หูฟัง Earbud (Earbud Headphone)

แสดง 1 – 40 จาก 47

หูฟัง Earbud คืออะไร

ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าแม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด มีการคิดค้นและผลิตเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมามากมายเพียงใดแต่สุดท้ายแล้วความคลาสสิคหรือ Original ก็คือที่สุด เพราะแม้จะมีหูฟังมากมายหลายหมวดเข้ามาให้เลือกทั้ง In-Ear, Over-Ear, On-Ear และ Bone Conduction แต่ผู้ใช้งานที่ชื่นชอบความ Original ก็ยังคงรักในสินค้ารูปแบบเดิมๆ ซึ่งนี่ทำให้หมวดของ หูฟัง Earbud หรือก็คือ ​หูฟังที่หลายๆ คนคุ้นเคยกันดี ถ้าจะพูดให้เห็นภาพคือ หูฟังไอโฟน รุ่นเก่าๆ ที่ใส่โดยการเอาข้างไปแปะไว้บริเวณช่องของรูหูโดยไม่ต้องยัดเข้าไปในหู ปัจจุบันยังคงได้รับความนิยมอยู่ เพราะแม้คนส่วนใหญ่จะหันไปเล่นหูฟัง In-Ear แต่ก็มีไม่น้อยที่ไม่ชอบ In-Ear ที่ต้องยัดเข้าไปในหูและอาจจะทำให้อึดอัดหรือรู้สึกถูกอุดหู

ในขณะที่ หูฟัง Earbud ให้ความรู้สึกสบายหูมากกว่านั่นเอง ซึ่งยิ่งเมื่อนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาผสมผสานด้วยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเชื่อมต่อไร้สาย, ไร้สาย True Wireless และการปรับปรุงรูปแบบการออกแบบใหม่ๆ ที่แก้จุดอ่อนในเรื่องการสวมใส่ที่อาจจะไม่กระชับกับหูบางคนเท่าไหร่นักรวมถึงหลุดง่าย ปรับปรุงให้สวมใส่ได้ง่ายดายกระชับหูมากขึ้น โดยที่ยังคงคอนเซ็ปท์เดิมคือ แปะหู ไม่ต้องยัดเข้าไปในรูหูให้อึดอัด ผลที่ได้จึงตกเป็นผลดีต่อผู้ใช้งาน เพราะนอกจากจะได้รับทั้งความคลาสสิค การสวมใส่ที่สบายหู รวมไปถึงแนวเสียงแล้ว ตัว หูฟัง Earbud ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทำให้อะไรๆ ง่ายขึ้น สมบูรณ์แบบมากขึ้นอีกด้วย

ทำไมหูฟัง Earbud ถึงได้รับความนิยม

ตามที่ได้กล่าวไปในข้างต้น จุดเด่นของ หูฟัง Earbud คือเรื่องของการสวมใส่ที่สบายหูไม่ต้องยัดเข้าไปในหูให้อึดอัด รวมถึงความ Classic ของการเป็นหูฟังรูปแบบแรกๆ ซึ่งเมื่อนำรูปแบบเดิมมาปรับปรุงใหม่ให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น เช่น การปรับปรุงรูปทรงแบบใหม่โดยที่ยังคงคาแรคเตอร์ความเป็น หูฟัง Earbud อยู่เช่นเดิม เพื่อการสวมใส่ที่ง่ายขึ้นรวมไปจนถึงดูทันสมัยมากขึ้น เช่นหารออกแบบบน หูฟัง EarPodds จากทาง Apple เป็นต้น รวมไปถึงส่วนของการเชื่อมต่อที่ก็มีทั้งแบบดั้งเดิมที่เชื่อมต่อแบบมีสายไปจนถึงการเชื่อมต่อตามยุคสมัยแบบไร้สาย และ ไร้สาย True Wireless นั่นจึงทำให้ตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้งานที่ชื่นชอบความคลาสสิค, ผู้ที่ชื่นชอบความสะดวกสบายในการสวมใส่ รวมไปถึงผู้ใช้หน้าใหม่ที่ติดเทคโนโลยีแต่ต้องการหูฟังที่ใส่สบายอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นสาเหตุที่ ทำไมหูฟัง Earbud ถึงได้รับความนิยม? อยู่นั่นเอง

