4 หูฟังเกมมิ่ง In-Ear สุดคุ้มงบ 3,000.-

โดยปกติแล้วเกมมิ่งเกียร์ที่ได้รับความนิยมอย่างหูฟังเกมมิ่งที่ใช้ในการเล่นเกมมักจะเป็นหูฟัง Headphone หรือหูฟังครอบหู เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีเกมเมอร์บางส่วนมองว่าหูฟังครอบหูค่อนข้างเทอะทะ เคลื่อนไหวลำบาก จึงหันมาเล่นเกมโดยใช้หูฟังเกมมิ่งแบบ In-Ear เป็นการทดแทน แม้ว่าคุณภาพโดยรวมอาจจะเปรียบเทียบกันไม่ค่อยได้ แต่ผลลัพธ์นั้น ค่อนข้างใกล้เคียงกัน บทความนี้ทีมงาน Mercular.com จะมาแนะนำหูฟังเกมมิ่งแบบ In-Ear ที่สามารถทำหน้าที่ได้ดีเช่นเดียวกันหูฟังแบบครอบหูกันครับ มาติดตามกันเลย

Razer Hammerhead Pro V2 ราคา 2,690 บาท

ขึ้นชื่อด้วยแบรนด์เกมมิ่งระดับโลกอย่าง Razer แน่นอนว่าก็ต้องมีรายชื่อหูฟังเกมมิ่งเด็ดๆติดโผกันมาบ้างอย่าง Razer Hammerhead Pro V2 ที่มาในดีไซน์สีเขียวสวยงาม พร้อมโลโก้ติดอยู่ที่บริเวณ Housing ทั้งสองข้าง ส่วนสายหูฟังนั้นมีลักษณะแบนสามารถป้องกันไม่ให้สายพันกันได้นั่นเอง จุดเด่นของ Hammerhead Pro V2 อยู่ที่รายละเอียดและการแยกทิศทางของเสียง แม้ว่าจะเป็นหูฟังเกมมิ่งแบบ In-Ear แต่มี Soundstage หรือเวทีเสียงค่อนข้างกว้าง สามารถระบุทิศทางได้ค่อนข้างแม่นยำ อีกทั้งยังมีเสียงเบสที่มีแรงปะทะสูง ทำให้คุณสามารถเล่นเกมได้สนุกยิ่งขึ้น ไม่แพ้หูฟัง Headphone เลยทีเดียว

จุดที่น่าสังเกตอีกอย่างหนึ่งก็คือ Razer Hammerhead Pro V2 ใช้ไมโครโฟนแบบ In-Line หรือติดอยู่กับสายหูฟังเลยนั่นเอง ซึ่งตอนแรกทีมงานมั่นใจมากว่าเสียงจากไมค์จะไม่ดีอย่างแน่นอน ด้วยความที่เป็นไมค์สาย  แต่หลังจากที่ได้ทดสอบไมโครโฟนอย่างจริงจัง ก็ต้องบอกว่า Hammerhead Pro V2 สร้างความประหลาดใจให้ทีมงานเป็นอย่างมาก ด้วยเสียงพูดที่คมชัด ไม่ค่อยมีอาการเสียง ครืดๆ ที่เกิดจากการขยับตัวเท่าไหร่ ถือว่าเป็นหูฟังเกมมิ่งแบบ In-Ear ที่ไม่ควรมองข้ามเลยทีเดียว

Tt eSports Isurus Pro ราคา 1,290 บาท

สำหรับหูฟังดีไซน์ทรงสปอร์ตอย่าง Tt eSports Isurus Pro รูปร่างหน้าตาอาจจะแปลกๆหน่อย คือใส่ความเป็นหูฟังออกกำลังกาย ที่มีเกลียวสำหรับยึดกับหูป้องกันไม่ให้หูฟังหล่นขณะเคลื่อนไหว บวกกับความเป็นหูฟังเกมมิ่งคือมีก้านไมโครโฟนที่สามารถถอดเข้า ถอดออกได้ตามต้องการ ซึ่งภายในกล่อง Isurus Pro มีสายแยกไมค์มาให้ด้วย ทำให้หมดกังวลเรื่องการใช้งานคู่กับ PC ไปได้เลย

