หลอดไฟ

แสดง 1 – 11 จาก 11

หลอดไฟอัจฉริยะคืออะไร?

เริ่มต้นเปลี่ยนบ้านธรรมดาให้กลายเป็นบ้านสุดไฮเทคด้วยการอัพเกรดระบบแสงสว่างภายในบ้านมาใช้หลอดไฟอัจฉริยะได้แล้ววันนี้!

เพียงเชื่อมต่อหลอดไฟอัจฉริยะเข้ากับแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนคุณก็สามารถควบคุมสั่งการหลอดไฟได้ง่ายๆ ด้วยปลายนิ้วสัมผัส หรือจะสั่งการด้วยเสียงพูดผ่าน Google Assistant, Siri และ Alexa ก็ได้ พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่สุดล้ำด้วยคุณสมบัติสุดเจ๋งมากมาย อาทิ ปรับอุณหภูมิแสงได้ทั้งโทนอุ่นและโทนเย็น, ปรับสีสันได้เป็นล้านๆ สี, ตั้งเวลาเปิด-ปิดหลอดไฟจากที่ไหนก็ได้

หลอดไฟอัจฉริยะ (Smart Light Bulbs) คือหลอดไฟ LED ที่ถูกพัฒนาให้มีฟีเจอร์การทำงานตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ภายใต้แนวคิด IoT หรือ Internet of Things โดยจะมีการฝังวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เซ็นเซอร์ ซอฟต์แวร์ และคุณสมบัติการเชื่อมต่อกับเครือข่ายไร้สายไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi, Bluetooth, Z-Wave และ ZigBee เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อและสั่งการหลอดไฟได้จากระยะไกลผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต

หลอดไฟอัจฉริยะทำงานอย่างไร?

เริ่มต้นใช้งานหลอดไฟอัจฉริยะง่ายๆ เพียงจับคู่หลอดไฟเข้ากับแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต จากนั้นก็ควบคุมสั่งการหลอดไฟจากในแอปฯ ได้เลย หลอดไฟอัจฉริยะบางรุ่นรองรับการใช้งานร่วมกับเครือข่ายไร้สาย Zigbee คุณสามารถซื้อ Hub มาใช้งานร่วมกันได้เพื่อเข้าถึงคุณสมบัติและการปรับค่าการทำงานที่ละเอียดยิ่งยิ่งขึ้น หลอดไฟที่รองรับเครือข่าย Zigbee ส่วนใหญ่จะมี Hub ของตัวเอง เช่น หลอดไฟ Philips Hue ที่รองรับการใช้งานร่วมกับ Philips Hue Bridge เพื่อเข้าถึงคุณสมบัติการควบคุมหลอดไฟที่ละเอียดมากขึ้น

smart home smart lighting smart light bulbs

ประโยชน์ของหลอดไฟอัจฉริยะ

หลอดไฟอัจฉริยะมีประโยชน์มากกว่ากว่าหลอดไฟทั่วไปหลายอย่างทั้งในแง่ความสะดวกในการใช้งาน การควบคุมสั่งการ ไปจนถึงการตกแต่งและสร้างบรรยากาศพิเศษภายในบ้าน

  1. เพิ่มความสะดวกสบาย ด้วยความสามารถในการสั่งการระยะไกล คุณจึงควบคุมสั่งการหลอดไฟอัจฉริยะได้จากทุกที่ผ่านแอปฯ บนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต หรือจะสั่งงานด้วยเสียงพูดก็ได้ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ที่มีปัญหาในการเคลื่อนไหวจะได้ไม่ต้องเดินไปเปิด-ปิดไฟบ่อยๆ รวมถึงลดปัญหาการลืมปิดไปเมื่อออกจากบ้านไปแล้ว

  2. ช่วยตกแต่งบ้าน หลอดไฟอัจฉริยะส่วนใหญ่สามารถปรับสีสันได้เป็นล้านๆ สี ปรับปริมาณความสว่าง ปรับอุณหภูมิของแสงเป็นโทนอุ่นหรือโทนเย็น ซึ่งคุณสามารถตั้งค่าได้อย่างอิสระจากบนสมาร์ทโฟนเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสุข เพิ่มอรรถรสในการดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม รวมถึงปรับเปลี่ยนอารมณ์ของห้องด้วยการตั้งค่าแสงสีให้ตรงกับอารมณ์และความต้องการ

  3. ตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติ คุณสามารถตั้งเวลาเปิด-ปิดหลอดไฟอัจฉริยะได้อย่างอิสระ เช่น ตั้งเวลาเปิดไฟล่วงหน้าก่อนเปิดประตูบ้าน หรี่แสงในตอนกลางคืน ปิดไฟเมื่อเข้านอน หรือเปิดไฟอัตโนมัติเมื่อตื่นนอนในตอนเช้า

  4. เพิ่มความปลอดภัย หลอดไฟอัจฉริยะใหญ่รองรับคุณสมบัติเปิด-ปิดอัตโนมัติเมื่อได้รับสัญญาณจากเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว ดังนั้นจึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับสถานที่หรือบริเวณบ้านในตอนกลางคืน นอกจากนี้ยังสามารถส่งการแจ้งเตือนไปยังแอปฯ เมื่อตรวจพบการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติได้

