ระบบไฟอัจฉริยะ

แสดง 1 – 25 จาก 25

ทำความรู้จักกับระบบไฟอัจฉริยะ

นวัตกรรมและเทคโนโลยีถูกพัฒนามาอย่างก้าวกระโดด จนทำให้เกิดอุปกรณ์ Smart Home มากมาย ไม่เว้นแม้แต่ระบบไฟอัจฉริยะ ซึ่งอุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นไอเทมยอดนิยมที่ทำให้ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคุณสะดวกมากยิ่งขึ้น เป็นไฟ LED ที่มีการเชื่อมต่อผ่านระบบไร้สาย คุณไม่จำเป็นต้องเดินไปกดสวิตซ์เพื่อเปิดไฟ แต่สามารถสั่งการทำงานด้วยเสียงหรือเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเพื่อสั่งการทำงานจากแอปพลิเคชันได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนั้นบางรุ่นยังสามารถเปลี่ยนสีให้เข้ากับอารมณ์ ตั้งเวลาเปิด-ปิด รวมถึงสามารถช่วยให้คุณประหยัดไฟได้อีกด้วย ต้องบอกเลยว่า Smart light นั้น เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ Smart Home ที่เหมาะสำหรับทุกครัวเรือน
 

 

ระบบไฟอัจฉริยะทำงานอย่างไร

ไฟอัจฉริยะเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ IoT (Internet of Things) ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนบ้านธรรมดาของคุณให้เป็นบ้านอัจฉริยะหรือ Smart Home ได้ในทันที วิธีการทำงานของอุปกรณ์ชิ้นนี้จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตและ Hub/Gateway เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะต้องสั่งการทำงานด้วยเสียงหรือสั่งผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต

ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะเน้นการสั่งการทำงานบนแอปพลิเคชัน เมื่อคุณติดตั้งหลอดไฟเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเฉพาะอุปกรณ์ เพื่อสังการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิดไฟแบบเรียลไทม์หรือตั้งเวลาเปิด-ปิดไฟอัตโนมัติก็สามารถทำได้, เปลี่ยนสีไฟตามอารมณ์และความต้องการ, ฟีเจอร์อื่น ๆ ตามรุ่นของ Smart light เป็นต้น เรียกได้ว่าการทำงานของเจ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้นั้นตอบโจทย์ผู้ใช้งานในยุค 5G เป็นอย่างมาก
 

 



ไฟอัจฉริยะมีกี่ประเภท

สำหรับไฟอัจฉริยะ หลายคนจะนึกภาพว่ามีแค่หลอดไฟแบบเดียวเท่านั้น แต่จริงๆแล้วมีไฟอีกแล้วหลายรูปแบบที่ก็เป็นหนึ่งในระบบไฟอัจฉริยะเช่นเดียวกัน ซึ่งไฟเหล่านี้ก็จะมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่คล้ายคลึงกัน เช่น การปรับเปลี่ยนสีได้หลายล้านเฉดสี การตั้งค่าให้ไฟเปิดปิดอัตโนมัติ การสร้างบรรยากาศในห้อง เป็นต้น ส่วนที่ต่างกันจะเป็นรูปแบบของไฟ ซึ่งสามารถแบ่งเป็นรูปแบบหลักๆ ได้ดังนี้   


การใช้งานไฟอัจฉริยะมีกี่รูปแบบ

สำหรับใครที่กำลังเริ่มสนใจนวัตกรรมสุดล้ำและแสนอัจฉริยะชิ้นนี้อยู่ มาทำความรู้จัก Smart light กันให้มากขึ้นก่อนดีกว่า เริ่มจากการรู้จักประเภทของไฟอัจฉริยะในปัจจุบันกันก่อน ซึ่งมี 2 รูปแบบ ได้แก่

  1. สั่งการทำงานด้วยเสียง รูปแบบการทำงานประเภทนี้ต้องใช้ตัวกลางในการเชื่อมด้วย Hub / Gateway หรือลำโพงอัจฉริยะ จำเป็นต้องใช้งานระบบ Wifi เพื่อให้การสั่งการทำงานด้วยเสียงเป็นไปอย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ เรียกได้ว่าเป็นระบบการทำงานที่ช่วยอำนวยความสะดวกต่อการใช้งานได้เป็นอย่างดี เพราะคุณไปจำเป็นต้องเดินไปเปิดสวิทซ์ไฟด้วยตนเอง แต่สามารถสั่งการทำงานผ่านเสียงได้ทุกขณะ

  2. สั่งการทำงานด้วยสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต จำเป็นต้องใช้ระบบ Wifi หรือ Bluetooth ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์และสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเข้าด้วยกัน ซึ่งรูปแบบการทำงานประเภทนี้คุณจำเป็นต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันมาใช้งานโดยเฉพาะ ซึ่งสามารถสั่งการทำงานด้วยแอปพลิเคชันได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิดไฟ การตั้งเวลาเปิด-ปิดไฟอัตโนมัติ การเปลี่ยนสีไฟตามอารมณ์และความต้องการ เป็นต้น

 

