YouTube Music vs Spotify แอปฯ ฟังเพลงตัวไหนเจ๋งกว่ากัน

7 ต.ค. 2565

YouTube Music vs Spotify แอปฯ ฟังเพลงตัวไหนเจ๋งกว่ากัน

ปัจจุบันเป็นยุคของ Music Streaming เต็มตัว เห็นได้จากความนิยมในการฟังเพลงผ่านแอปพลิเคชัน, ยอดดาวน์โหลด, รวมถึงการแข่งขันด้านคอนเทนต์และแคมเปญโปรโมตของแพลตฟอร์มฟังเพลงออนไลน์หลายๆ เจ้าที่ดุเดือดเข้มข้น แน่นอนว่า YouTube Music และ Spotify เป็นสองแอปฯ ฟังเพลงยอดนิยมของไทยที่มีผู้ใช้จำนวนมากทั้งบนสมาร์ตโฟนและบนคอมพิวเตอร์ PC ซึ่งทั้งสองแอปฯ ต่างก็มีความน่าใช้ มีเพลงเยอะ ใช้งานง่าย แต่แอปฯ ไหนล่ะที่ดีกว่ากัน บทความนี้ Mercular.com จะมาเปรียบเทียบให้ดูว่าระหว่าง YouTube Music vs Spotify ใครเจ๋งกว่ากัน แต่ละแอปฯ มีจุดเด่นจุดด้อยยังไง เหมาะกับใครบ้าง คนรักการฟังเพลงที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะฟังเพลงจากแอปฯ ไหนระหว่างสองตัวนี้ต้องดู

เปรียบเทียบ YouTube Music vs Spotify

YouTube Music และ Spotify เป็นแอปพลิเคชันฟังเพลงออนไลน์ หรือ Music Streaming เจ้าดังของไทย เปิดให้บริการทั้งบนระบบ iOS และ Android รวมถึงยังฟังผ่านหน้าเว็บเบราว์เซอร์หรือโหลดโปรแกรมลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ ดังนั้นทั้งสองแอปฯ จึงไม่มีข้อจำกัดในด้านอุปกรณ์ที่รองรับ 


Spotify เกิดขึ้นมาก่อน เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกวงการมิวสิกสตรีมมิ่งในไทยก็ว่าได้ ส่วน YouTube Music เป็นการรีแบรนด์จาก Google Play Music มาทีหลัง Spotify ระยะหนึ่งแต่ก็มีข้อได้เปรียบจากการเป็นลูกหม้อของ Google และมีเนื้อหาที่ซิงค์กับวิดีโอบน YouTube ซึ่งเป็นช่องทางที่ศิลปินทั่วโลกใช้ปล่อยผลงานอยู่แล้ว ดังนั้นเรื่องของเทรนด์ กระแสต่างๆ เพลงใหม่ อัลบัมใหม่ มีอัปเดตอยู่ตลอดเวลา 


เพื่อให้ง่ายต่อการเปรียบเทียบระหว่าง YouTube Music vs Spotify Mercular.com จะแบ่งหัวข้อการเปรียบเทียบหลักๆ ออกเป็น 4 หัวข้อ ดังนี้


ราคาและแพ็กเกจ


ทั้ง YouTube Music และ Spotify สามารถโหลดมาฟังเพลงได้แบบฟรีๆ แต่ต้องแลกมาด้วยการมีโฆษณาแทรกระหว่างเพลง Spotify สามารถกดข้ามเพลงถัดไปและกดย้อนกลับเพลงก่อนหน้าได้เพียง 6 ครั้งเท่านั้น หลังจากนั้นจะทำไม่ได้ ต้องปล่อยให้แอปฯ เล่นเพลงไปตามลำดับเพลย์ลิสต์เท่านั้น ส่วน YouTube Music จะไม่สามารถออกจากแอปฯ แล้วฟังเพลงไปพร้อมกันได้ ทั้งยังฟังเพลงแบบปิดหน้าจอสมาร์ตโฟนไม่ได้ด้วย ต้องเปิดหน้าแอปฯ ค้างไว้ตลอด


บริการแบบเสียเงินของ YouTube Music จะเรียกว่า YouTube Music Premium มีให้เลือกทั้งหมด 4 แพ็กเกจ ประกอบด้วย 


