Bose

Brand Store

ยังไม่ถึงเวลาเก็บ

ลดเพิ่ม

5%

Bose Storeshop 5%

เมื่อซื้อครบ 15000.-

หมดอายุ : 27 ก.พ. 66

ยังไม่ถึงเวลาเก็บ

ลดเพิ่ม

500.-

Bose Storeshop 500.-

เมื่อซื้อครบ 10,000.-

หมดอายุ : 27 ก.พ. 66

ยังไม่ถึงเวลาเก็บ

ลดเพิ่ม

300.-

Bose Storeshop 300.-

เมื่อซื้อครบ 5,000.-

หมดอายุ : 27 ก.พ. 66

ยังไม่ถึงเวลาเก็บ

ลดเพิ่ม

100.-

Bose Storeshop 100.-

ไม่มีขั้นต่ำ

หมดอายุ : 27 ก.พ. 66

เมื่อพูดถึงแบรนด์ Bose ก็ต้องยอมรับเลยว่าเป็นแบรนด์เครื่องเสียงอันดับต้นๆ และเป็นแบรนด์ที่อยู่มาอย่างยาวนานโดยที่คุณภาพยังคงอยู่ในระดับพรีเมียมมาโดยตลอดและแทบจะไม่เคยลดลงเลย ทำให้สินค้าของแบรนด์ Bose นั้นจัดอยู่ในกลุ่มที่ได้รับความนิยมสูงและเป็นที่ต้องการเป็นอย่างมาก พูดได้เลยว่าไม่ว่าจะเป็นคนที่เริ่มเล่นเครื่องเสีย หรือคนที่เล่นมานานแล้วก็ต่างที่อยากจะครอบครองสินค้าของ Bose อย่างน้อยที่สุดก็ 1 ชิ้นก็ว่าได้ ทั้งนี้ด้วยจุดเด่นของแบรนด์ที่โดดเด่นทั้งในเรื่องของรูปร่างหน้าตาการออกแบบที่หรูหรา สวยงามและล้ำสมัยไม่ซ้ำใคร ในขณะเดียวกันด้านการสวมใส่ของสินค้าประเภท หูฟัง Bose ก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเดียวกัน นั่นเป็นเพราะสินค้าของ Bose แทบทุกรุ่นจะมีจุดเด่นในเรื่องการสวมใส่ที่สบายเป็นอันดับต้นๆ การันตีด้วยรางวัลหูฟังใส่สบายที่สุดจากหลายๆ สำนัก รวมถึงเรื่องของเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทาง Bose คิดค้นและพัฒนามาเป็นอย่างดี เช่น เทคโนโลยีการขับเสียง, เทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวน ANC และเทคโนโลยีช่วยนอน เป็นต้น

หูฟัง Bose ราคา

ประเภทสินค้าของ Bose

ในปัจจุบันสินค้าหลักๆ ของ Bose ที่มีวางขายอยู่จะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 ประเภท โดยแต่ละประเภทก็มีรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงอยู่มากมายหลายรุ่นด้วยกัน รวมถึงทาง Bose เองก็ยังมุ่นมั่นพัฒนาสินค้ารุ่นใหม่ๆ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมาอยู่ตลอดด้วยเช่นกัน โดยสินค้ารุ่นใหม่ที่ออกมานั้นก็มีทั้งสินค้าซีรีส์ใหม่ๆ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำสมัย และยังมีสินค้าซีรีส์ดั้งเดิมที่ได้รับความนิยมสูงจนทาง Bose เองก็ต้องออกรุ่นอัพเกรดออกมาด้วยเช่นกัน ซึ่งการอัพเกรดสินค้าแต่ละครั้งของ Bose นั้นก็มักจะให้สเปคและเทคโนโลยีอันทันสมัยมาแบบจัดเต็มทำให้สินค้าแต่ละรุ่นนั้นยังคงทันสมัยแม้่จะเปิดตัวมาแล้ว 3 - 4 ปีก็ตาม โดยประเภทสินค้าของ Bose ที่วางขายอยู่นั้นมีดังนี้


