รวมหูฟังตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancelling ดีที่สุด 2020

รวมหูฟังตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancelling ดีที่สุด 2020

เชื่อว่าในตอนนี้หลายๆคนน่าจะรู้จัก หูฟังตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancelling Headphone หรือ A.N.C. กันบ้างไม่มากก็น้อย ด้วยจุดเด่นคือเรื่องการกันเสียงรบกวนภายนอก สำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวเวลาอยู่ในร้านกาแฟที่มีเสียงดัง เวลาอยู่ในออฟฟิศที่มีเสียงคุยกันรบกวนการทำงาน, คนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวหรือคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวเวลาเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นขึ้นเครื่องบิน ขึ้นรถ ลงเรือต่างๆ รวมถึงคนที่ชอบฟังเพลงแบบเสพย์แต่เสียงเพลงเน้นๆ ไม่ต้องการเสียงแทรกอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำให้ปัจจุบัน ได้รับความนิยมมากขึ้นและแพร่หลายนั่นเอง หลายๆแบรนด์ใหญ่ๆก็ส่งสินค้าตัวเด่นของตัวเองออกมาแข่งขันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร มีทั้งตั้งแต่ระดับราคาสูง ไปจนถึงระดับทั่วๆไปราคาไม่สูงมากไม่กี่พันบาทก็เป็นเจ้าของได้แล้ว แต่ก็แลกมาด้วยการกันเสียงที่ไม่เงียบสนิท จนบางครั้งเสียงเพลงก็เพี้ยน ไปจนถึงทำให้หูอื้อเลยทีเดียว


และในวันนี้ Mercular.com ก็จะมาแนะนำ หูฟัง ANC ระดับท็อปของวงการในปี 2020 ว่าจะมีรุ่นไหน แบรนด์ใดที่น่าสนใจ คุ้มค่าคุ้มราคาและคุ้มเงินที่ต้องจ่ายไปบ้าง มาดูกันครับ

Sony WH-1000XM3 (ราคา 13,990 บาท)

Sony WH-1000XM3 เสียงดี

คลิกที่รูปเพื่อไปหน้าสินค้า


ยังคงครองอันดับต้นๆ หรือระดับท็อปคลาสของวงการเอาไว้ได้เป็นอย่างดี กับ Sony WH-1000XM3 ที่ตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี 2018 จนถึงปัจจุบัน 2020 ก็ยังได้รับความนิยมอยู่เช่นเดิม ด้วยจุดเด่นในการตัดเสียงรบกวนเทคโนโลยีเฉพาะของ Sony ที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยมและไม่ทำให้หูอื้อ สามารถปรับระดับการตัดเสียงรบกวนได้ถึง 20 ระดับ เลือกโฟกัสเฉพาะเสียงพูดหรือเสียงประกาศ ตั้งค่าให้เปลี่ยนระดับตามกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ได้ เลือกปรับตั้งค่ากันเสียงรบกวนให้เข้ารับกับช่องหู ตามรูปแบบการสวมใส่ และตามความกดอากาศ ทำให้ไม่ว่าจะใช้งานในสถานที่ใดก็ตามทั้งบนเครื่องบิน บนพื้น ก็สามารถใช้งาน Noise Cancelling ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ควบคุมสะดวกด้วยระบบสัมผัส และฟังก์ชั่น Quick Attention ใช้มือทาบที่ด้านขวาของหูฟังเพื่อลดเสียงเพลงลง เปิดการรับเสียงภายนอก ทำให้สนทนากับบุคคลรอบข้างหรือฟังประกาศได้สะดวกขึ้นโดยไม่ต้องถอดหูฟังออก


มาพร้อมการเชื่อมต่อ Bluetooth 4.2 และ NFC รองรับ Codec ไร้สายสูงสุดถึง LDAC ฟังเพลง Hi-Res ได้สบายๆทั้งมีสายและไร้สาย ตั้งค่าเพิ่มเติมผ่าน App Sony | Headphones Connect เพื่อปรับตั้งค่าแนวเสียง ระบบเสียง Surround และอื่นเพิ่มเติม ส่วนแบตเตอรี่ใช้งานได้นานถึง 30 ชั่วโมง ช่องชาร์จเป็น USB-C ชาร์จ 0-100% เพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น 