  • แพ็กเกจบุคคลรายเดือน ราคา 129 บาท/ต่อเดือน มีให้ทดลองใช้ฟรี 1 เดือน
  • แพ็กเกจบุคคลรายปี ราคา 1,290 บาท/ปี 
  • แพ็กเกจครอบครัวรายเดือน ราคา 199 บาท/เดือน มีให้ทดลองใช้ฟรี 1 เดือน เพิ่มสมาชิกในครอบครัวได้สูงสุด 5 คน
  • แพ็กเกจนักเรียนนักศึกษารายเดือน ราคา 65 บาท/เดือน มีให้ทดลองใช้ฟรี 1 เดือน ต้องมีการยืนยันสถานะรายปี


บริการแบบเสียเงินของ Spotify จะเรียกว่า Spotify Premium มีให้เลือกทั้งหมด 4 แพ็กเกจเช่นกัน ประกอบด้วย 


  • แพ็กเกจ Mini มีสองแบบได้แก่ รายวัน ราคา 7 บาท/วัน กับ รายสัปดาห์ ราคา 26 บาท/สัปดาห์
  • แพ็กเกจ Individual รายเดือน ใช้งานได้ 1 บัญชี ราคา 129 บาท/เดือน 
  • แพ็กเกจ Duo รายเดือน ใช้งานได้ 2 บัญชี ราคา 169 บาท/เดือน
  • แพ็กเกจ Family รายเดือน ใช้งานได้ 6 บัญชีสำหรับสมาชิกในครอบครัวที่อยู่บ้านเดียวกัน ราคา 209 บาท/เดือน 


บริการแบบเสียเงินของทั้งสองแอปฯ จะได้สิทธิประโยชน์คล้ายๆ กันคือ ฟังเพลงแบบไม่มีโฆษณาคั่น ดาวน์โหลดเพลงลงในอุปกรณ์เอาไว้ฟังแบบออฟไลน์ได้ และใช้งานได้ในทุกอุปกรณ์ ในแอปฯ Spotify จะสามารถกดข้ามเพลง-ย้อนกลับเพลงก่อนหน้าได้ ส่วน YouTube Music ก็จะฟังเพลงโดยปิดหน้าแอปฯ ไปใช้งานแอปฯ อื่น หรือปิดหน้าจอสมาร์ตโฟนเพื่อฟังแต่เสียงเพลงได้

เมื่อเทียบกันด้านราคา Spotify Premium จะมีตัวเลือกแพ็กเกจที่หลากหลายกว่า ราคาแพ็กเกจครอบครัวก็ถูกกว่า แถมจำนวนสมาชิกในครอบครัวก็เพิ่มได้มากกว่าด้วย นอกจากนี้ยังมีสิทธิพิเศษสำหรับนักศึกษาคือฟังฟรี 1 เดือน หลังจากนั้นเพียง 65 บาท/เดือน ได้ฟีเจอร์ทุกอย่างเทียบเท่าแพ็กเกจเสียเงินอื่นๆ

YouTube Music vs Spotify price

คุณภาพเสียง


หัวข้อนี้มีความสำคัญสำหรับคนที่ซีเรียสเรื่องคุณภาพเสียง ทั้งสองแอปฯ เล่นไฟล์เพลงในฟอร์แมต AAC เหมือนกันซึ่งไฟล์แบบ Lossy มีการบีบอัดข้อมูลทำให้สูญเสียรายละเอียดไปบ้างแต่ก็มีข้อดีคือไฟล์มีขนาดเล็กทำให้โหลดได้เร็วและประหยัดปริมาณการรับส่งข้อมูล


เริ่มจากบริการแบบฟรีบนแอปฯ ในสมาร์ตโฟนกันก่อน YouTube Music จะเล่นเพลงที่ความละเอียด 128kbps ส่วน Spotify เล่นที่ความละเอียด 160kbps เป็นความละเอียดต่ำที่ยังพอฟังได้ เน้นโหลดเร็ว แต่คุณภาพและรายละเอียดเสียงไม่ชัดเจนมากนัก หากอยากได้คุณภาพจัดเต็มต้องอัปเกรดเป็นบริการแบบเสียเงิน 


สำหรับบริการแบบเสียเงินของทั้งสองแอปฯ จะสามารถเลือกระดับคุณภาพเสียงได้ โดย YouTube Music Premium เลือกได้ 4 ระดับ คือ 


  • ต่ำ (48kbps)
  • ปานกลาง (128kbps) 
  • สูง (256kbps) 
  • สูงเสมอ (256kbps) 


ส่วน Spotify Premium เลือกได้ 5 ระดับ คือ 


  • อัตโนมัติ (ปรับความละเอียดแปรผันตามคุณภาพอินเทอร์เน็ต)
  • ต่ำ (24kbps)
  • ปานกลาง (96kbps)
  • สูง (160kbps) 
  • สูงมาก (320kbps)