  5. ลดการใช้พลังงาน หลอดไฟอัจฉริยะใช้หลอด CFL หรือ LED ดังนั้นจึงใช้กำลังวัตต์ไฟฟ้าน้อยกว่าหลอดไส้หรือหลอดตะเกียบดั้งเดิมในการให้ความสว่างในปริมาณที่เท่ากัน ถ้านำไปติดตั้งในห้องขนาดใหญ่ที่ต้องใช้หลอดไฟหลายๆ ดวง จะช่วยลดการใช้พลังงานได้มากกว่า นอกจากนี้ยังเกิดความร้อนน้อยกว่าด้วย

  6. ไม่มีปัญหาเรื่องขนาด หลอดไฟอัจฉริยะมีให้เลือกหลายแบบและหลายกำลังวัตต์ คุณสามารถเลือกใช้หลอดไฟได้อย่างเหมาะสมกับสถานที่และความต้องการ เช่น ใช้หลอดไฟกำลังวัตต์มากสำหรับห้องรับแขก ใช้หลอดไฟกำลังวัตต์น้อยสำหรับห้องนอน ซึ่งหลอดไฟทั้ง 2 ขนาดสามารถควบคุมผ่านแอปฯ ได้ตามปกติโดยไม่มีปัญหาเรื่องความต่างของกำลังวัตต์

  7. อายุการใช้งานยาวนาน หลอดไส้โดยเฉลี่ยมีอายุการใช้งาน 750 ถึง 2,000 ชั่วโมง ในทางตรงกันข้ามหลอดไฟอัจฉริยะ LED มีอายุการใช้งานนานกว่าที่ 25,000 ถึง 50,000 ชั่วโมง

  8. ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หลอดไฟอัจฉริยะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าเมื่อเทียบกับหลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์เนื่องจากไม่มีสารปรอท

smart home smart lighting smart light bulbs

ติดตั้งหลอดไฟอัจฉริยะไว้จุดไหนได้บ้าง?        

โดยทั่วไปแล้วหลอดไฟอัจฉริยะไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมากนักเพราะพื้นฐานของมันก็คือหลอด LED ทั่วไปเพียงแต่เพิ่มวงจรการเชื่อมต่อไร้สายเข้ามา หลอดไฟอัจฉริยะส่วนใหญ่มาพร้อมขั้วหลอดแบบเกลียวหมุนขนาด E27 จึงสามารถติดตั้งแทนหลอดไฟบ้านปกติได้เลยทันทีโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมอื่นใด และสามารถทำงานร่วมกับสวิตช์ไฟบ้านปกติได้โดยไม่มีปัญหา

จะซื้อหลอดไฟอัจฉริยะสักดวงต้องดูที่อะไรบ้าง?

การเลือกซื้อหลอดไฟอัจฉริยะมาใช้สักดวงไม่ใช่เรื่องยาก หลอดไฟแต่ละรุ่นมีจุดเด่นต่างกัน หัวใจสำคัญคือดูสเปก ความต้องการ และสถานที่ที่จะติดตั้งว่าเหมาะสมกับหลอดไฟรุ่นไหน โดยจุดที่ต้องดูมีดังนี้

  1. จำนวนสีสันที่ปรับได้ หลอดไฟอัจฉริยะส่วนใหญ่สามารถปรับสีสันได้เป็นล้านๆ สีผ่านการควบคุมภายในแอปพลิเคชัน ยิ่งรองรับการปรับสีได้เยอะก็ยิ่งปรับได้ละเอียด สร้างบรรยากาศและอารมณ์ได้ตรงตามความต้องการมากกว่า ปัจจุบันปริมาณสีสันที่หลอดไฟอัจฉริยะส่วนใหญ่ปรับได้คือ 16 ล้านสี

  2. มีแอปพลิเคชันรองรับ เพื่อควบคุมหลอดไฟอัจฉริยะอย่างเต็มประสิทธิภาพ หลอดไฟรุ่นนั้นต้องเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันได้ และแอปพลิเคชันที่ดีก็ควรจะทำงานได้ราบรื่นกับทุกอุปกรณ์และทุกระบบปฏิบัติการ เมื่อเชื่อมต่อกับแอปฯ ได้ คุณก็สามารถควบคุมหลอดไฟได้จากทุกที่ทุกเวลา ตั้งเวลาเปิด-ปิด ปรับแสง ปรับสี ปรับความสว่าง ดูสถานะการทำงาน ขณะเดียวกันถ้าในแอปฯ มีลูกเล่นการปรับแต่งเยอะก็ยิ่งดีเลย

  3. ฟังก์ชันการทำงาน โดยทั่วไปแล้วหลอดไฟอัจฉริยะจะมีฟังก์ชันการทำงานแตกต่างกันไปตามสเปกและราคา ดังนั้นควรเลือกซื้อรุ่นที่เราคิดว่าได้ใช้งานฟังก์ชันนี้แน่ๆ อย่างน้อยก็ควรปรับสีได้ ตั้งเวลาเปิด-ปิดได้ เชื่อมต่อแอปพลิเคชันได้ หลักคิดง่ายๆ คือ “เลือกให้เหมาะกับการใช้งาน”

