อัพเกรดสายหูฟัง แล้วเสียงดีขึ้นจริงเหรอ?

ทำไมต้องอัพเกรดสายหูฟัง มีหลากหลายปัจจัยที่ต้องทำให้อัพเกรด แต่ก่อนอื่น คำว่าอัพเกรดสายหูฟัง ในการเข้าใจให้ง่ายขึ้น คือการเปลี่ยนสายสัญญาณภายใน นั่นเอง ซึ่งตัวหูฟังเองจะต้องถอดสายได้ด้วย หากหูฟังของคุณมีเสียงที่ดีอยู่แล้วแต่อยากให้มันดีขึ้นกว่าเดิม อันนี้ก็ต้องอัพเกรดสายหูฟังแทน เพราะเราชอบเสียงหูฟังที่มีอยู่แค่อยากให้มันดีขึ้น แต่วิธีนี้เราต้องรู้ถึงคุณสมบัติของหูฟังเราก่อนว่าอยากให้มันดีขึ้นแบบไหน จะได้เลือกประเภทของสายอัพเกรดได้ถูกต้อง ไม่เปลืองค่าใช้จ่ายเพราะไม่ใช่ว่าจะใช้อันไหนก็ได้ที่จะทำให้เสียงดีขึ้นเสมอไป

เสียงจะดีขึ้นไหม?

สำหรับบางคนที่ฟังไม่ออกว่ามันดีขึ้นไหม ต้องท้าวความก่อนว่า สายสัญญาณนั้นคือการใช้วัสดุที่เป็นตัวนำไฟฟ้า นำสัญญาณตัวนี้ไปผ่านการขยายส่งออกมาจากแอมป์เข้าไปสู่หูฟัง ซึ่งสายนำไฟฟ้าเหล่านี้ทำมาจากวัสดุไม่เหมือนกัน ฉะนั้นตัวนำไฟฟ้าก็มีผลกับเสียงที่ได้ออกมา ส่วนเสียงจะดี ไม่ดี ก็ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบมากมาย แสดงว่า เปลี่ยนสาย เสียงเปลี่ยนแน่นอน แต่มันจะไม่ได้เห็นชัดเจนราวฟ้ากับดิน แค่รับรู้ได้ว่าเสียงมันดีขึ้นและเปลี่ยนไป ส่วนฟังแล้วจะชอบไหม ก็แล้วแต่ผู้ใช้เลย

เกิดความคุ้มค่าแค่ไหน?

ผู้ใช้ควรเลือกสายให้ถูกต้อง ให้เข้ากับอุปกรณ์ที่เรามีอยู่ นั้นจะถือว่าคุ้มมาก แต่ถ้าเลือกสายที่ไม่แมชกับหูฟังที่มีอยู่ อาจทำให้เสียงไม่ได้ดูดีขึ้น เพราะสายสัญญาณนั้นๆมีคาแรคเตอร์เป็นของตัวเอง ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องเรียนรู้และเข้าใจอุปกรณ์ที่เรามี เพื่อจะได้เสียเงินให้ได้สิ่งที่คุ้มค่ากับความต้องการของเรา

สายแต่ละเกรด แต่ละประเภทต่างกันยังไง

ยุคแรกๆนั้น มีตัวนำหลักที่ถูกนำมาผลิตอยู่ สองประเภท ดังนี้                     

  1. ทองแดง มีคุณสมบัติที่โดดเด่นเรื่องของเนื้อเสียง ช่วยให้เสียงที่ได้นั้นมีมวล ฟังดูหนักแน่นหนา ให้อิมแพคที่ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งถือว่าเป็นวัสดุที่นิยม สายสต็อคที่มากับหูฟังก็มักจะใช้ทองแดงเป็นหลัก แต่สำหรับพวกสายอัพเกรดทองแดง จะมีเกรดที่ดีกว่า ไม่เปลี่ยนคาแรคเตอร์เดิมมากเกินไป
  2. เงิน ได้ความโดดเด่นเรื่องโทนเสียง กระจ่าง ให้เสียงที่เปิดเวที เสียงกว้างขวาง ปลายแหลม โฟกัสแม่นยำ รายละเอียดสูงให้เบสที่กระชับ เก็บตัวรวดเร็ว โดยมักจะมีค่าความบริสุทธิ์ที่แตกต่างกันตามทศนิยม

นอกจากนี้ในยุคหลังๆ ยังมีการใช้ตัวนำมากกว่า 1 ชนิด คือ

  1. Hybrid ผสมเงินและทองแดงให้อยู่ด้วยกัน เป็นการชดเชยข้อดีข้อเสียงของกันและกัน ทำให้เสียงที่ได้นั้นเป็นเสียงที่หนักแน่น เก็บรายละเอียดได้ดี รวมทั้งยังคงความกว้างและโปร่งของเวทีเสียงได้อย่างดีอีกด้วย
  2. เงินบริสุทธิ์ผสมทอง สายนี้ได้รับความนิยมสูงมาก ทำให้ได้เสียงที่ละมุน นุมนวลกว่าสายเงิน 100% นอกจากเสียงที่ได้จะเนียน ไม่แผดจนคมเกินไป บาลานซ์ของเสียงถือว่าครบเครื่อง ที่สำคัญย่ายเสียงต่ำก็ไม่ได้หายไปไหน แถมยังได้รายละเอียดและอิมแพคที่ดีอีกด้วย

เมื่อเรารู้จักกับประเภท คาแรคเตอร์ต่างๆในตัวนำสัญญาณภายในแล้ว ก็คงทำให้ การอัพเกรดสายหูฟังเข้าใจได้ง่ายขึ้น ผู้ใช้สามารถจับคู่ สายสัญญาณให้เข้ากับหูฟังที่มีอยู่ได้ดีขึ้น ได้ตามที่เราต้องการ อย่างเช่น ถ้าหูฟังของเราค่อนข้างจะมีมวลเสียงที่แน่นหนาแข็งแรงอยู่แล้ว การเปลี่ยนมาใช้สายอัพเกรดที่ทำจากเงินก็จะช่วยให้เสียงมีความบาลานซ์มากขึ้น ได้ความคมชัดและโปร่งขึ้น ไม่ฟังอึดอัดจนเกินไปหรือถ้าหูฟังเราเป็นประเภทคมจัดชัดจริง ก็อาจจะอัพเกรดมาเป็นทองแดง เพื่อลดปลายเสียงไม่ให้จัดจ้านจนเกินไป และทำให้ซาวด์โดยรวมมีน้ำหนักมากขึ้น

นอกจากนี้อย่าลืมว่านอกเหนือจากตัวนำสัญญาณภายในแล้ว ยังมีส่วนประกอบอื่นๆที่ส่งผลอีก เช่น ฉนวน, connector หรือหัวแจ็ค เป็นต้น รายละเอียดเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ล้วนส่งผลให้การอัพเกรดสายหูฟังของเราเพอร์เฟคมากขึ้น สรุปได้ว่าทั้งหูฟัง และสายสัญญาณ นั้นช่วยให้เสียงที่ได้รับมีคุณภาพมาก การเลือกอัพเกรดทั้งสองอย่างต้องเกื้อหนุนกัน หูฟังยังไม่ดีพอแต่ไปใช้สายอัพเกรดหลักหมื่นอันนี้ก็ไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควรดังนั้น เราควรศึกษาให้ดีก่อน เพื่อความคุ้มค่าของเราเอง

Tags :

รีวิวและบทความที่เกี่ยวข้อง