ตั้งค่าการค้นหา


ช่วงราคา


แบรนด์




สินค้า : สินค้าแนะนำ

categories.productBar.categoryTitle :

แดค/แอมป์ (DAC/Amp)

(categories.productBar.product 56 categories.productBar.unit)

หมวดหมู่ :

แดค/แอมป์ (DAC/Amp)

(สินค้า 56 ชิ้น)

หน้าที่ของ DAC-Amp 

หน้าที่หลักๆ ของ DAC-Amp นั้นก็คือการใช้ DAC ถอดรหัสและแปลงสัญญาณเสียงจากรูปแบบ Digital กลับไปเป็น Analog ที่นักฟังเพลงให้ความเห็นกันว่ามีรายละเอียดและมีความสมจริงสูงกว่า จากนั้นจึงส่งออกและใช้ Amp ในการขับและขยายเสียงที่ได้ให้ดัง ขับออกมาแรงพอที่จะทำให้ไดรเวอร์ภายในหูฟังสามารถขับเสียงได้เต็มทุกรายละเอียดและเต็มคุณภาพ ซึ่งปกติการเล่นเพลงจาก Smartphone, Tablet, PC, Laptop หรืออุปกรณ์บางอย่างจะให้รายละเอียดเสียงได้ไม่เท่ากับการขับเสียงผ่าน DAC-Amp ที่ออกแบบมาเพื่อการนี้ โดยเฉพาะการขับเสียงประเภท Lossless และ Hi-Res Lossless ที่จำเป็นต้องมีการแปลงสัญญาณดิจิตอลกลับไปเป็น Analog แบบต้นฉบับก่อน

จากนั้นจำเป็นต้องใช้แรงขับที่สูงพอประมาณถึงจะขับได้ครบถ้วนทุกรายละเอียดและใกล้เคียงกับคุณภาพสูงสุดของไฟล์เสียงประเภทนั้นๆ ซึ่งด้วยหน้าที่นี้เองที่ปฏิเสธไปไม่ได้จริงๆ ว่าในปัจจุบันตลาดของการฟังเพลงนั้นได้รับความนิยมที่แพร่หลายมากขึ้น แล้วก็ยังมีนักฟังเพลงอีกหลายคนที่รู้สึกว่าคุณภาพเสียงที่ได้จากการฟังเพลงจากหูฟังต่อกับ Smartphone หรืออุปกรณ์เล่นเพลงโดยตรงอาจจะยังให้ความละเอียดได้ไม่เพียงพอ หรือก็คือให้ได้ไม่ครบถ้วนเต็มที่เท่าที่ไฟล์คุณภาพสูงนั้นๆ ให้ได้ ซึ่งการที่จะฟังเพลงให้ได้คุณภาพเสียงแบบ Lossless หรือ Hi-Res Lossless อย่างสมบูรณ์แบบนั้นลำพัง Smartphone และ หูฟังแบบทั่วๆ ไปนั้นยังไม่เพียงพอ ทำให้อุปกรณ์สำหรับช่วยแปลงสัญญาณและขับเสียงอย่าง DAC-Amp เข้ามามีบทบาท

แดค-แอมป์ (DAC-AMP) ราคา

จริงหรือ ที่ DAC-Amp ช่วยให้รายละเอียดเพลงดีขึ้น 

ด้วยหลักการทำงานของ DAC-Amp ที่ออกแบบมาเพื่อขับเสียงให้ได้ใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด บนความคิดที่ว่าแปลงเสียงจาก Analog ไปเป็น Digital นั้นอาจทำให้เกิดการสูญเสียของรายละเอียดเสียง และการบีบอัดของไฟล์ Digital ทำให้คุณภาพเสียงด้อยลงไปจากเดิม รวมถึงการจะฟังเพลงให้ได้คุณภาพเสียงครบถ้วนใกล้เคียงกับต้นฉบับนั้นจำเป็นต้องผ่านกระบวนการการแปลงและถอดรหัสสัญญาณ ซึ่งเมื่อรวมกับประสบการณ์ของเหล่าผู้ที่ได้ฟังและใช้การฟังเพลงผ่าน DAC-Amp ก็ให้การยอมรับว่าช่วยให้รายละเอียดเพลงดีขึ้นจริงๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้หมายความว่า DAC-Amp จะทำให้รายละเอียดเสียงของทุกเพลงดีขึ้นทั้งหมด