  4. อายุการใช้งาน หลอดไฟอัจฉริยะที่ดีควรมีอายุการใช้งานที่ยาวนานจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยเพราะราคาของหลอดไฟแบบนี้ค่อนข้างสูง โดยปกติแล้วอายุการใช้งานของหลอดไฟอัจฉริยะจะอยู่ที่ประมาณ 25,000 ชั่วโมง แต่ถ้างบถึงลองเลือกรุ่นที่มีอายุการใช้งานนานกว่านี้ก็ได้เช่นกัน

  5. ราคา หลอดไฟอัจฉริยะมีราคาตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักหมื่น ดังนั้นควรเลือกรุ่นที่มีสเปกเหมาะสมกับความต้องการและการใช้งานของเรา ลองตรวจสอบและเปรียบเทียบราคาสินค้าจากหลายๆ ร้าน อย่าลืมดูความคุ้มค่าของสินค้าด้วย อาจต้องใช้เวลาหาข้อมูลมากหน่อยในช่วงแรกแต่ถ้าเจอรุ่นที่ใช่แล้วก็สบาย

เลือกซื้อหลอดไฟอัจฉริยะยี่ห้อไหนดี?

ปัจจุบันมีหลอดไฟอัจฉริยะให้เลือกซื้อมากมายหลายแบรนด์ ที่โดดเด่นที่สุดก็คือ Philips แบรนด์ดังเจ้าตลาด เชี่ยวชาญด้านหลอดไฟมายาวนาน มีให้เลือก 2 ตระกูลคือ Wiz และ Hue คุณภาพเป็นที่ยอมรับ มาพร้อมลูกเล่นที่น่าสนใจมากมาย แบรนด์รองๆ ลงมาก็จะมี Lamptam, Nanoleaf, Innohome, Xiaomi, Toshiba, TP-Link, Aileen, Osram เป็นต้น ซึ่งเว็บไซต์ Mercular.com ของเราก็หลอดไฟอัจฉริยะฉริยะแบรนด์ดังให้เลือกซื้อมากมาย ลองเข้าไปช้อปกันได้

หลอดไฟอัจฉริยะเหมาะกับใคร?

สำหรับคนที่อยากเปลี่ยนระบบแสงสว่างภายในบ้านให้ล้ำสมัยขึ้น อยากเปลี่ยนบรรยากาศเดิมๆ ของห้อง อยากเพิ่มอรรถรสให้กับการดูหนัง การฟังเพลง การเล่นเกม หรือการปาร์ตี้กับครอบครัวและเพื่อนๆ หลอดไฟอัจฉริยะสามารถช่วยคุณในเรื่องเหล่านี้ได้

เพียงแค่เชื่อมหลอดไฟเข้าต่อกับแอปฯ บนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต คุณก็สามารถสั่งการหลอดไฟได้ทุกอย่าง จะปรับแสง เปลี่ยนสี ลดความสว่าง ตั้งเวลาเปิด-ปิด ก็สามารถทำได้ง่ายๆ และยังสั่งการด้วยเสียงพูดผ่านระบบผู้ช่วยส่วนตัวอย่าง Google Assistant, Siri และ Alexa ได้ด้วย

smart home smart lighting smart light bulbs

หลอดไฟอัจฉริยะเกี่ยวข้องกับ Smart Home ยังไง?

หลอดไฟอัจฉริยะสามารถเปลี่ยนบ้านธรรมดาให้กลายเป็นบ้านสุดล้ำแห่งอนาคตด้วยการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ อย่าง Hub, ไฟเส้น, โคมไฟ, สวิตช์, เซนเซอร์จับความเคลื่อนไหว เพื่อให้ทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียวผ่านเครื่องข่ายไร้สายโดยมีศูนย์กลางการควบคุมที่แอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน

ต่อไปนี้ระบบแสงสว่างภายในบ้านก็จะไม่ได้มีแค่แสง Warm White, Cool White และ Cool Daylight อีกต่อไป แต่จะปรับได้เป็นล้านสี สั่งการได้จากระยะไกลที่ไหนก็ได้ขอแค่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต เปิด-ได้แบบอัตโนมัติ และสร้างบรรยากาศได้ในแบบที่คุณต้องการ เรียกว่าเป็นอุปกรณ์เล็กๆ ที่ช่วยสร้างความสุขภายในบ้านอย่างแท้จริง

ถ้าอยากให้บ้านกลายเป็น Smart Home เต็มรูปแบบ หลอดไฟอัจฉริยะเป็นอุปกรณ์ชิ้นแรกๆ ที่ต้องมี เลือกซื้อหลอดไฟอัจฉริยะแบรนด์ดัง สั่งออนไลน์ ส่งฟรี ส่งไว ได้แล้ววันนี้ที่ Mercular.com