หูฟัง Earbud ราคา

จุดเด่นของ หูฟัง Earbud คืออะไร

หากพูดถึงจุดเด่น หูฟัง Earbud มีจุดเด่นหลักและจุดเด่นเดียวนั่นก็คือการสวมใส่แบบ Earbud หรือก็คือการสวมใส่แบบแปะหู ที่ไม่ต้องยัดเข้าไปในหูโดยใช้วิธีสวมใส่ให้กระชับกับช่วงช่องหูรอบนอก ซึ่งผลที่ได้ก็คือความสบายหูที่ไม่ต้องยัดเข้าไปในหูลึกแบบ In-Ear,​ครอบหูมิดจนอากาศไหลผ่านน้อยแบบ Over-Ear และหนีบกับใบหูจนบางครั้งทำให้รู้สึกอึดอัดแบบ On-Ear ซึ่งด้วยการสวมใส่แบบ หูฟัง Earbud ทำให้บางครั้งผู้สวมใส่แทบจะลืมไปเลยว่ากำลังใส่หูฟังอยู่ ด้วยความเบาสบายที่ตัวหูฟังมอบให้ และยังเปิดหูทั้งหมดทำให้อากาศไหลผ่านได้สะดวก ไม่มีปัญหาเรื่องอับหู ทำให้หูล้า หรือปัญหาเรื่องขี้หูจากการต้องยัดเข้าไปในหูมากวนใจ

ถ้าชอบหูฟังใส่สบายๆ ควรเลือก หูฟัง Earbud หรือ หูฟัง In-Ear

ตามที่กล่าวไปทั้งหมดว่าจุดเด่นของ หูฟัง Earbud ก็คือการสวมใส่ที่สบาย กระชับหู และเป็นหูฟังประเภทเดียวที่ไม่ต้องฝืนส่วนใดส่วนหนึ่งของช่องหู ทั้งการยัดเข้าไปในหู การครอบหูจนมิด หรือการหนีบใบหนู ทำให้ หูฟัง Earbud เป็นหูฟังประเภทเดียวที่โดดเด่นในเรื่องการสวมใส่ที่สบายหู และยังเป็นประเภทเดียวที่ใส่สบายมากที่สุดอีกด้วย ซึ่งเมื่อเทียบกับ หูฟัง In-Ear ที่ต้องใช้การสวมใส่แบบยัดเข้าไปในหู โดยให้จุกหูฟังสวนเข้าไปด้านในหูมากที่สุดเพื่อความกระชับของตัวหูฟังกับช่องหู ซึ่งแม้จะมีจุกซิลิโคนและจุกแบบอื่นๆ หลายแบบหลายขนาดให้เลือก

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังไงการยัดหูฟังเข้าไปในข่องหูบางครั้งก็ทำให้อากาศในรูหูไม่ถ่ายเท รวมถึงทำให้รู้สึกอึดอัดเหมือนถูกอุดหูในบางครั้ง รวมถึงแม้จะมีเทคโนโลยีระบายความดันอากาศแบบบนหูฟัง Apple AirPods Pro ก็ตามที่ไม่ทำให้รู้สึกว่าถูกอุดหู แต่ในความเป็นจริงก็ยังคงต้องยัดซิลิโคนเข้าไปอยู่ดี ดังนั้นถ้าให้สรุปก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ถ้าชอบหูฟังใส่สบายๆ ก็ควรจะเลือก หูฟัง Earbud มากกว่า หูฟัง In-Ear

ซื้อ หูฟัง Earbud

คุณภาพเสียงของหูฟัง Earbud สามารถเทียบเท่า หูฟัง In-Ear ได้หรือไม่

พูดถึงจุดเด่นของ หูฟัง Earbud กันไปหลายข้อแล้วทีนี้มาถึงจุดอ่อนที่หูฟังประเภทนี้ทำได้ด้อยกว่าประเภทอื่นกันบ้างนั่นก็คื่อเรื่องเสียง ด้วยความที่ หูฟัง Earbud เป็นหูฟังแบบเปิด ไม่ได้แหย่เข้าไปในรูหูโดยตรงและใช้การขับเสียงแบบกระจายออกแบบเดียวกับลำโพง ทำให้บางย่านเสียงนั่นสูญเสียไปหรือก็คืออาจจะได้ยินเสียงไม่ครบถ้วนทุกย่านและทุกตัวโน๊ตเสียงนั่นเอง โดยหลักๆ เสียงที่ได้ยินจะเป็นย่านกลางและย่านสูง ในขณะที่ย่านเบสจะกระจายออกไม่เข้าไปในหูทั้งหมดและให้เวทีเสียงที่เปิด โปร่ง กว้าง ต่างกับหูฟัง In-Ear ที่เมื่อยัดเข้าไปในหู

นั่นหมายความว่าเสียงทุกย่านจะเข้าไปในรูหูทั้งหมด ไม่มีเสียงย่านใดที่สูญเสียไปทั้งย่านกลาง สูง เบส และเวทีเสียงที่ทั้งหมดสามารถปรับจูนและควบคุมได้เนื่องจากไม่ต้องสูญเสียไประหว่างทางจากหูฟังเข้ามาในรูหูนั่นเอง นั่นจึงทำให้หากถามว่า คุณภาพเสียงของหูฟัง Earbud สามารถเทียบเท่า หูฟัง In-Ear ได้หรือไม่ ก็ต้องตอบว่า หูฟัง Earbud ยังคงตามหูฟัง In-Ear อยู่ แต่ก็อาจจะตามอีกไม่นานเพราะในปัจจุบันก็มีการพัฒนาเทคโนโลยีการสวมใส่ให้ช่องท่อเสียงจ่อเข้ากับรูหูมากขึ้น สูญเสียเสียงให้น้อยที่สุด รวมถึงแนวเสียงที่เพิ่มย่านที่สูญเสียไประหว่างทางเช่นเพิ่มเบสให้หนักขึ้น