  • เชื่อมต่อ Bluetooth 4.2, NFC
  • รองรับ Codec สูงสุดที่ LDAC
  • ปรับระดับการตัดเสียงได้ถึง 20 ระดับ
  • มีฟังก์ชั่น Quick Attention
  • ตั้งค่าได้เพิ่มเติมผ่าน App
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ต่อเนื่อง 30 ชั่วโมง

Bose NC Headphones 700 (ราคา 15,900 บาท)

Bose NC Headphones 700 เสียงดี

คลิกที่รูปเพื่อไปหน้าสินค้า


อีกรุ่นที่มาแรงไม่แพ้กันจากแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานอย่าง Bose กับรุ่น Bose Noise Cancelling Headphones 700 ที่ในรุ่นนี้มาพร้อมรูปทรงที่ดูล้ำสมัย เห็นแล้วสะดุดตามากๆ สวมใส่สบายหูด้วยการออกแบบให้มีน้ำหนักเบาและวัสดุที่ใช้ระดับพรีเมียม จุดเด่นในเรื่องของการตัดเสียงนั้นยังทำได้ดีสมมาตรฐาน Bose สามารถตัดเสียงรบกวนได้สูงถึง 11 ระดับ และที่สำคัญคือไม่ทำให้หูอื้อ ใส่ฟังเพลงได้ยาวๆปราศจากเสียงรบกวน ควบคุมสะดวกด้วยระบบสัมผัสและฟังก์ชั่น Convesation Mode ซึ่งจะหยุดเสียงเพลงและรับเสียงจากภายนอกเข้ามา สำหรับการสนทนากับรอบข้าง หรือฟังเสียงโดยรอบรวมไปถึงเสียงประกาศได้สะดวกโดยไม่จำเป็นต้องถอดหูฟังออก พร้อมแนวเสียงที่ยอดเยี่ยมฟังได้สนุกทุกแนวตามมาตรฐานของ Bose 


เชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth 5.0 รองรับ Codec SBC และ AAC ตั้งค่าได้เพิ่มเติมผ่าน App Bose Music แบตเตอรี่ใช้งานได้ต่อเนื่อง 20 ชั่วโมง ช่องชาร์จ USB-C ชาร์จจาก 0-100% เพียง 2 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น


  • เชื่อมต่อ Bluetooth 5.0
  • รองรับ Codec สูงสุดที่ AAC
  • ปรับระดับการตัดเสียงได้ถึง 11 ระดับ
  • มีฟังก์ชั่น Conversation Mode
  • ตั้งค่าได้เพิ่มเติมผ่าน App
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ต่อเนื่อง 20 ชั่วโมง

Jabra Elite 85H (ราคา 10,900 บาท)

Jabra Elite 85H เสียงดี

คลิกที่รูปเพื่อไปหน้าสินค้า


เป็นอีกรุ่นจากแบรนด์ที่อยู่ในใจใครหลายๆคนอย่าง Jabra กับรุ่น Jabra Elite 85H มาพร้อมการออกแบบที่ดูเท่น่าใช้งาน สวมใส่ได้สบายด้วยวัสดุระดับพรีเมียม มาพร้อมจุดเด่นในเรื่องฟังก์ชั่นการตัดเสียงรบกวนแบบพิเศษที่เรียกว่า SmartSound ซึ่งหลักการทำงานก็คือจะวิเคราะห์สภาพแวดล้อมรอบข้างและนำมาปรับระดับ Noise Cancelling ตามความเหมาะสมนั่นเอง พร้อมด้วยเซ็นเซอร์ตรวจจับการสวมใส่ที่จะหยุดเล่นเพลงเมื่อถอดออก และกลับมาเล่นต่อเมื่อสวมใส่อีกครั้ง และยังมาพร้อมฟังก์ชั่น HearThrough ที่จะลดเสียงเพลงลงและรับเสียงจากภายนอกเข้ามา เพื่อการรับฟังเสียงภายนอก เสียงประกาศ หรือสนทนากับบุคลลรอบข้างโดยไม่ต้องถอดตัวหูฟังออกนั่นเอง


เชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 รองรับ Codec SBC และ AAC ซึ่งเรื่องแนวเสียงก็ต้องบอกว่าทำได้ดีไม่แพ้ Bose เลยทีเดียว รวมถึงสามารถตั้งค่าการตัดเสียงและตั้งค่าแนวเสียงเพิ่มเติมได้ผ่าน App Jabra Sound+ มาพร้อมแบตเตอรี่ใช้งานได้นานถึง 36 ชั่วโมงเลยทีเดียว ช่องชาร์จใช้เป็น USB-C ชาร์จจาก 0-100% ในเวลาเพียง 2 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น และพิเศษสุดๆด้วยการเคลือบสาร Nano เพิ่มความทนทานต่อน้ำและฝุ่น ถือเป็นไม่กี่รุ่นเท่านั้นที่มีความสามารถนี้


  • เชื่อมต่อ Bluetooth 5.0
  • ปรับระดับการตัดเสียงแบบอัจฉริยะ
  • มีฟังก์ชั่น HearThrough
  • ตั้งค่าได้เพิ่มเติมผ่าน App
  • เคลือบ Nano กันน้ำกันฝุ่น
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ต่อเนื่อง 36 ชั่วโมง

B&W PX7 (ราคา 16,900 บาท)

B&W PX7 เสียงดี

คลิกที่รูปเพื่อไปหน้าสินค้า


สำหรับรุ่นสุดท้ายที่จะมาแนะนำกันในครั้งนี้ เป็นหูฟัง Noise Cancellingจากแบรนด์สุดหรูอย่าง B&W Bowers & Wilkins กับรุ่น B&W PX7 มาพร้อมการออกแบบที่ดูหรูหราน่าใช้งาน และวัสดุระดับพรีเมียมทำให้สวมใส่ได้สบายหูและยังดูเท่ในเวลาเดียวกัน จุดเด่นคือฟังก์ชั่นตัดเสียงรบกวนเทคโนโลยีจากทาง B&W ที่ทำได้ดีมากๆ กันเสียงรบกวนได้เงียบสนิทและไม่ทำให้หูอื้อ สามารถปรับได้ถึง 3 ระดับ รองรับการใช้งานขณะอยู่บนเครื่องบินและโหมด Auto ที่ตัวหูฟังจะเลือกระดับ Noise Cancelling โดยอัตโนมัติ และฟังก์ชั่น Ambient Pass-Through ที่จะหยุดเพลงและรับเสียงภายนอกเข้ามา เพื่อฟังเสียงโดยรอบ เสียงประกาศ หรือสนทนากับบุคคลรอบตัวโดยไม่ต้องถอดออก ภายในยังมาพร้อมเซ้นเซอร์ตรวจจับการสวมใส่ที่จะเข้าสู่โหมด Standby เมื่อถอดออก และจะกลับมาเปิดพร้อมเชื่อมต่ออีกครั้งเมื่อสวมใส่


เชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 รองรับ Codec สูงสุดถึง aptX™ HD และ aptX™ Adaptive ฟังเพลง Hi-Res ได้สบายๆทั้งการเชื่อมต่อมีสายและไร้สาย ตั้งค่าการตัดเสียง และแนวเสียงได้เพิ่มเติมผ่าน App Bowers & Wilkins Headphones ส่วนแบตเตอรี่ใช้งานได้ต่อเนื่อง 30 ชั่วโมง ช่องชาร์จใช้เป็น USB-C รองรับการชาร์จไวเพียง 15 นาทีใช้งานได้ถึง 5 ชั่วโมงเลยทีเดียว


  • เชื่อมต่อ Bluetooth 5.0
  • รองรับ Codec สูงสุดถึง aptX™ HD
  • ปรับระดับการตัดเสียงได้ 3 แบบแบบอัจฉริยะ
  • มีฟังก์ชั่น Ambient Pass-Through 
  • ตั้งค่าได้เพิ่มเติมผ่าน App
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ต่อเนื่อง 30 ชั่วโมง

*เปรียบเทียบฟังก์ชั่นเด่นของหูฟัง ANCทั้ง 4 รุ่น

สรุป “หูฟังตัดเสียง Noise Cancelling รุ่นไหนเหมาะกับใครที่สุด?”