เมื่อเทียบกันแล้วจะเห็นว่า ถ้าเป็นบริการแบบฟรี YouTube Music จะมีคุณภาพเสียงดีกว่า แต่ถ้าเป็นบริการแบบเสียเงิน Spotify Premium จะมีคุณภาพเสียงดีกว่า อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างระหว่าง 256kbps กับ 320kbps นั้นแทบจะแยกกันไม่ออกถ้าหากฟังด้วยลำโพงหรือหูฟังเกรดมาตรฐานทั่วไป จะเห็นผลชัดในอุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูงและมี system ที่เอื้ออำนวยต่อการฟังระดับจริงจัง หรือคนที่มีประสบการณ์ระดับหูทองคำ ในทางเทคนิคแล้วทั้งสองแอปฯ ให้คุณภาพเสียงแตกต่างกันจริง แต่การฟังทั่วไปถือว่าให้คุณภาพเสียงไม่ต่างกันมาก

YouTube Music vs Spotify listen music

เนื้อหาคอนเทนต์ 


ทั้ง YouTube Music และ Spotify ล้วนมีคอนเทนต์ที่น่าสนใจมากมายภายในแอปฯ หลักๆ เลยคือเรื่องของปริมาณเพลงที่มากมายมหาศาลซึ่งมีการจัดหมวดหมู่ให้เข้าถึงได้ง่ายตามแนวเพลง ศิลปิน และอัลบัมที่เกี่ยวข้องกัน นอกจากนี้ยังมีการจัดเป็นเพลย์ลิสต์ที่น่าสนใจมากมาย เช่น เพลย์ลิสต์ตามอารมณ์ เพลย์ลิสต์ตามกิจกรรม สถานีวิทยุแนะนำ เพลงฮิตท็อปชาร์ต เพลงออกใหม่ เพลงที่ฟังบ่อย เพลงแนะนำ ซึ่งทั้งสองแอปฯ ใช้อัลกอริทึมที่มีประสิทธิภาพในการเรียนรู้ว่าผู้ฟังชอบเพลงแนวไหน ฟังเพลงอะไรบ่อย หรือชอบศิลปินคนไหนเป็นพิเศษ จนสามารถแนะนำเพลงได้ค่อนข้างถูกจริตของคนฟังเลยทีเดียว


สิ่งที่ Spotify ได้เปรียบเป็นเรื่องของพอดแคสต์ที่มีให้เลือกฟังเยอะมากๆ โดยที่ YouTube Music ไม่มีในส่วนนี้ จริงอยู่ที่เราสามารถเปิดฟังจากใน YouTube ได้แต่มันคงจะดีกว่าถ้ารวมอยู่ภายในแอปฯ เดียว นอกจากนี้ Spotify ยังมีเพลงจากโปรเจกต์พิเศษที่ทำขึ้นสำหรับแพลตฟอร์มนี้โดยเฉพาะ หาฟังจากที่อื่นไม่ได้ รวมไปถึงจำนวนเพลย์ลิสต์ที่มีมากกว่าโดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นเพลงเท่านั้นแต่ยังรวมถึงเสียงบรรยากาศที่เอาไว้สร้างความผ่อนคลาย ตลอดจน Audiobook ที่มีให้เลือกฟังได้แบบเพลินๆ 


สิ่งที่ YouTube Music ยอดเยี่ยมกว่าคือสามารถฟังเพลงที่ไม่ได้เพลงแบบทางการจากศิลปินได้ เช่น เพลงคัฟเวอร์ เพลงรีมิกซ์ เพลงแปลง รวมไปถึงการแจมสดทุกประเภทที่ผู้ใช้ YouTube อัปโหลดไว้ พูดง่ายๆ ว่าบน YouTube มีเพลงอะไรเราจะสามารถฟังเพลงพวกนั้นทั้งหมดได้บน YouTube Music เช่นกัน นอกจากนี้ YouTube Music ยังใช้ประโยชน์จากคลังมิวสิกวิดีโอขนาดใหญ่ของตัวเองด้วยการให้ผู้ฟังสามารถกดสลับระหว่างฟังเพลงที่มีแค่เสียงเฉยๆ หรือกดดูมิวสิกวิดีโอของเพลงนั้นๆ ในทันที ฟังต่อเนื่องโดยไม่ต้องเริ่มต้นเล่นเพลงใหม่ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่สะดวกและเหมาะกับคนชอบดู MV ประกอบเพลงมากๆ

