5 วิธีดูแลสายชาร์จ ไม่ให้ขาดง่าย

5 ม.ค. 2565

5 วิธีดูแลสายชาร์จ ไม่ให้ขาดง่าย

"สายชาร์จ" ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์เสริมมือถือที่มีความสำคัญอีกชิ้นหนึ่งเลยก้ว่าได้ที่ออกแบบมาให้ใช้งานควบกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหัวชาร์จ หรือพาวเวอร์แบงค์ก็ตาม เพื่อที่จะช่วยติมเต็มแบตเตอรี่ให้แก่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เราใช้งานอยู่ เพราะหากว่าไม่มีแบตเตอรี่อุปกรณ์เหล่านี้ก็จะหมดความหมาย สายชาร์จที่ดีนอกจากจะช่วยชาร์จใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพดีแล้ว ยังมาพร้อมกับการใช้งานอีกหลายฟังก์ชัน ไม่ว่าจะเป็นการชาร์จใช้งาน ถ่ายโอนข้อมูลจากสมาร์ทโฟนไปยังคอมพิวเตอร์ รวมไปถึงการใช้งานควบคู่กับแบตสำรอง


การดูแลสายชาร์จให้คงสภาพใหม่ นอกจากจะช่วยให้ใช้งานได้มีประสิทธิภาพดีแล้ว ยังส่งผลให้เราไม่ต้องเสียเงินซื้อใหม่!


ปัจจุบันนี้จะได้เห็นได้ว่า สายชาร์จหาซื้อได้ค่อนข้างง่าย ราคาก็มีให้เลือกซื้อตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักพัน นอกสายชาร์จแบบธรรมดาทั่วไปแล้ว ก็ยังมีสายชาร์จเร็วที่มาพร้อมเทคโนโลยีการชาร์จรูปแบบใหม่ๆ ทั้งการชาร์จแบบ Fast Charging, Quick Charge ที่เรารู้จักกันดีก็คือ การชาร์จไว นั่นเองที่จะช่วยลดระยะเวลาในการชาร์จลง พร้อมทั้งยังเพิ่มความปลอดภัยให้แก่อุปกรณ์สมาร์ทโฟนของเราอีกด้วย ดังนั้นการเลือกใช้งานสายชาร์จที่ดี เราควรที่จะดูแลสายชาร์จของเราให้คงสภาพใหม่ พร้อมใช้งานอยู่เสมอเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเลยครับ วันนี้ Mercular.com อยากมาแนะนำ 5 วิธีดูแลสายชาร์จ ไม่ให้ขาดง่าย เพื่อที่จะได้ช่วยให้ผู้ใช้งานรู้วิธีการถนอมสายชาร์จ เพื่อที่ว่าเราจะได้ใช้งานสายชาร์จเราไปได้นาน ทำให้ไม่ต้องคอยเปลี่ยนสายชาร์จยู่บ่อย ๆ เปลื้องเงินโดยใช่เหตุครับ

5 วิธีดูแลสายชาร์จ ไม่ให้ขาดง่าย

ทำไมเราต้องเลือกใช้งานสายชาร์จที่ได้มาตรฐาน?

อีกหนึ่งสิ่งที่เราควรคำนึงนั่นก็คือ เราควรเลือกซื้อสายชาร์จที่ได้รับมาตรฐาน เพราะถ้าหากเลือกใช้งานสายชาร์จที่ไม่มีมาตรฐาน มีคุณภาพตํ่า ข้อเสียมักจะตามมาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำให้เกิดไฟกระชาก ชาร์จไม่เข้า ส่งผลเสียโดยตรงต่อสมาร์ทโฟน และยังส่งผลเสียต่อแบตเตอรี่ของเราอีกด้วย ดังนั้นเราควรเลือกใช้สายชาร์จที่มีมาตรฐานรองรับ เพื่อที่ว่าจะได้ชาร์จใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงช่วยในถ่ายโอนข้อมูลที่ดีและส่งผลช่วยปกป้องสมาร์ทโฟนของเราให้ปลอดภัย นอกจากนี้จะทำให้มั่นใจว่าได้สินค้าที่ไว้ใจได้น่าเชื่อถือ ทำให้ใช้งานสายชาร์จได้นานยิ่งขึ้น และมีประสิทธิภาพครับ