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับไฟล์ที่นำมาเล่นด้วย หากไฟล์นั้นถูกบีบอัดมาจนมีขนาดที่เล็กมากนั่นหมายความว่ารายละเอียดเสียงดั้งเดิมจะกตัดทอนและบีบอัดจนหายไปด้วยเช่นกัน ซึ่งต่อให้ใช้ DAC-Amp ราคาหลักแสนก็ไม่สามารถทำให้รายละเอียดเสียงดีขึ้น ดังนั้นหากจะถามว่า DAC-Amp จำเป็นหรือไม่ ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบฟังเพลงด้วยเสียงระดับ Master หรือ Hi-Res ที่ให้ประสบการณ์เสียงที่ไม่แพ้กับการไปนั่งฟังใน Studio หรือเสียงต้นฉบับก็บอกเลยว่าจำเป็นแน่นอน แต่ทั้งนี้องค์ประกอบอื่นๆ ก็ต้องครบถ้วนเช่นเดียวกันทั้งไฟล์เพลงแบบ Hi-Res, หูฟังที่มาพร้อมไดร์เวอร์ขับเสียงแบบ Hi-Res, เครื่องเล่นเพลงระดับ Hi-Res และแน่นอนว่า DAC-Amp สำหรับแปลงและขับเสียงระดับ Hi-Res ก็ขาดไม่ได้ด้วยเช่นกัน เพื่อการฟังเพลงที่สมบูรณ์แบบ

ซื้อ แดค-แอมป์ (DAC-AMP)

การเชื่อมต่อของ DAC-Amp พกพา 

ด้านการเชื่อมต่อชอง DAC-Amp จะอยู่บนพื้นฐานการใช้งานในการฟังเพลงผ่านหูฟังและการเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องเล่นเพลงเป็นหลัก ซึ่งถ้าพูดถึง DAC-Amp สมัยก่อนคงไม่มีใครคาดคิดว่าเทคดนดลยีจะพัฒนามาให้ DAC-Amp สามารถพกพาได้ โดยเมื่อก่อนถ้านึกถึง DAC-Amp ก็คงจะต้องนึกถึงความใหญ่ที่มีหลอดไฟบนตัว และแอมป์ใหญ่ๆ ที่ต่อกับเครื่องเสียงใหญ่ๆ แต่ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันก็ต้องบอกเลยว่าไม่ใช่แบบนั้นแล้ว เพราะทรศัพท์ยังถูกลดขนาดให้เล็กลงในขณะเดียวกันก็ฉลาดขึ้นแบบ Smartphone สำหรับ DAC-Amp ก็เช่นหกันที่ปัจจุบันไม่ได้ใหญ่แบบนั้นแล้ว เพราะ DAC-Amp ในปัจจุบันมีตั้งแต่ขนาดใหญ่ที่ต้องตั้งโต๊ะหรือช้งานในบ้าน เคลื่อนย้ายได้อย่างยากลำบาก ไปจนถึงขนาดเล็กที่สามารถพกพาใส่กระเป๋าเสื้อและกระเป๋ากางเกงได้หรือที่เรียกว่า DAC-Amp พกพา โดยสินค้าประเภทนี้ก็จะมาพร้อมการเชื่อมต่อที่หลากหลายและไม่จำเป็นต้องมีแต่การเชื่อมต่อแบบมีสายเท่านั้นเสมอไป เพราะ DAC-Amp พกพาในปัจจุบันนั้นจะมีการเชื่อมต่อทั้งมีสายและไร้สายผ่าน Bluetooth ทั้ง Input และ Output ดังนี้