ซื้อ หูฟัง Bose

หูฟัง Bose


เริ่มกันที่ประเภทสินค้ายอดนิยมจากแบรนด์ Bose นั่นก็คือ หูฟัง Bose โดยสินค้าประเภท หูฟัง Bose นั้นจะมีจุดแข็งที่โดดเด่นกว่าแบรนด์อื่นๆ แบบชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการสวมใส่ เทคโนโลยีล้ำๆ และฟังก์ชันการใช้งาน รวมไปถึงแนวเสียงที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร โดยทั้งหมดประกอบได้ด้วย 3 ส่วนคือ


  • 1. การสวมใส่ ต้องพูดเลยว่าเป็นจุดแข็งของยี่ห้อ Bose จริงๆ ด้วยการสวมใส่ที่ต้องบอกเลยว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ หูฟัง Bose สามารถสวมใส่ได้อย่างยาวนานตลอดวันโดยที่ไม่รู้สึกอึดอัดหรือหนักหู บางรุ่นก็เบาสบายจนลืมไปเลยว่าสวมใส่อยู่ และบางรุ่นก็เป็นหูฟัง Bose ที่ออกแบบมาให้ช่วยในเรื่องของการนอนหลับทำให้พูดได้เลยว่าสวมใส่ได้เบาสบายจนสามารถใส่นอนได้
  • 2. เทคโนโลยี ด้านเทคโนโลยีและสเปคของหูฟัง Bose ก็เป็นอีกจุดที่ได้รับการยอมรับว่าทำได้ยอดเยี่ยมไม่น้อยหน้ายี่ห้ออื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องของการตัดเสียงรบกวนที่ทำได้ยอดเยี่ยมเป็นเบอร์ต้นๆ ของวงการโดยฟังก์ชันการตัดเสียงรบกวนของ Bose นั้นมีจุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ พูดได้ว่าหากชอบการตัดเสียงรบกวนของ Bose ก็อาจจะไม่ถูกใจการตัดเสียงรบกวนของแบรนด์อื่นๆ
  • 3. แนวเสียง หูฟัง Bose เป็นอีกยี่ห้อที่ทำแนวเสียงออกได้ได้อย่างกลมกล่อม ฟังง่าย ตอบโจทย์ผู้ฟังแทบทุกแนวเพลง โดยย่านเสียงที่เด่นจะเป็นเสียงกลางที่มีความคมชัดและใส เสียงแหลมที่ทอดไปได้ไกลและสูงมากๆ โดยที่ไม่มีสากเสี้ยนหรือเสียงพร่าแตก และเบสที่ลงได้ลึกและมีความนุ่ม ภาพรวมคือเป็นแนวเสียงที่ได้ใครได้ฟังก็สามารถตกหลุมรักได้ง่ายๆ


Bose Quietcomfort หรือ Bose QC ดียังไง มีรุ่นอะไรบ้าง แต่ละรุ่นแตกต่างกันอย่างไร


สำหรับหูฟัง Bose ซีรีส์ที่เด่นที่สุดคงเป็นรุ่นไหนไปไม่ได้นอกไปเสียจาก Bose Quietcomfort หรือเรียกสั้นๆ ว่า Bose QCนั่นเอง โดยในซีรีส์นี้สามารถแบ่งออกไปได้อีก 3 รุ่นหลักประกอบไปด้วย หูฟังครอบหู Bose Quietcomfort, หูฟังไร้สาย หูฟังบลูทูธ Bose Quietcomfort และ หูฟังมีสาย Bose Quietcomfort โดยหูฟัง Bose ทั้ง 3 ประเภทนั้นจะมีจุดเด่นที่การตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancelling (ANC) และประสบการณ์การสวมใส่ที่เบาสบายหูมากๆ รวมถึงแนวเสียงอันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของ หูฟัง Bose นั่นเอง ส่วนจุดที่แตกต่างกันออกไปนั้นจะมีดังนี้