YouTube Music vs Spotify content

คุณสมบัติเพิ่มเติม


หัวข้อนี้อาจจะไม่ใช่หัวข้อหลักแต่ก็มีความสำคัญ ทั้ง YouTube Music และ Spotify มีฟีเจอร์แสดงเนื้อเพลง บันทึกเพลงที่ชอบไว้เป็นเพลย์ลิสต์ส่วนตัว สร้างเพลย์ลิสต์ใหม่ แชร์เพลงหรือเพลย์ลิสต์ให้เพื่อน ซึ่งช่วยเพิ่มประสบการณ์การใช้งานแอปฯ ให้สนุกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ทั้งสองแอปฯ ยังมีฟังก์ชันการ cast ไปยังอุปกรณ์ที่รองรับซึ่งดีมากหากต้องการให้เพลงที่กำลังฟังอยู่ไปเล่นบนลำโพงบลูทูธหรือซาวด์บาร์อัจฉริยะที่มีขนาดใหญ่และมีประสิทธิภาพดีกว่า โดยปัจจุบันมีลำโพงหลายรุ่นรองรับทั้ง Chromecast และ Spotify Connect ทำให้การฟังไม่จำกัดว่าต้องอยู่บนสมาร์ตโฟน โน๊ตบุ๊ค แท็บเล็ต เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ลำโพงบางตัวอาจเข้ากับบริการ cast ได้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ก็รองรับทั้งสองอย่าง ดังนั้นควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าแอปฯ ที่เลือกทำการ cast กับลำโพงที่มีได้หรือไม่

YouTube Music vs Spotify casting speaker

YouTube Music vs Spotify ฟังแอปฯ ไหนดี


ทั้ง YouTube Music และ Spotify เป็นบริการสตรีมมิ่งที่ดีทั้งคู่ มีเพลงเยอะ เนื้อหาคอนเทนต์น่าสนใจ ใช้ง่าย ฟังได้กับหลายๆ อุปกรณ์ อย่างไรก็ตาม การเลือกระหว่าง YouTube Music และ Spotify ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณกำลังมองหาในบริการสตรีมมิ่ง หากคุณให้ความสำคัญกับคุณภาพเสียงแน่นอนว่าในทางเทคนิค Spotify เฉือนชนะไปแบบหวุดหวิด รวมถึงเพลย์ลิสต์เพลงและพอดแคสต์ที่เยอะและตรงใจกว่า แต่ถ้าต้องการความสะดวกแบบ One Stop Service ชอบดู MV ดูคลิป YouTube แน่นอนว่า YouTube Music เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กว่า เนื่องจากทั้งเนื้อหาจากทั้งสองแหล่งจะซิงค์กัน อะไรที่ฟัง อะไรที่ชอบใน YouTube จะถูกเสิร์ฟบน YouTube Music ด้วยเช่นกัน


บริการสตรีมมิ่งทั้งคู่มีค่าบริการใกล้เคียงกันซึ่งถือว่ามีความคุ้มค่าต่อเงินที่จ่ายไปทุกเดือนแล้ว ดังนั้นข้อนี้เป็นเพียงส่วนประกอบเล็กๆ แต่ถ้าคุณมองว่าที่เป็นเรื่องสำคัญ แพ็กเกจครอบครัวของ Spotify มีราคาถูกกว่าแถมยังเพิ่มสมาชิกได้มากกว่า YouTube Music

YouTube Music vs Spotify woman listen music

ถึงตรงนี้ลูกค้าทุกท่านจะได้รู้แล้วนะครับว่า YouTube Music vs Spotify มีข้อดีข้อด้อยอย่างไร ใครเจ๋งกว่ากัน หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังลังเลเลือกไม่ได้ว่าจะใช้แอปฯ ฟังเพลงตัวไหนดี แนะนำว่าให้ลองเล่นเวอร์ชันฟรีของทั้งสองแอปฯ ดูก่อนครับ เปรียบการใช้งาน ประสิทธิภาพ ฟีเจอร์ เนื้อหาคอนเทนต์ต่างๆ ดูก่อน เมื่อลองเล่นแล้วพบว่าชอบไม่ชอบอย่างไรจะตัดสินใจได้เองว่าควรใช้แอปฯ ไหน เมื่อเลือกแอปฯได้แล้ว ทางที่ดีควรใช้แบบ Premium ไปเลย ราคารายเดือนไม่สูงมาก จะได้เข้าถึงคุณภาพสูงสุดที่แต่ละแอปฯ มีให้แบบครบๆ


สุดท้ายนี้ Mercular.com ต้องขอตัวลาไปก่อน พบกับบทความ Comparison สินค้าและบริการดีๆ แบบนี้ได้ที่เว็บไซต์ของเรา สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ

article-banner-1
article-banner-2