านรีวิวเต็ม/สั่งซื้อคลิก!

Beats Powerbeats 3 หูฟังออกกำลังกายเบสหนักสุด (ราคา 7,700.-)

ต่อกันที่ Beats Powerbeats 3 หูฟังแบรนด์ชั้นนำระดับโลก หลายๆคนบอกว่า Powerbeats 3 เป็นหูฟังออกกำลังกายที่จัดได้ว่ามีเสียงเบสหนักที่สุด ได้ยินจังหวะชัดเจน ฟังสนุก ลงได้ลึก ประกอบกับมีแรงกระแทกหรืออิมแพคพอสมควร ช่วยกระตุ้นการออกกำลังกายได้ดีเป็นอย่างมาก โดย Powerbeats 3 ได้เปลี่ยนมาใช้ชิพ W1 ทำให้ประหยัดการใช้แบตเตอรี่ลง สามารถใข้งานได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 12 ชั่วโมง หากแบตเตอรี่หมดสามารถใช้เวลาชาร์จเพียง 5 นาที ก็สามารถใช้งานต่อได้อีกถึง 1 ชั่วโมงอีกด้วย นอกจากฟังก์ชันอันโดดเด่นแล้ว ตัวดีไซน์เอง ก็ทำออกมาได้สวยงามใส่ออกกำลังกายเป็นแฟชั่นยังก็ได้ครับ

อ่านรีวิวเต็ม/สั่งซื้อคลิก!

Plantronics BackBeat Fit เจ้าแห่งวงการ Outdoor (ราคา 4,290.-)

สำหรับใครที่ชอบอ่านรีวิวตามที่ต่างๆ ต้องเคยผ่านหูผ่านตาหูฟังออกกำลังกายอย่าง Plantronics Backbeat FIT อย่างแน่นอน เพราะเจ้า Backbeat Fit ตัวนี้คือเจ้าแห่งหูฟังออกกำลังกายประเภท Outdoor สุดๆ ด้วย วัสดุหูฟังที่เป็นยางสังเคราะห์คุณภาพสูง น้ำหนักเบา ทนทาน พร้อมทั้งเทคโนโลยีเคลือบสารพิเศษอย่าง Nano-coating ที่สามารถรับมือกับความชื้นและความเป็นกรดของเหงื่อได้อย่างไม่มีปัญหา สามารถทนแดด ทนฝนได้หมด นอกจากนี้ตัวหูฟังยังมีไมโครโฟนมาให้ด้วย ทำให้ระหว่างออกกำลังกายไม่พลาดทุกการสื่อสารที่สำคัญอย่างแน่นอนครับ

อ่านรีวิวเต็ม/สั่งซื้อคลิก!

JBL Under Armour Heart Rate ยอดหูฟังฉลาดล้ำ (ราคา 7,990.-)

ส่งท้ายด้วยหูฟังที่มาพร้อมเทคโนโลยีทันสมัย อย่าง JBL Under Armour ที่สามารถวัด Heart-Rate หรืออัตราการเต้นของหัวใจได้ โดยฟังก์ชั่นสุดพิเศษนี้คือ “Touch Sensor” ที่ควบคุมผ่านแอพลิเคชั่น ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน อีกทั้ง JBL Under Armour Heart Rate ตัวนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อสัญญาณบลูทูธ 4.2 ทำให้เสียงที่ได้ค่อนข้างดี เชื่อมต่อง่าย สัญญาณเสถียร ในขณะเดียวกันตัวสายหูฟังยังมีปุ่มควบคุมการเพิ่มหรือลดเสียง รวมถึงการรับสายและวางสายด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่าอัดทุกฟังก์ชั่น แน่นทั้งเทคโนโลยีกันเลยทีเดียวครับ

อ่านรีวิวเต็ม/สั่งซื้อคลิก!

Tags :

รีวิวและบทความที่เกี่ยวข้อง