  • หูฟังครอบหู Bose Quietcomfort: จะเป็นหูฟังแบบครอบหู Over-Ear ตัดเสียงรบกวน พร้อมการเชื่อมต่อที่มีทั้งไร้สายและมีสายผ่าน AUX/3.5 mm.
  • หูฟังไร้สาย หูฟังบลูทูธ Bose Quietcomfort: จะเป็นหูฟังไร้สาย True Wireless แยกข้างอิสระ พร้อมการสวมใส่แบบ In-Ear สอดเข้าไปในหู และฟังก์ชันเด่นอย่างการตัดเสียงรบกวน
  • หูฟังมีสาย Bose Quietcomfort: จะเป็นหูฟัง In-Ear แบบมีสายที่มาพร้อมฟังก์ชันการตัดเสียงรบกวน โดยส่วนของการสวมใส่ต้องบอกเลยว่าสบายหูมากๆ ไม่แพ้กับอีก 2 รุ่นข้างต้นอย่างแน่นอน มาพร้อมการเชื่อมต่อแบบมีสายที่เลือกได้ว่าจะซื้อรุ่นที่รองรับ iOS หรือ Android


Bose หูฟังออกกำลังกาย ดียังไง แต่ละรุ่นแตกต่างกันอย่างไร


นอกจากหูฟัง Bose ที่มาพร้อมฟังก์ชันตัดเสียงรบกวนแล้วนั้น ยังมีหูฟัง Bose อีกประเภทที่ทำได้ดีและได้รับความนิยมสูงไม่แพ้กัน นั่นก็คือ Bose หูฟังออกกำลังกาย ที่ในปัจจุบันมี 2 รุ่นหลักๆ คือ Bose Soundsport และ Bose Sport Earbuds True Wireless ที่มาพร้อมจุดเด่นตามสไตล์ของหูฟัง Bose นั่นก็คือการสวมใส่ที่สบายหู และยิ่งเป็นหูฟังสำหรับออกกำลังกายนั่นจึงทำให้ทั้ง 2 รุ่นนี้ยังมาพร้อมการสวมใส่ที่กระชับ แน่นหูไม่หลุดหรือเคลื่อนง่ายๆ อีกด้วย และแม้ทั้ง 2 รุ่นจะมีจุดที่เหมือนกันอย่างการสวมใส่ที่เบาสบายและกระชับหูนั้น ทั้ง 2 รุ่นก็ยังมีส่วนที่แตกต่างกันนั่นก็คือส่วนของการเชื่อมต่อนั่นเอง โดย Bose Sport Earbuds True Wireless นั้นจะเป็นหูฟังแบบ True Wireless หรือแยกข้างซ้าย-และขวาออกจากกันอย่างอิสระ ในขณะที่ Bose Soundsport จะเป็นหูฟังไร้สายแบบที่ยังมีสายเชื่อมระหว่างข้างซ้ายและข้างขวาเข้าด้วยกันอยู่


ลำโพง Bose ราคา

ลำโพง Bose


ถัดจากหูฟัง Bose แล้วมาต่อกันที่ลำโพง Bose สำหรับสินค้าประเภทนี้ต้องยอมรับเลยว่าเป็นประเภทสินค้าสร้างชื่อของ Bose และเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงมากจนถึงมากที่สุด รวมถึงเป็นประเภทสินค้าที่มีรุ่นออกมาให้ได้เลือกซื้อและจับจองกันอย่างมากมายทั้งหมด 3 ซีรีส์ด้วยกันประกอบไปด้วย Bluetooth Speaker Bose Soundlink, Bose Portable Home Speaker และ Bose Companion โดยแต่ละรุ่นแต่ละซีรีส์ก็มาพร้อมจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป โดยหลักๆ จะเป็นเรื่องของรูปร่างหน้าตา ขนาดที่แต่ละรุ่นถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานและสถานการณ์การใช้งานที่แตกต่างการออกไปโดยหากพูดถึงจุดเด่นของ ลำโพง Bose ก็สามารถสรุปได้ 2 ข้อหลักๆ คือ


