5 อันดับ สายชาร์จไอโฟน ยี่ห้อไหนดี? ปี 2024

30 ม.ค. 2566

5 อันดับ สายชาร์จไอโฟน ยี่ห้อไหนดี? ปี 2024

สำหรับ Smartphone ยอดนิยมอย่าง iPhone ก็ต้องบอกเลยว่าในทุกๆ ปีทาง Apple ก็จะมีการอัพเกรดเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ แต่สายชาร์จไอโฟนยังคงใช้เทคโนโลยีเดิมตั้งแต่ iPhone 5 แม้ส่วนของสเปคด้านอื่นจะได้รับการพัฒนาให้ล้ำสมัยและมีความพรีเมียมอยู่ทุกปี เช่น ชิพประมวลผล, หน้าจอ และแบตเตอรี่ เป็นต้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานคาใจมาอย่างยาวนานว่าเมื่อไหร่จะถึงคิวพัฒนาสายชาร์จให้มีความทันสมัยและทนทานมากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะนอกจากตัวสายจะมีสีขาวที่เลอะง่ายแล้ว วัสดุที่ Apple เลือกใช้ยังเป็นเกรดรักษ์โลกหรือก็คือย่อยสลายได้ง่ายอีกด้วย ในผู้ใช้งานบางคนตัวสายอาจจะมีอายุใช้งานไม่เกิน 3 เดือนด้วยซ้ำ ใช้งานได้ไม่นานตัวสายก็จะมีอาการสายขาด, สายหัก, สายงอ ไปจนถึงบางคนอาจจะเจอปัญหาชาร์จไฟไม่เข้าเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นสายชาร์จที่บอบบางมากๆ ก็ว่าได้


และด้วยเหตุนี้ทำให้บรรดาผู้ใช้งานไอโฟนจึงหันมามองหาสายชาร์จไอโฟนแบรนด์ทางเลือก ที่หลายๆ แบรนด์ต่างก็พัฒนาเทคโนโลยีและจุดเด่นของตัวเองออกมาแข่งขันกันแบบสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความทนทาน สีสันที่สวยงาม รองรับการชาร์จไว และแน่นอนว่าเรื่องราคาที่อาจจะถูกกว่า สายชาร์จไอโฟน Apple หรือราคาเท่ากันแต่แน่นอนว่ามาพร้อมความสามารถที่มากกว่าสายชาร์จอันบอบบางของทาง Apple เองแน่นอน ซึ่งในครั้งนี้เราก็มี 5 อันดับ สายชาร์จไอโฟน ยี่ห้อไหนดี? ปี 2023 มาแนะนำกันครับ โดยจะมีแบรนด์ไหนเด่นๆ น่าสนใจบ้างนั้น เรามาดูกันเลยครับ

1. สายชาร์จ Belkin Boost Charge DuraTek USB-C Cable with Lightning Connector

สายชาร์จไอโฟน Belkin ราคาถูก

ราคา: 1,190 บาท


ความยาวสาย: 1.2 เมตร


ขั้วสาย: USB C to Lightning


จ่ายไฟสูงสุด: 18W ขึ้นไป (ตามกำลังขับของหัวชาร์จ USB C)

สายชาร์จไอโฟน Belkin Boost Charge DuraTek โดดเด่นด้วยหน้าตาที่ดูพรีเมียม โดยเฉพาะตัวสายที่เป็นสายถักและผลิตด้วยเทคโนโลยี Duratek ที่ทำให้ตัวสายมีความแข็งแรงทนทานมากกว่าสายธรรมดาถึง 10 เท่า มาพร้อมความยาวที่กำลังพอดีๆ ที่ 1.2 เมตร และสีสันให้เลือก 2 สีคือขาวและดำ ตัวสายยังมาพร้อมที่เก็บสายสุดพรีเมียมที่นอกจากจะมีความหรูหราแล้วยังช่วยให้สามารถม้วนเก็บพกพาได้ง่ายดาย ด้านการชาร์จตัวสายรองรับการชาร์จไว Power Delivery และรองรับ MFi สามารถจ่ายไฟได้สูงสุดตั้งแต่ 18W ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับกำลังไฟของหัวชาร์จ USB C โดยรองรับการชาร์จเร็วตั้งแต่ iPhone 8 ขึ้นไปและรุ่นที่ใหม่กว่าจนถึง iPhone 12 Series รวมถึงใช้งานโอนถ่ายข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว


สายชาร์จไอโฟน Belkin เป็นแบรนด์อุปกรณ์เสริมมือถือที่อยู่คู่ Apple มาอย่างยาวนาน ซึ่งด้วยคุณภาพและมาตรฐานของตัวสินค้าที่ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมรวมถึงใช้งานร่วมกับ iPhone ได้อย่างลื่นไหลไร้ที่ติ นั่นจึงทำให้เป็นแบรนด์อุปกรณ์เสริมที่วางขายอยู่บนหน้าเว็ปไซต์ของ Apple ด้วยนั่นเอง โดยสายชาร์จไอโฟน Belkin นั่นจะโดดเด่นในเรื่องของความทนทาน รูปร่างหน้าตาสุดพรีเมียม เทคโนยีการชาร์จที่รวดเร็ว และเรื่องของความปลอดภัย โดยสินค้าจาก Belkin นั้นจะได้รับมาตรฐาน MFi หรือ Made for iPhone ในรุ่นรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานกับสินค้า Apple ที่จะเป็นการการันตีว่าสินค้าจะปลอดภัย ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ Apple ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

2. สาย Aukey CB-CL2 MFI USB-C to Lightning Cable 2M

ราคา: 890 บาท


ความยาวสาย: 2 เมตร


ขั้วสาย: USB C to Lightning


จ่ายไฟสูงสุด: 29W

สายชาร์จไอโฟน Aukey CB-CL2 MFI เป็นสายที่ครบเครื่องในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูปร่างหน้าตาที่พรีเมียม ความทนทานด้วยการผลิตและเลือกใช้วัสดุระดับพรีเมียม และสเปคการชาร์จที่สามารถชาร์จได้อย่างรวดเร็ว โดยตัวสายของ Aukey CB-CL2 นั้นเป็นสายถัก Nylon 2 ชั้นทำให้ตัวสายนั้นมีความทนทานสูงและแน่นอนว่าทนทานแข็งแรงกว่าสายชาร์จ Apple มาพร้อมความยาวที่ 2 เมตรทำให้ความสะดวกในการใช้งานนั้นมีมากกว่าสาย 1 เมตรทั่วๆ ไป รวมถึงหากรู้สึกเกะกะก็สามารถพันเก็บไว้ได้สะดวกด้วยที่รัดสายพร้อมกระดุมแบบแป็กสุดพรีเมียม ที่สำคัญตัวสายยังรองรับมาตรฐาน MFi จึงทำให้มั่นใจได้เลยว่าใช้งานกับไอโฟน 100% ด้านการชาร์จไวตัวสายสามารถจ่ายไฟได้สูงสุดถึง 29W เมื่อชาร์จกับ iPhone 8 ขึ้นไป และต้องใช้งานร่วมกับอแดปเตอร์ชาร์จไฟที่รองรับการชาร์จกำลังไฟสูงอีกด้วย


สายชาร์จไอโฟน Aukey เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ที่มาแรงมากๆ ในขณะนี้และจัดอยู่ในระดับสูสีกับแบรนด์ Anker เลยทีเดียว ด้วยจุดแข็งของแบรนด์อย่างมาตรฐานคุณภาพการผลิตของสินค้า รวมถึงราคาที่อยู่ในระดับสุดเป็นมิตร (เบากว่า Belkin) โดยสายชาร์จไอโฟน Aukey จะโดดเด่นในเรื่องของหน้าตาของสินค้าที่มีความพรีเมียมโดยยังคงคาแรคเตอร์ของแบรนด์เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน รวมถึงการออกแบบสินค้าให้มีความแข็งแรง ทนทาน รองรับมาตรฐาน MFi ใช้งานกับ iPhone และอุปกรณ์ของ Apple ได้อย่างไร้ที่ติ รวมถึงสเปคภายในที่รองรับการชาร์จไวและรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Power Delivery จากทาง Apple อีกด้วย ที่สำคัญรุ่นเด่นๆ ที่แข็งแรงทนทานมากๆ ยังมาพร้อมราคาที่ใกล้เคียงกับสายชาร์จไอโฟนของ Apple เอง


3. สายชาร์จ Anker PowerLine+ III USB-C to Lightning Cable

ราคา: 990 บาท


ความยาวสาย: 1.8 เมตร


ขั้วสาย: USB C to Lightning


จ่ายไฟสูงสุด: 18W ขึ้นไป (ตามกำลังขับของหัวชาร์จ USB C)