3 วิธีการเลือกสายชาร์จให้เหมาะสมกับอุปกรณ์


ก่อนที่เราจะไปดูวิธีการดูแลสายชาร์จ เราควรรู้วิธีการเลือกสายชาร์จยังไงให้เหมาะกับอุปกรณ์ เพื่อที่ว่าเราจะได้ใช้งานสายชาร์จได้อย่างถูกต้อง และตรงตามอุปกรณ์ที่เราใช้งานอยู่ หลัก ๆ มีอยู่ 3 ข้อที่สำคัญ


 - พอร์ต หรือขั้วชาร์จที่รองรับ ก่อนจะเลือกซื้อสายชาร์จทุกครั้ง เราต้องรู้ก่อนว่า สมาร์ทโฟนที่เราใช้งานอยู่นั้นเป็นพอร์ต หรือขั้วแบบไหน เพื่อที่ว่าเราจะได้เลือกใช้งานได้ถูกต้อง นอกจากเราควรเลือกหัวพอร์ตชาร์จ หรือมีฉนวนส่วนหุ้มที่สายชาร์จ ต้องได้มาตรฐานมีคุณภาพ เพื่อที่จะไม่ทำให้หัวพอร์ตเกิดการแตกหักได้ง่าย และป้องกันไม่ให้เกิดไฟรั่วอีกด้วยครับ  


 - การจ่ายไฟของสายชาร์จ เราควรเลือกสายชาร์จให้ตรงตามอุปกรณ์ เช่น หากสมาร์ทโฟนเราสามารถรองรับการชาร์จเร็วได้ เราก็ควรเลือกใช้งานสายชาร์จเร็วด้วยเช่นกัน เพื่อจะส่งผลช่วยชาร์จแบตเตอรี่ของเราได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ประหยัดเวลาได้มากขึ้น ในปัจจุบันระบบการชาร์จเร็วมีค่อนข้างหลากหลายไม่ว่าจะเป็น Fast Charging, Quick Charge หรือ จ่ายไฟแบบ PD การเลือกสายชาร์จที่ดีควรเลือกใช้งานให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีการชาร์จที่สมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์เสริมของเราสามารถรองรับเพื่อให้ชาร์จแบตเตอรี่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ


- วัสดุสายชาร์จ สายชาร์จจะมีการเลือกใช้วัสดุ 2 ชนิด คือ วัสดุที่ทำจากพลาสติก หรือยาง TPE จะมีความยืดหยุ่นสูง หลากแบรนด์ผู้ผลิตมักเลือกใช้วัสดุประเภทนี้ผลิตสายชาร์จ และต่อมาคือ วัสดุที่ทำจาก เชือกถักไนล่อน จะมีความแข็งแรง ทนทาน จะโดดเด่นในเรื่องของสีสันความสวยงาม ความแตกต่างของ 2 วัสดุนี้คือเรื่องของความแข็งแรง ดีไซน์ความสวยงาม ความทนทานที่แตกต่างกัน และการใช้งาน ดังนั้นอยากให้ผู้ใช้งานเลือกวัสดุให้เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุดครับ

5 วิธีดูแลสายชาร์จ ไม่ให้ขาดง่าย

5 วิธีดูแลสายชาร์จ ของเราไม่ให้ขาดง่าย!

5 วิธีดูแลสายชาร์จ ไม่ให้ขาดง่าย








1. อย่าดึงปลั๊ก ด้วยความรุนแรง


ข้อแรกที่สำคัญ ที่ทุกคนควรรู้ไว้!! เวลาที่เราเสียบสายชาร์จ หรือถอดสายชาร์จออก เราควรจับบริเวณตรงหัวพลาสติกแข็งเท่านั้น ไม่ควรที่จะดึงตรงสายชาร์จโดยตรง หรือดึงตรงส่วนข้อต่อ เพราะหากว่าเราดึงแรง ๆ อาจส่งผลให้สายไฟด้านในเกิดความเสียหาย หรือเกิดการฉีกขาดได้ ไม่ใช่แค่กับสายชาร์จที่ทำจากยาง TPE เท่านั้นนะ รวมไปถึงสายชาร์จทุกประเภท เราก็ไม่ควรกระชาก ควรที่จะเบามือที่สุด และจับแค่บริเวณส่วนหัวพลาสติกของสายไฟเท่านั้น เพื่อช่วยป้องกันไฟดูด และยังช่วยถนอมสายชาร์จของเราให้ใช้งานได้นานที่สุด