  • 1. การออกแบบและการใช้งาน ข้อแรกคือการออกแบบที่ลำโพง Bose แต่ละรุ่นนั้นจะออกแบบมาโดดยคำนึงถึงจุดประสงค์ในการใช้งานเป็นหลัก ทำให้สินค้าแต่ละรุ่นนั้นมีรูปร่างหน้าตา สีสัน และมีความพรีเมียมแตกต่างกันออกไปนั่นเอง โดย Bluetooth Speaker Bose Soundlink จะเน้นในเรื่องของการพกพาไปด้วยในทุกที่เป็นหลัก ส่วน Bose Portable Home Speaker จะเน้นในเรื่องของการตั้งวางในบ้านเป็นส่วนใหญ่ และ Bose Companion จะโฟกัสไปในเรื่องของลำโพงคอมพิวเตอร์หรือลำโพง Multimedia ต่อทีวีเป็นหลัก ซึ่งไม่ว่าจะเป็น ลำโพง Bose ประเภทไหน แต่ละประเภทก็ทำไปได้สุดทางทั้งด้านการออกแบบไปจนถึงเรื่องเทคโนโลยีการใช้งานที่เน้นในเรื่องของความสะดวกสบาย และการใช้งานที่ง่ายดายแบบที่จับครั้งแรกก็ใช้งานได้ ไม่ต้องเรียนรู้อะไรเยอะ
  • 2. แนวเสียง ที่เป็นอีกจุดที่โดดเด่นเพราะลำโพง Bose นั้นนอกจากจะสวยงาม ใช้งานง่าย ตอบโจทย์ความต้องการในการใช้งานแบบจัดเต็มแล้วนั้น ด้านแนวเสียงก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้ลำโพง Bose ได้รับความนิยมสูงด้วยแนวเสียงที่ต้องบอกเลยว่าให้มาแบบครบถ้วนทุกย่าน ฟังเพลงแนวไหนก็สนุก โดยเฉพาะย่านเบสที่นุ่มกลมกล่อม ในขณะเดียวกันเสียงกลางและแหลมมีความใส เคลียร์ ทำให้ไม่ว่าจะชอบฟังเพลงแนวไหนก็ติดใจได้ง่าย ชอบย่านเบสก็ถูกใจ หรือชอบเสียงใสๆ เคลียร์ๆ ก็ถูกใจเช่นกัน


Bluetooth Speaker Bose Soundlink แต่ละรุ่นแตกต่างกันอย่างไร?


ในบรรดาลำโพง Bose นั้นซีรีส์ที่มีรุ่นเยอะที่สุดก็คือลำโพง Bose Soundlink นั่นเอง ที่ในปัจจุบันมีออกมาให้เลือกซื้อและจับจองเป็นเจ้าของหลายรุ่นอันได้แก่ Bose Soundlink Revolve II & Bose Soundlink Revolve Plus II, Bose Soundlink Color II, Bose Soundlink Micro, Bose Soundlink Mini II โดยทั้งหมดนี้หลักๆ จะเน้นในเรื่องของการพกพาคู่ใจไปด้วยในทุกๆ ที่ ทำให้ทุกรุ่นจะมาพร้อมการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth และในบางรุ่นก็จะมีการเชื่อมต่อผ่านสาย AUX/3.5 mm. ให้ด้วยเพื่อเป็นทางเลือกการเชื่อมต่อแบบมีสายนั่นเอง ส่วนจุดที่แตกต่างกันของแต่ละรุ่นเลยก็คือส่วนของขนาดนั่นเอง