  • การเชื่อมต่อมีสาย: ส่วนของการเชื่อมต่อแบบมีสายก็จะมีให้เลือกหลากหลายและตอบโจทย์การพกพาทั้ง AUX/3.5 mm., 6.3 mm., Balance 2.5, 4.4 mm., และ USB ซึ่งจะใช้การเชื่อมต่อเข้ากับ Smartphone หรือเครื่องเล่นเพลงผ่านทาง USB และขับเสียงเข้าหูฟังผ่านทางช่อง AUX และ Balance นั่นเอง

  • การเชื่อมต่อไร้สาย: สำหรับการเชื่อมต่อไร้สายก็จะเป็น Bluetooth ที่สั่งสัญญาณได้ทั้ง Input และ Output และด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันที่มีการส่งสัญญาณเสียงคุณภาพสูงผ่าน Codec ไร้สายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น aptX ที่ให้คุณภาพเสียงได้เทียบเท่ากับแบบ CD หรือจะเป็นเทคโนโลยี LDAC ของ Sony ที่ส่งสัญญาณเสียงไร้สายได้ในระดับ Hi-Res Lossless และอีกหลายเทคโนโลยีที่กำลังพัฒนาอยู่ซึ่งจะมาในอนาคตก็ยิ่งทำให้การส่งสัญญาณไร้สายมีคุณภาพเทียบเท่ามีสาย

ขาย แดค-แอมป์ (DAC-AMP)

DAC-Amp แบรนด์ไหนดี

หากจะให้พูดถึง DAC-Amp แบรนด์ยอดนิยม ถ้าเป็นเมื่อก่อนแบรด์ที่เหล่านักฟังเพลง และสายหูทองนิยมก็มักจะเป็นแบรนด์จากฝั่งตะวันตกเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะแบรนด์จากฝั่งยุโรป และแบรนด์จากฝั่งญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงด้านเครื่องใช้ไฟฟ้ามาเป็นเวลายาวนาน ซึ่งที่โดดเด่นด้วยการออกแบบที่หรูหราคลาสสิค สเปคภายในที่อัดแน่นจัดเต็มครบถ้วนทุกการใช้งาน และด้านการใช้งานที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายในขณะเดียวกันก็มีประสิทธิภาพการใช้งานที่สูงตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการประมวลผลเสียง ภาคของการถอดรหัสในส่วนของ DAC รวมไปถึงภาคขยายเสียงในส่วนของ Amp นอกจากนั้นในส่วนของ Hardware อื่นๆ ก็เลือกใช้แต่วัสดุระดับพรีเมียมที่นอกจากจะมีความทนทานแล้วยังมีข้อดีในเรื่องของการขับเสียงและให้สัญญาณที่เสถียร โดยแบรนด์เด่นยอดนิยมมีดังนี้

Sony
iFi
Topping
Fiio
Audioquest
Creative

แดค-แอมป์ (DAC-AMP) พกพา

DAC-Amp พกพายอดนิยม

และจากบรรดาแบรนด์ยอดนิยมที่นำมาแนะกันด้านบน หากคุณกำลังมองหา DAC-Amp รุ่นยอดนิยมสักตัวไว้สำหรับฟังเพลงคุณภาพเสียงระดับ Hi-Res Lossless ทั้งจากเครื่องเล่นเพลงและการฟังจาก App Streaming คุณภาพสูงอย่าง Apple Music Hi-Fi และ Tidal ทาง Mercular.com ก็มี DAC-Amp รุ่นยอดนิยมที่รับรองว่าโดดเด่นทั้งด้านคุณภาพการใช้ สเปคระดับไฮเอนด์ และรูปร่างการออกแบบระดับพรีเมียมอีกด้วย โดยรุ่นเด่นๆ มีดังนี้

Audioquest Dragonfly Cobalt USB DAC
Topping D50s Dac-Amp
iFi Hip DAC
Shanling UP4 Dac-Amp พกพา
Fiio Q3 Dac-Amp