2. เลี่ยงการชาร์จไปพร้อม ๆ กับการใช้งาน


สิ่งที่ทุกคนละเลย และมักจะชอบทำเป็นนิสัยนั่นก็คือ การชาร์จไฟไปเล่นสมาร์ทโฟนไปด้วยการที่เราชาร์จไปเล่นไปส่งผลทำให้สายกับข้อต่อจะเกิดการค้งงอผิดรูปทำให้บริเวณสายไฟกับข้อต่อเกิดการหักได้ และ ส่งผลให้เกิดความร้อนทั้งกระแสไฟที่เพิ่มปริมาณมาก และเป็นสาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่ของเราเสื่อมลงเร็วอีกด้วย ร้ายไปกว่านั้นเครื่องและสายรวมทั้งอาจทำให้เครื่องระเบิดได้เลยนะครับ

5 วิธีดูแลสายชาร์จ ไม่ให้ขาดง่าย


5 วิธีดูแลสายชาร์จ ไม่ให้ขาดง่าย









3. ควรเก็บสายชาร์จให้ถูกวิธี


วิธีการเก็บสายชาร์จให้ถูกวิธีเป็นอีกหนึ่งข้อที่สำคัญเราควรม้วนเก็บสายชาร์จใเป็นวงใหญ่มีความหลวมเล็กน้อย หรือควรเก็บไว้ในช่องแยก หรือ อาจซื้อกระเป๋าเล็ก ๆ หรือหากใครไม่อยากเก็บใส่กระเป๋าก็ควรที่จะม้วนเก็บให้เรียบร้อยก่อนใส่กระเป๋า เพื่อป้องกันไม่ให้สายชาร์จไปพันกับอุปกรณ์อื่นทำให้สายชาร์จเกิดการงอ หัก หรือสายไฟขาดได้





4.ไม่ควร เอาอะไรมาพัน หรือติดที่สายชาร์จ


ตอนนี้หลายคนหันมาหาของตกแต่งไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตุ่น เชือกพลาสติก หรือสติ๊กเกอร์มาแปะติดที่สาย หรือหัวชาร์จเพิ่มความน่ารัก แต่หารู้ไม่ว่าอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ที่ทำงานด้วยไฟฟ้า มักจะมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านอยู่ตลอดเวลาดังนั้นหากเรานำของเหล่านี้มาตกแต่งจะส่งผลทำให้ไม่สามารถระบายความร้อนได้ จึงเกิดความเสี่ยงทำให้เกิดความร้อนสะสม จนไปถึงอาจระเบิดได้อีกด้วย

5 วิธีดูแลสายชาร์จ ไม่ให้ขาดง่าย


5 วิธีดูแลสายชาร์จ ไม่ให้ขาดง่าย








5. การดูแลทำความสะอาด


การทำความสะอาดอุปกรณ์เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้นพร้อมทำให้สายชาร์จดูใหม่น่าใช้อยู่ตลอดเวลา โดยวิธีทำความสะอาดก็สามารถทำได้ง่าย เช่น ผ้า แอลกอฮอล์ สเตคลีน เช็คออก เป็นต้น

5 วิธีดูแลสายชาร์จ ไม่ให้ขาดง่าย

ก็จบลงไปแล้วกับบทความเล็ก ๆ 5 วิธีดูแลสายชาร์จ ไม่ให้ขาดง่าย นอกนี้ยังมี 3 วิธีการเลือกสายชาร์จให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ของคุณให้ใช้งานอย่างปลอดภัย รับรองเลยว่า หากนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้ Mercular.com เชื่อได้ว่าปัญหาสายชาร์จขาดง่ายจะไม่เกิดขึ้นกับคุณอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังอยากจะมาแนะนำบรนด์ชั้นนำที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการผลิตสายชาร์จมาให้เลือกซื้อกันไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ Apple, Belkin, Unitek, Remax, Energea, Nomad, Anker และ Aukey เป็นต้น ซึ่งแบรนด์เหล่านี้มักเป็นที่นิยมคุณภาพดี ปลอดภัยไว้ใจได้อย่างแน่นอน ดังนั้นการเลือกสายชาร์จที่มีคุณภาพดี และใช้งานได้อย่างถูกวิธีจะส่งผลให้ใช้งานได้นานขึ้น เพื่อความคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปอย่างแน่นอนครับ