Bose Soundlink Revolve II & Bose Soundlink Revolve Plus II จะโดดเด่นในเรื่องของการขับเสียง 360 องศา และรูปทรงที่เรียกว่ากระติกน้ำ โดยลำโพง 2 รุ่นนี้จะมีขนาดใหญ่ซึ่ง Bose Soundlink Revolve Plus II จะแตกต่างออกไปตรงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีหูหิ้วด้วย

Bose Soundlink Color II ลำโพงพกพาขนาดเล็กตอบโจทย์การนำติดตัวไปด้วยทุกที่ เน้นในเรื่องรูปร่างหน้าตาตอบโจทย์วัยรุ่นรวมถึงสีสันที่สวยงามและมีให้เลือกหลายสี ที่สำคัญคือแม้ตัวลำโพงจะเปิดตัวมาได้สักพักแล้วแต่ยังคงความนิยมสูงไม่ลดน้อยลงเลย

Bose Soundlink Micro ลำโพงพกพาขนาดเล็กที่สุดในซีรีส์ Bose Soundlink โดดเด่นด้วยเสียงที่ดังกระหึ่มจนเกินตัว และการออกแบบแถบคาดที่ด้านหลังสำหรับคาดกับอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อตอบโจทย์การพกพาไปทุกที่และเปิดเพลงฟังไปด้วยได้ตลดเวลา เช่น กระเป๋า หรือจักรยานสำหรับขับท่องเที่ยว เป็นต้น

Bose Soundlink Mini II ลำโพงพกพาขนาดกลางที่มาพร้อมรูปร่างหน้าตาสุดพรีเมียม ให้ความรู้สึกที่สุขุมและเป็นผู้ใหญ่ โดยจะให้อารมณ์กับ Bose Soundlink Color II และ Bose Soundlink Micro ที่ให้ความรู้สึกเป็นวัยรุ่นและตอบโจทย์ Adventure มากกว่า โดยมาพร้อมการเชื่อมต่อไร้สายและมีสาย แบตเตอรี่ภายในตัว และเสียงที่ฟังสนุกและดังกระหึ่มจนเกินตัว

คนถือลำโพง Bose แบบพกพา

Bose Portable Home Speaker ดียังไง?


Bose Portable Home Speaker ลำโพงพกพารุ่นต่อยอดมาจาก Bose Soundlink Revolve II พร้อมการปรับเปลี่ยนรูปทรงให้ดูเรียบหรูมากขึ้นกว่าเดิม ตอบโจทย์ทั้งการพกพาและยังสามรรถตั้งไว้เป็นลำโพงประจำบ้านได้อีกด้วย จรงตามชื่อรุ่นว่า Bose Portable Home Speaker นั่นเอง มาพร้อมจุดเด่นอย่างขนาดที่กำลังดี พกพาได้สะดวก และให้เสียงที่ดังกระหึ่มรอบทิศทาง 360 องศา พิเศษด้วยการเชื่อมต่อที่ครบครัน Wifi USB และ Bluetooth รวมถึงปุ่มควบคุมที่ใช้งานได้ง่ายมากๆ พกพาไปใช้งานได้ทุกที่ไม่ว่าจะเป็นในบ้าน In-Door และนอกบ้าน Out-Door ที่สำคัญยังไม่กลัวน้ำอีกด้วย และแบตเตอรี่ที่ใช้งานไร้สายได้ยาวๆ ครึ่งวันสบายๆ บอกได้เลยว่าแค่ได้ลองใช้ก็จะต้องหลังรักอย่างแน่นอน