ทำไมคุณภาพเสียงย่านความถี่ต่ำของหูฟัง Earbud จึงไม่สามารถเทียบเท่าหูฟังแบบ In-Ear ได้

ตามที่ได้กล่าวไปแล้วว่า  หูฟัง Earbud จะมีการสูญเสียย่านเสียงไปบ้างเนื่องจากการที่ท่อเสียงของตัวหูฟังไม่ได้จ่อกับรูหูโดยตรง ทำให้ย่านเสียงโดยเฉพาะย่านเบสที่หนักและมักจะลงต่ำกว่าย่านอื่นๆ ไปไม่ถึงช่องหูภายใน ซึ่งต่างกับหูฟัง In-Ear ที่ยัดเข้าไปในหู ท่อเสียงจ่อกับรูหูโดยตรง ทำให้เสียงทุกย่าน กลาง สูง และเบส รวมไปถึงเวทีเสียงที่ปรับจูนในขนาดต่างๆ เข้าไปในช่องหูทั้งหมดและจำลองประสบการณ์ได้สมจริงมากกว่า โดยถ้าให้เปรียบเทียบการฟังเพลงผ่าน หูฟัง Earbud จะให้อารมณ์เหมือนฟังดนตรีสดกลางแจ้ง หรือฟังเพลงจากลำโพงคอนเสิร์ตที่อยู่ด้านหน้าห่างออกไป ที่กว่าย่านเสียงต่างๆ จะผ่านมาถึงหูผู้ฟังก็ได้ถูกลดทอนคุณภาพไปตามระยะทางและสิ่งกีดขวางต่างๆ

ส่วนหูฟัง In-Ear จะให้ประสบการณ์เหมือนกับนั่งฟังในห้องที่มีผู้ฟังและเครื่องดนตรีเท่านั้นที่อยู่ตรงหน้าทำให้เสียงที่มีทุกย่านไม่สูญเสียไปแล้วเข้าสู่หูผู้ฟังทั้งหมด ซึ่งหากต้องตอบคำถามว่า ทำไมคุณภาพเสียงย่านความถี่ต่ำของหูฟัง Earbud จึงไม่สามารถเทียบเท่าหูฟังแบบ In-Ear ได้ คำตอบก็คือการที่ หูฟัง Earbud เป็นหูฟังแบบเปิดที่ต้องสูญเสียย่านเสียงไปบ้าง ไม่ได้จ่อตรงกับรูหูแบบ หูฟัง In-Ear น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

แนะนำหูฟัง Earbud แบบมีสาย

ในปัจจุบันมี หูฟัง Earbud ทั้งแบบมีสายและไร้สายให้เลือกมากมาย โดยส่วนของมีสายจะเน้นในเรื่องของประสบการณ์เสียงคุณภาพสูงมากกว่าแบบไร้สายที่จะเน้นในเรื่องความสะดวกสบายในการใช้งาน โดยรุ่นเด่นๆ ของ หูฟัง Earbud แบบมีสายนั้นมีดังนี้

หูฟัง Audio-Technica ATH-CM2000TI Earbud
หูฟัง Ostry KC08T Earbud
หูฟัง Obelisk Earbud
หูฟัง BGVP DX5 Earbuds
หูฟัง Yuin Pk3 Earbud
หูฟัง Apple Earpods With Lightning Connector Earbuds

แนะนำหูฟัง Earbud แบบไร้สาย

นอกจาก หูฟัง Earbud แบบมีสายที่เน้นในเรื่องของแนวเสียงที่ทรงพลังและคุณภาพสูงตอบโจทย์นักฟังเพลงแล้ว ปัจจุบันยังมี หูฟัง Earbud แบบไร้สาย ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่สะดวกสบายแบบครบวงจร ตั้งแต่การสวมใส่ที่สบายหู การเชื่อมต่อที่ไม่มีสายมาเกะกะกวนในทำให้ใช้งานได้สะดวก ตอบโจทย์การใช้งานทั่วๆ ไป ทั้งฟังเพลง สนทนาโทรศัพท์ ไปจนถึงใส่ออกกำลังกาย โดยรุ่นเด่นๆ ได้แก่

หูฟังไร้สาย Apple AirPods with Charging Case (2nd Generation)
หูฟังไร้สาย HUAWEI FreeBuds 4 True Wireless
หูฟังไร้สาย SoundPeats TrueAir 2 True Wireless
หูฟังไร้สาย Razer Hammerhead True Wireless X
หูฟังไร้สาย Plantronics BackBeat Fit 3150 True Wireless
หูฟังไร้สาย Urbanears Luma True Wireless