สายชาร์จ Type C

แสดง 1 – 40 จาก 49

ทำความรู้จักกับ สายชาร์จ Type C

สายชาร์จ Type-C  หรือ USB-C  สายชาร์จที่ออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน Android ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์อย่าง SAMSUNG, OPPO, Realme, HUAWEI รวมไปถึงอุปกรณ์เสริมอื่นๆ อีกหลายอย่างก็เลือกใช้พอร์ต USB C ที่ต้องใช้ สายชาร์จ Type C เช่นกัน สายชาร์จ Type-C พร้อมการชาร์จ และการถ่ายโอนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพดีมากกว่าสายชาร์จแบบปกติทั่วไปอย่างสายชาร์จแบบ Micro USB ส่วนใหญ่สายชาร์จ Type C มักจะแถมมาควบคู่กับสมาร์ทโฟนภายในกล่อง ดังนั้นเลยอาจจะทำให้บางคนไม่ได้คิดว่าจะมีความจำเป็นที่ต้องซื้อสายชาร์จ Type C มาใหม่ แต่ความเป็นจริงแล้ว เมื่อใช้ไปได้ในระยะหนึ่งมักพบกับปัญหาสายชาร์จเกิดชำรุด ชาร์จใช้งานไม่ค่อยติด รวมไปถึงสายชาร์จเกิดขาดจึงจำเป็นจะต้องหาซื้อเปลี่ยน สายชาร์จ Type-C มาใหม่ จึงอาจจะเป็นเรื่องยากของใครบางคนที่ไม่รู้ว่าจะซื้อสายชาร์จแบบไหนมาใช้ดีที่สุด วันนี้ Mercular.com เลยอยากมาแนะนำวิธีการเลือกซื้อ สายชาร์จ Type-C ให้เข้ากับการใช้งานมากที่สุด เพื่อจะส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพได้ตรงตามการใช้งานครับ
 

 

สายชาร์จ Type C ต่างกับ สายชาร์จ Micro USB ยังไง?

สายชาร์จ Type C จะมาพร้อมกับมาตรฐานที่ใหม่กว่า  และมีเทคโนโลยีในการชาร์จเร็วกว่าสายชาร์จ Micro USB ปกติทั่วไป โดยพอร์ตชาร์จ USB C มีดีไซน์ คุณสมบัติในการชาร์จ การถ่ายโอนข้อมูล และเทคโนโลยีที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นราคาก็จะค่อนข้างสูง ส่วนใหญ่ก็จะขึ้นอยู่กับคุณสมบัติพิเศษอื่นๆ ในแต่ละสายชาร์จ Type C ของรุ่นนั้นๆ ด้วย ดังนั้นก็ต้องดูด้วยว่าต้องการแบบไหน แบรนด์ไหนให้เหมาะสมกับความต้องการของตัวเองมากที่สุดครับ 
 

สายชาร์จ Type C มีหลายราคา ต้องเลือกยังไง?

ก่อนเลือกซื้อเราควรเลือกจากมาตรฐานความปลอดภัยของแบรนด์ก่อนเป็นหลัก ส่วนของเรื่องราคาตอนนี้หลากหลายแบรนด์หันมำผลิต สายชาร์จ ในราคาย่อมเยากันมากขึ้น ซึ่งราคาก็มีตั้งแต่หลักสิบ ไปจนถึงหลักพัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นตัวแบรนด์ วัสดุ เทคโนโลยีต่างๆ แต่สุดท้ายแล้ว การตัดสินใจเลือกซื้อสายชาร์จ Type C  ต้องดูความต้องการเป็นหลักก่อน ตามด้วยคุณสมบัติ มีมาตรฐานในเรื่องความปลอดภัย และราคาสมเหตุสมผล  สุดท้ายไม่แนะนำให้เลือกซื้อสายชาร์จที่มีราคาถูกจนเกินไป เพราะอาจส่งผลเสียทั้งในเรื่องของความไม่ปลอดภัย สายเกิดการชำรุดง่าย และจะส่งผลต่ออุปกรณ์ของเราในอนาคตอีกด้วยครับ
 


 

 