Bose Companion แต่ละรุ่นแตกต่างกันอย่างไร


และลำโพง Bose อีกประเภทอย่าง Bose Companion ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การเป็นลำโพงคอมพิวเตอร์หรือลำโพง Multimedia แบบจัดเต็ม ซึ่งต้องบอกเลยว่าทำได้ดีมากๆ โดดเด่นทั้งด้านการเชื่อมต่อ รูปร่างหน้าตา และที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือเสียงที่ยอดเยี่ยมมากๆ ตอบโจทย์การใช้งานทั้งฟังเพลง ดูหนัง และเล่นเกม โดย ลำโพง Bose Companion จะมีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นได้แก่ Bose Companion 50 ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดพร้อมลำโพง Subwoofer ให้มาด้วยในชุดขับเสียงที่ระบบเสียง Stereo 2.1, ต่อมาคือ Bose Companion 20 รุ่นรองลงมา ที่จะมาพร้อมขนาดที่กะทัดรัดลงมา ไม่มี Subwoofer มาให้ พร้มขับเสียงที่ระบบเสียง Stereo 2.0 และสุดท้ายคือ Bose Companion 2 Series III รุ่นเล็กที่สุดพร้อมระบบเสียง Stereo 2.0 กับการใช้งานที่ง่ายดายมากๆ รวมถึงราคาที่เบาที่สุด เหมาะกับผู้ที่เริ่มต้น หรือมีพื้นที่บนโต๊ะสำหรับตั้งวางไม่มากนัก

Bose Soundbar ราคา

Bose Soundbar


นอกจากลำโพง Bose ที่ตอบโจทย์สายพกพา และการใช้งานกับคอมพิวเตอร์แล้วนั้น หากต้องการลำโพงสำหรับดูหนังหรือใช้กับ TV ในประเภทของสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงอย่างมากในปัจจุบันนี้อย่าง Soundbar ก็ต้องบอกเลยว่าห้ามพลาด Bose Soundbar ที่ไม่เพียงเป็นลำโพง Soundbar ที่ให้เสียงที่ดังกระหึ่มถึงใจครบถ้วนทุกย่านเสียงโดยที่ไม่จำเป็นต้องต่อ Subwoofer เพิ่มเท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์ทั้งการดูหนัง ฟังเพลง และเล่นเกม ที่ต้องการเสียงที่กระหึ่มถึงใจและครบถ้วนทุกรายละเอียดมากกว่าการฟังเสียงจากลำโพง TV โดย Bose Soundbar จะมีทั้งหมด 4 รุ่น โดยรุ่น Bose Soundbar 900, 700 และ 300 จะเป็นลำโพง Soundbar ที่รองรับการสั่งการด้วยเสียง พร้อมผู้ช่วยเสียงอัจฉริยะ Amzon Alexa ภายในตัว ซึ่ง Bose Soundbar 900 จะมีขนาดใหญ่ที่สุด Bose Soundbar 700 จะมีขนาดรองลงมา และ Bose Soundbar 300 จะมีขนาดที่เล็กที่สุด ส่วนอีกรุ่นที่ชื่อแตกต่างออกมาอย่าง Bose TV Soundbar จะเป็นลำโพง Soundbar ที่มีขนาดเล็กลงมาอีก รวมถึงไม่มีผู้ช่วยอัจฉริยะภายในตัว โดยเน้นในเรื่องการใช้งานขยายเสียงจาก TV ให้ดังกระหึ่มถึงใจกว่าที่เคยเท่านั้น หรือก็คือพูดได้ว่าทำหน้าที่แบบลำโพง Bose Companion 20 ในรูปร่างหน้าตา Soundbar นั่นเอง