คุณสมบัติเด่นของระบบไฟอัจฉริยะคืออะไร

นอกจากคุณสมบัติเด่นของไฟอัจฉริยะจะคือความสะดวกสบายและความล้ำสมัยแล้ว ต้องบอกเลยว่าฟีเจอร์เด่น ๆ ของเจ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะความพิเศษยังอยู่ที่การเปลี่ยนสีได้หลากหลายมากสูงสุดถึง 16 ล้านเฉดสี สามารถตั้งค่าให้ไฟเปลี่ยนตามจังหวะเพลงหรือจังหวะดนตรีได้อย่างไม่มีสะดุด อีกทั้งยังสามารถสร้าง Scene เพิ่มบรรยากาศภายในห้องให้น่าอยู่ได้มากขึ้น

โดยจะเห็นได้ว่าคุณสมบัติเด่นๆ นอกเหนือจากช่วยอำนวยความสะดวกจะเน้นเรื่องการเพิ่ม Emotional ที่มากขึ้น เพราะฉะนั้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาบรรยากาศบ้านที่แปลกใหม่และหลากหลาย เลือก Smart light มาใช้งานภายในบ้านรับรองว่าประทับใจแน่นอนครับ

 

ไฟอัจฉริยะ เลือกแบรนด์ไหนดี

หากเริ่มสนใจระบบไฟอัจฉริยะเพื่อเพิ่มบรรยากาศดี ๆ ภายในบ้านกันแล้ว Mercular.com ขอแนะนำแบรนด์ที่มีมาตรฐานและผ่านการรับรองความปลอดภัยในการใช้งานมาให้คุณได้เลือกซื้อมาใช้งานภายในบ้านหรืออาคาร ดังนี้ Philip Hue, Philips WizLamptonNanoleafYeelight, Xiaomi, Aqara, Lightme, Tuya, Sonoff เป็นต้น ซึ่งผลิตภัณฑ์ไฟอัจฉริยะจากแบรนด์เหล่านี้มีผู้คนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะว่ามีการรับรองความปลอดภัยในการใช้งาน อีกทั้งราคากับการทำงานยังเหมาะสมอีกด้วย บอกเลยว่าเลือกซื้อ Smart light จากแบรนด์เหล่านี้ไม่มีผิดหวัง

 

เคล็ดลับการเลือกซื้อ ระบบไฟอัจฉริยะ

ในการเลือกซื้อ Smart light เพื่อมาใช้งานภายในครัวเรือนนั้น จำเป็นต้องพิจารณาข้อจำกัดอย่างหลากหลาย เราจึงมีเทคนิคในการเลือกซื้ออย่างคุ้มค่าต่อการใช้งานมาแนะนำ ดังนี้

  1. เฉดสีของไฟ เรียกได้ว่าเป็นข้อควรพิจารณาอันดับต้น ๆ ในการซื้อเลยก็ว่าได้ เพราะระบบไฟอัจฉริยะมักจะมีฟีเจอร์ที่สามารถเปลี่ยนสีไฟได้ตามต้องการ ควรเลือกแบรนด์ที่มีเฉดสีมากกว่า 3 ล้านสีขึ้นไป เพื่อความหลากหลายและคุ้มค่าต่อการใช้งาน

  2. อายุการใช้งานของไฟ โดยปกติแล้วไฟประเภทนี้จะมีอายุการใช้งานมาตรฐานอยู่ที่ 25,000 ชั่วโมง คุณควรเลือกและตรวจสอบให้ละเอียดก่อนว่ารุ่นที่คุณกำลังจะซื้อนั้นสามารถใช้ได้นานเท่าไหร่ เพื่อจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนหลอดไฟอยู่บ่อยครั้ง

  3. วิธีการสั่งการทำงาน เทคนิคข้อนี้สำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะบางรุ่นนั้นรองรับการสั่งการทำงานด้วยเสียง แต่บางรุ่นรองรับการสั่งการทำงานด้วยแอปพลิเคชันผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเพียงเท่านั้น ดังนั้นก่อนการเลือกซื้อ ควรอ่านคุณสมบัติอย่างละเอียด

  4. ราคา เมื่อพิจารณาหัวข้อด้านบนเรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อมาควรดูเรื่องข้อราคาที่เหมาะสมกับคุณสมบัติที่ได้รับ ซึ่ง Smart light นั้นมีตั้งแต่ราคาหลักร้อยจนถึงหลักหมื่น เพราะฉะนั้นคุณควรพิจารณาฟีเจอร์ที่กำลังมองหาและราคาที่เหมาะสม เพื่อความคุ้มค่ามากที่สุด หากเป็นไปได้ควรหารีวิวผู้ที่ใช้งานจริงอ่านเพิ่มเติม

 

 

ไฟอัจฉริยะ อุปกรณ์ที่ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศให้กับทุกพื้นที่ในบ้าน

หากคุณกำลังมองหาความอัจฉริยะให้กับบ้านจนสามารถเปลี่ยนให้บ้านเป็น Smart Home อยู่ล่ะก็ ไอเทมอย่าง Smart light พร้อมเปลี่ยนบ้านของคุณให้เป็นบ้านอัจฉริยะได้แล้ววันนี้ คุณสามารถเปลี่ยนบรรยากาศโดยการปรับเปลี่ยนแสงไฟให้ได้เฉดสีตามต้องการ อีกทั้งยังสามารถสั่งการทำงานด้วยเสียงหรือสั่งการทำงานผ่านแอปพลิเคชันได้ทุกเมื่อ เรียกได้ว่าช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก หากสนใจซื้อไฟอัจฉริยะ เลือกซื้อได้แล้ววันนี้ที่ Mercular.com