สายชาร์จ Type C ใช้ได้กับอุปกรณ์อะไรบ้าง

อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญก่อนจะเลือกใช้งานสายชาร์จ Type-C เราควรจะตรวจสอบให้ดีก่อนว่า สมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์เสริมมือถือที่เราใช้อยู่นั้นรองรับกับการใช้งานหรือไม่ ซึ่งสมาร์ทโฟนแต่ละแบรนด์จะมีการชาร์จที่แตกต่างกันไป เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการชาร์จ และถ่ายโอนข้อมูลได้ดี ดังนั้นเราควรต้องรู้ว่าสมาร์ทโฟนที่เราใช้อยู่นั้นรองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบบไหน

- Power Delivery (PD)  เทคโนโลยีที่ใช้งานร่วมกับสาย Type-C to Type-C หรือ Type-C to Lightning ของ iPhone/iPad นอกจากจะชาร์จกับ Android แล้วยังใช้ชาร์จอุปกรณ์อย่าง iPhone, MacBook Pro และ iPad จาก Apple ได้อีกด้วย จะชาร์จเร็วได้สูงสุดที่ 50V/ 2A สูงสุด 100W เช่น แบรนด์ Apple,SAMSUNG, HUAWEI, และ Xiaomi เป็นต้น

- Qualcomm Quick Charge (QC) เทคโนโลยีชาร์จเร็วที่ถูกพัฒนาโดย Qualcomm ชาร์จเร็วได้สูงสุดที่ 20 V/5 A สูงสุด 100W เช่น แบรนด์ Xiaomi, SAMSUNG, vivo เป็นต้น

- Fast Charge Protocol (FCP) เทคโนโลยีชาร์จเร็วจากแบรนด์ HUAWEI สามารถชาร์จได้เร็วสูงสุด 10 V/ 2 A สูงสุด 20W มีเพียงแบรนด์ คือ HUAWEI และ Honor ที่ใช้เทคโนโลยีชาร์จเร็วนี้

- Adaptive Fast Charging (AFC) เทคโนโลยีชาร์จเร็วจากทางแบรนด์ SAMSUNG โดยเฉพาะ ชาร์จได้เร็วสูงสุด 9V/ 2A สูงสุด 18 W

- Dual-Engine Fast Charging และ FlashCharge  เทคโนโลยีชาร์จเฉพาะจากแบรนด์ vivo ชาร์จเร็วสูงสุดที่ 9V/2A สูงสุด 18W
 

วิธีเลือกซื้อสายชาร์จ Type C
 

  •      -การชาร์จ และถ่ายโอนข้อมูล  สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเลือกซื้อควรเลือกตามคุณสมบัติทั้งในการชาร์จ และในการถ่ายโอนข้อมูล ควรตรวจสอบว่ากำลังไฟเพียงพอกับความต้องการหรือไม่ มีเทคโนโลยีการชาร์จที่รองรับไหม หรือมีมาตรฐานของผู้ผลิตรองรับหรือไม่ เช่น มาตรฐาน MFi เป็นต้น 

  •      -วัสดุ เพื่อไม่ให้ต้องคอยเปลี่ยนสายชาร์จ Type-C อยู่บ่อยๆ ดังนั้นการเลือกวัสดุของสายชาร์จจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก สายชาร์จทั่วไปจะมีการใช้วัสดุแบบ สายไนลอนถัก วัสดุนี้จะเน้นเรื่องความแข็งแรง ทนทานมากกว่าสายชาร์จวัสดุที่ทำจากพลาสติก หรือยาง TPE หลังจากนั้นให้เลือกดูในส่วนหัวพอร์ตชาร์จ แนะนำว่าเลือกที่มีความแข็งแรง อย่างหัวอลูมิเนียมพร้อมมีฉนวนกันความร้อน เพราะจะช่วยเรื่องความปลอดภัยทั้งตัวเครื่อง และตัวสายเลย แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของแต่ละคนเลยว่าชอบสายชาร์จ Type C แบบไหน

  •      -ความยาว เรื่องความยาวสายชาร์จ Type C อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยให้เลือกซื้อสายชาร์จ เพราะ คนส่วนใหญ่มักจะใช้งานไปพร้อมกับชาร์จ ทำให้ตัวสายต้องมีขนาดความยาวที่พอดีเหมาะสม  แต่ปัจจุบันนี้มีขนาดของสายมาให้เลือกมากมายถึง 2 เมตร ดังนั้นอยากให้เลือกตามความเหมาะสมกับการใช้งานเลยครับ