ในส่วนของเสียงแม้จะเป็นหูฟังเกมมิ่งที่ออกมาค่อนข้างนานแล้ว แต่ก็ยังเก๋าอยู่ โดยให้เสียงกลางที่ค่อนข้างอิ่ม มีมวล เสียงสูงรายละเอียดค่อนข้างดี มีความคมชัด ปิดท้ายที่เสียงเบสที่แน่น มวลเบสเยอะ เหมาะสำหรับเล่นเกมได้แทบทุกแนวไม่ว่าจะเป็น MOBA, MMO, RPG, RTS หรือ FPS ด้วยเช่นกัน ส่วนไมโครโฟนคงไม่ต้องพูดเยอะว่าแหล่มแค่ไหน ด้วยก้านไมค์ยาวๆของ Tt eSports Isurus Pro ทำให้ได้เสียงที่คมชัดยิ่งกว่าไมค์สาย เหมือนเอาไมค์ของ Headphone มาประยุกต์ใช้กับหูฟัง In-Ear นั่นเอง Isurus Pro จึงเป็นอีกหนึ่งหูฟังเกมมิ่งแบบ In-Ear ที่น่าสนใจมากๆด้วยราคาที่จับต้องได้เพียง 1,290 บาท เท่านั้น

Cougar Megara  ราคา 1,290 บาท

มาถึงคิวของหูฟังสัญชาติเยอรมัน ไฟแรงอย่าง Cougar Megara ที่มีดีไซน์ค่อนข้างคล้ายกับ Tt eSport Isurus Pro เลยทีเดียว แม้สภาพโดยรวมจะเป็นหูฟังเกมมิ่ง In-Ear ที่มีด้านไมโครโฟนยาว และสายหูฟังแบนเหมือนกัน แต่ Cougar Megara มีจุดเด่นอยู่ที่การเชื่อมต่อที่ค่อนข้างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น PC, Mac, PS4, Xbox One X, Smart Phone หรือเกมพกพาเช่น Nintendo Switch เป็นต้น นอกจากนั้นภายในยังใช้ไดร์เวอร์ Dynamic ลูกใหญ่ถึง 13.5 มิลลิเมตร ซึ่งต้องยอมรับว่าใหญ่กว่าหูฟังเกมมิ่ง แบบ In-Ear หลาย ๆ รุ่นในตลาดปัจจุบันอีกด้วย

ในส่วนของเสียงต้องบอกเลยว่า Cougar Megara ช่วยในเรื่องเกมได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศและความโอบล้อมที่ให้รายละเอียดรอบตัวได้ดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเสียงใบไม้พริ้วไหว เสียงเหยียบย่ำใบหญ้า เสียงลมพัด รวมถึงเสียงเพลงประกอบที่ยิ่งใหญ่อลังการ ระเบิดตูมตามได้ใจเกมเมอร์หลายๆท่านเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีไมโครโฟนก้านยาวที่ชัดเจน และด้วยความที่มีน้ำหนักเบา ทำให้สามารถพก Cougar Megara ไปได้ทุกทีตามใจต้องการแน่นอน

Roccat SYVA  ราคา 890 บาท

ปิดท้ายที่หูฟัง In-Ear สำหรับเล่นเกมยอดนิยม อย่าง Roccat SYVA ที่ได้รับการยอมรับจากรีวิวเมืองนอกหลายๆเจ้าไม่ว่าจะเป็น ETEKNIX 06/2014, GEARNUKE 05/2015 หรือ TECH-CRITTER 07/2014 เป็นต้น จุดเด่นของ Roccat SYVA อยู่ที่น้ำหนักเบา พกพาสะดวก สามารถสวมใส่เพื่อเล่นเกมได้เป็นระยะเวลานาน โดยตัวจุกหูฟังของ SYVA มีความนุ่มและสวมใส่สบายเป็นอย่างมาก

ในส่วนของเสียงจัดได้ว่า Top Class ในราคาย่อมเยาอย่างชัดเจนด้วยไดร์เวอร์ขนาด 10 มม. ให้เสียงเบสที่ลงลึก เสียงสูงมีรายละเอียดชัดเจน คมชัด รวมถึงเสียงกลางที่ค่อนข้างมีความสมดุล สามารถแยกทิศทางได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งก็สมเหตุสมผลกับราคาของหูฟัง ซึ่งจะอยู่ที่ 890 บาท เท่านั้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องเดินทางไปข้างนอกบ่อยๆ แล้วต้องการเล่นเกมผ่านสมาร์ทโฟน สามารถพกเจ้า Roccat SYVA ไปเล่นที่ไหนก็ได้นั่นเอง แต่ใครที่ต้องการใช้งานกับคอมพิวเตอร์ ต้องใช้สายแยกไมโครโฟนด้วยนั่นเอง

Tags :

รีวิวและบทความที่เกี่ยวข้อง