1. ตัดเสียงรบกวนได้ดีที่สุด

Sony WH-1000XM3


สำหรับผู้ที่มองหา หูฟัง ANC ที่ทำได้ดีในทุกด้านต้องไม่พลาด Sony WH-1000XM3 ทั้ง Noise Cancelling ที่ตัดเสียงรบกวนได้หลายระดับ และทำได้เงียบสนิทโดยไม่ทำให้หูอื้อ การเชื่อมต่อที่มีความเสถียรและยังรอบรับ Codec ถึงระดับ LDAC อีกด้วย ทำได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งกันเสียงรบกวนและเสียงระดับ Hi-Res เลยทีเดียว

2. สวมใส่ได้สบายที่สุด

Bose Noise Cancelling Headphones 700


ด้วยการออกแบบที่ได้รับการคิดค้นมาเป็นอย่างดีของ Bose NC Headphones 700 ทั้งโครงสร้าง Headband ที่เป็นก้านเล็กๆ วัสดุด้านในบุด้วย Memory Foam อย่างดี ทำให้มีน้ำหนักเบาสวมใส่ได้สบายๆโดยไม่รู้สึกหนักศีรษะหรือถูกบีบ ผู้ที่มองหารุ่นที่ใส่ได้สบายที่สุดต้องไม่พลาดรุ่นนี้


3. ไมโครโฟนสนทนาโทรศัพท์ชัดที่สุด

Jabra Elite 85H


สำหรับผู้ที่ต้องสื่อสารสนทนาโทรศัพท์อยู่บ่อยๆ และมองหารุ่นที่สามารถรับเสียงพูดได้คมชัดทุกการติดต่อมากที่สุด ต้องไม่พลาด Jabra Elite 85H ด้วยไมโครโฟนถึง 8 ตัว โดย 6 ตัวในนั้นถูกใช้เพื่อรับเสียงพูดและรับเสียงแทรกจากภายนอกจากนั้นจึงประมวลและตัดเสียงแทรกออกเพื่อคงเหลือไว้แต่เสียงสนทนาที่คมชัดที่สุดนั่นเอง

4. เสียงแนว Audiophile ที่สุด

B&W PX7


ถ้าพูดถึงเสียงที่มีความเป็นกลางฟังได้ทุกย่านเสียง และแนวเสียงที่เหมาะกับผู้ที่ชอบฟังเพลงแบบ Audiophole ที่สุดต้องยกให้ B&W PX7 เป็นที่สุด ด้วยไดรเวอร์เสียงแบบพิเศษของทางแบรนด์และการปรับจูนเสียงมาเป็นอย่างดีทำให้นอกจากจะกันเสียงรบกวนได้แล้ว ยังให้เสียงกลางและเสียงแหลมที่มีความใส และเสียงเบสที่ลงได้ลึกแบบนุ่มนวล ฟังได้หลากหลายแนวอีกด้วย


เป็นยังไงกันบ้างครับกับ หูฟัง Noise Cancelling ไร้สายทั้ง 4 รุ่น ที่แต่ละรุ่นนั้นเป็นระดับบนของวงการทั้งสิ้น รับรองได้เลยว่าในตอนนี้ไม่มีรุ่นไหนที่ดีกว่ากลุ่มนี้อีกแล้ว ถ้ากำลังมองหา หรืออยากจับจองเป็นเจ้าของอยู่ 1 ใน 4 ตัวนี้ซื้อได้เลยครับไม่ต้องกังวล คุ้มเงินทุกบาททุกสตางค์แน่นอน สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน และถ้ามีสินค้าเด็ดๆ หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ทาง Mercular.com จะรีบนำมาอัพเดทกันอย่างแน่นอนครับ สวัสดีครับ

Tags :