  •      -ราคา ควรเลือกซื้อตามงบประมาณที่ตั้งไว้ แต่ถ้า สายชาร์จ Type-C บางรุ่นก็จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ พร้อมให้ประสิทธิภาพในการชาร์จ และโอนถ่ายข้อมูลค่อนข้างเร็ว จึงทำให้ราคาสูงขึ้นด้วยเช่นกัน แต่ก็แลกมากับประสิทธิภาพดี ได้ชาร์จคุณภาพดีถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเลย

  •      -การรับประกันสินค้า ในส่วนของการรับประกันสินค้า กรณีที่สายชาร์จ Type C เกิดการชำรุดไม่ว่าจะเป็นจากการผลิต หรือการจัดส่ง หากเราเลือกซื้อจากร้านที่มาพร้อมกับการรับประกันตัวสินค้า เราสามารถเปลี่ยนหรือคืนสินค้าได้และยังส่งผลทำให้เราเชื่อมั่นได้ว่า สินค้าเป็นของแท้ 100% อีกด้วย แต่ในเงื่อนไขการรับประกันส่วนใหญ่จะไม่รวมกรณีสายชาร์จขาด, หัก, งอ หรือเกิดการเสียหายจากการใช้งาน ดังนั้นก็ควรใช้อย่างระมัดระวังนะครับ


 


 

 

สายชาร์จ Type Cแบรนด์แนะนำ มีแบรนด์ไหนบ้าง?

หากใครยังเลือกไม่ได้ว่า สายชาร์จ Type-C คุณภาพดีควรเป็นแบบไหน หรือมีแบรนด์ไหนบ้างที่ผลิต ตอนนี้ Mercular.com คัดมาแต่สินค้าที่มีคุณภาพในระดับมาตรฐาน เป็นของแท้แน่นอนมาให้เลือกซื้อกันพร้อมเทคโนโลยีการชาร์จรวมไปถึงหัวชาร์จที่รองรับไว้ใช้คู่กันอีกด้วย มีสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำให้เลือกอย่างแบรนด์ Apple, Energea, Belkin, Unitek, Remax,Nomad, Anker รวมไปถึง Aukey เป็นต้น มีให้เลือกตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน ดีไซน์ก็มีให้เลือกเยอะทั้งแบบสายสั้น สายยาว เรื่องความสวยคงทนแข็งแรง พกพาติดกระเป๋าไปใช้งานได้ยาวๆ คุ้มค่าครับ

สรุป สายชาร์จ Type C ทำไมถึงเป็นที่นิยมกว่าสายชาร์จแบบอื่นๆ

ปัจจุบันนี้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีการชาร์จขึ้นมาใหม่อยู่ทุกๆ ปี สายชาร์จ Type C เป็นพอร์ตชาร์จมาตรฐานสากลที่หลายๆ อุปกรณ์เลือกใช้จึงเป็นที่นิยมกันมากขึ้นเพราะด้วยประสิทธิภาพในการชาร์จที่เร็วพร้อมยังถ่ายโอนข้อมูลได้ไว การเลือกใช้สายชาร์จ Type-C จากผู้ผลิตย่อมมีมาตรฐานที่ดีกว่า และสร้างความไว้ใจได้มากกว่าแบรนด์อื่นทั่วไป แต่อย่างไรก็ตามผู้ผลิตรายอื่นๆ ก็หันมาให้ความสนใจในการผลิตที่มีคุณสมบัติได้มาตรฐานไม่ต่างจากแบรนด์หลักเลย นอกจากนี้ในเรื่องของดีไซน์ที่สวยน่าใช้มากยิ่งขึ้น ฟังก์ชั่นการใช้งานพิเศษอื่นๆ ก็แทบไม่ต่างกันเลยบางแบรนด์ก็มีราคาที่ย่อมเยาจับต้องได้ง่ายกว่า จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คนให้ความนิยมสนใจมากยิ่งขึ้นครับ