แว่น Bose ราคา

แว่น Bose


และอีกประเภทสินค้าที่เรียกได้ว่าล้ำยุคที่สุด และโดดเด่นกว่าหลายๆ แบรนด์ในตลาด ณ ตอนนี้คงหนีไปไม่พ้นสินค้า แว่น Bose ที่เป็นส่วนผสมของลำโพงแบบสวมใส่รวมเข้ากับแว่นกันแดด ทำให้จากแว่นกันแดดธรรมดากลายเป็นแว่นที่สามารถขับเสียงตรงเข้ามาที่หูได้โดยไม่ต้องพกลำโพง Bose เพิ่มนั่นเอง โดยจุดเด่นหลักๆ ก็คือตัวลำโพงจะรองรับการเชื่อมต่อไร้สายสำหรับเล่นเพลงจาก Smartphone ส่วนตัวแว่นตาจะมาพร้อมเลนส์ระดับพรีเมียมที่สามารถกันแดดได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญยังมาพร้อมไมโครโฟนในตัวสำหรับใช้งานรับสายสนทนาโทรศัพท์ได้อีกด้วย ทำให้ แว่น Bose นั้นเรียกได้ว่าเป็นแว่นตาอเนกประสงค์ที่นอกจากจะกันแดดได้แล้ว ยังใช้ฟังเพลง รวมถึงใช้คุยสนทนาโทรศัพท์ได้อีกด้วย


ส่วนความแตกต่างระหว่างแว่น Bose ทั้ง 3 รุ่นได้แก่ แว่นตา Bose Frames Alto, แว่นตา Bose Frames Soprano และ แว่นตา BoseFrames Tempo ทั้ง 3 รุ่นจะแตกต่างกันตรงที่จุดประสงค์การใช้งานเป็นหลักโดย แว่น Bose Frames Tempo จะตอบโจทย์การสวมใส่ออกกำลังกายด้วยรูปทรงออกแนว Sport และมาตรฐานกันน้ำ IPX4, ส่วนแว่น Bose Frames Soprano จะเหมาะกับสายแฟชั่นด้วยแว่นรูปทรงตาแมวหรือ Cat Eye ที่เน้นในความหรูหราเข้ากับเสื้อผ้าแบรนด์ Luxury ต่างๆ และแว่น Bose Frames Alto จะมาพร้อมรูปทรงดั้งเดิม Classic สำหรับสไตล์เรียบๆ หรือผู้ที่ชื่นชอบสไตล์แบบเรียบหรูไม่หวือหวานใส่เข้ากับเสื้อผ้าได้ทุกชุด

ขาย ลำโพง Bose

สรุปสินค้า Bose นั้นเหมาะกับใคร?


จากทั้งหมดจะเห็นได้ว่า Bose มีสินค้าให้เลือกมากมายหลากหลายประเภททั้ง หูฟัง Bose, ลำโพง Bose, Bose Soundbar และ แว่น Bose โดยสินค้าปต่ละประเภทก็ยังมีรุ่นยิบย่อยลงไปอีกมากมายหลายรุ่น รวมถึงแยกไปอีกหลายประเภทย่อย ซึ่งแม้สินค้าของ Bose นั้นจะมีหลากหลายรุ่นและหลากหลายประเภทที่แตกต่างกันไปก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่สินค้า Bose มีเหมือนๆ กันก็คือการออกแบบที่คิดค้นมาเป็นอย่างดี ความพรีเมียมของสินค้า เทคโนโลยีสุดล้ำไม่ซ้ำใคร และแนวเสียงที่โดดเด่นฟังง่าย และฟังได้สนุกในทุกย่าน ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้สินค้า Bose เหมาะกับผู้ที่เริ่มต้น และผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการเครื่องเสียง ผู้ที่ชื่นชอบในเทคโนโลยีอันทันสมัย และรูปร่างหน้าตาสินค้าที่มีความพรีเมียม รวมถึงความสะดวกในการใช้งานและความสบายเมื่อสวมใส่ และที่สำคัญเลยคือต้องเป็นคนที่มีงบประมาณด้วยเช่นกัน เพราะสินค้า Bose มักจะมาพร้อมราคาที่สูงกว่าแบรนด์อื่นๆ และไม่มีสินค้าราคาเบาๆ เท่าไหร่นัก แต่แม้ราคาสินค้าจะสูงแต่ต้องบอกเลยว่าเงินที่จ่ายไปแลกมากับสินค้าสุดพรีเมียมที่ให้ประสบการณ์การใช้งานที่คุ้มค่าคุ้มราคาอย่างแน่นอน