สายชาร์จไอโฟน Anker PowerLine+ III โดดเด่นด้วยการเป็นสายถักที่มีความคงทนแข็งแรงสูง ทนต่อการดึงกระชาก และทนต่อการบิดงอโดยสามารถหักหรือบิดงอได้มากกว่า 35,000 ครั้ง รวมถึงหัวสายทำจากวัสดุ Stainless Steel ที่ทนทานต่อรอยขีดข่วนทำให้ตัวสินค้าดูใหม่และหรูหราพรีเมียมอยู่เสมอแม้จะใช้งานไปนานแค่ไหนก็ตาม ในรุ่นนี้ยังได้รับการพัฒนาและปรับปรุงการออกแบบภายในให้ตัวสายมีขนาดเล็กลงแต่ยังคงแข็งแรงทนทานเท่าเดิมอีกด้วย ตัวสายรองรับมาตรฐาน MFi ใช้งานกับ iPhone และอุปกรณ์ Apple ได้อย่างเต็มรูปแบบ และยังรองรับการใช้งาน Sync หรือส่งข้อมูลที่ความเร็วสูงอีกด้วย ด้านการชาร์จตัวสายรองรับการจ่ายไฟสูงสุดที่ 18W เมื่อใช้กับปลั๊กอแดปเตอร์จ่ายไฟที่รองรับ และใช้งานได้กับ iPhone 8 ขึ้นไป


สายชาร์จไอโฟน Anker เป็นอีกแบรนด์ที่หลายๆ คนอาจจะไม่คุ้นชื่อ แต่ในเรื่องความนิยมและคุณภาพก็ต้องบอกเลยว่าได้รับการยอมรับเป็นอย่างมากในต่างประเทศ โดยสินค้า Anker จะมีจุดเด่นในเรื่องของราคาที่ใกล้เคียวกับสินค้า Apple และในบางรุ่นก็อาจจะมีราคาที่เบากว่า แต่ในเรื่องคุณภาพทั้งวัสดุและการใช้งานต้องบอกเลยว่าอยู่ในระดับพรีเมียม คุ้มค่าแบบเกินราคาอย่างแน่นอน ที่สำคัญสินค้าจากแบรนด์ Anker ยังโดดเด่นด้วยการรองรับมาตรฐาน MFi หรือ Made for iPhone อีกด้วยทำให้มั่นใจได้ในสินค้าว่าซื้อมาใช้กับไอโฟนได้ 100% แน่นอน

4. สาย Energea Fibratough Lightning MFI 1.5M

ราคา: 890 บาท


ความยาวสาย: 1.5 เมตร


ขั้วสาย: USB C to Lightning


จ่ายไฟสูงสุด: 18W ขึ้นไป (ตามกำลังขับของหัวชาร์จ USB C)

สายชาร์จไอโฟน Energea Fibratough Lightning MFI 1.5M โดดเด่นด้วยการเป็นสายถักแบบพิเศษที่มีความทนทานสูงมาก รวมถึงยังผ่านการทดสอบจากห้องแล็ปเอกชนที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยทนทานต่อแรงดึงที่สูงถึง 50 กิโลกรัมเลยทีเดียว ทำให้มั่นใจเลยว่านอกจากจะเป็นสายถักที่สวยงามพรีเมียมแล้วด้านความแข็งแรงทนทานก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้แบรนด์ไหนๆ อีกด้วย ตัวสายยาว 1.5 เมตรซึ่งถือว่าเป็นความยาวที่กำลังพอดีๆ ไม่สั้นไปและไม่ยาวไป และยังมาพร้อมเทคโนโลยี FibraTech จาก Energea ที่ช่วยให้สายไม่พันกัน รวมถึงยังทนทานต่อการหักและงอได้มากกว่า 30,000 ครั้งอีกด้วย ตัวสายรองรับมาตรฐาน MFi สามารถใช้งานกับอุปกรณ์ของ Apple ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้านการชาร์จรองรับการชาร์จเร็ว PD ตั้งแต่ 18W ขึ้นไปโดยต้องใช้งานร่วมกับอแดปเตอร์ชาร์จที่รองรับและใช้งานชาร์จเร็วได้กับ iPhone 8 และรุ่นใหม่กว่าเท่านั้นครับ


สายชาร์จไอโฟน Energea ก็จัดเป็นอีกแยรนด์ที่น่าสนใจมากๆ ด้วยความที่ตัวสินค้าก็มีราคาที่สูงพอประมาณหรือจะเรียกได้ว่าสูสีกับสินค้าจากแบรนด์ Apple ก็ว่าได้ สิ่งที่แตกต่างคือแม้จะมีราคาสูงใกล้เคียงกันแต่คุณภาพและความสามารถของสินค้านั้นทำได้เหนือกว่า ทั้งในเรื่องของความแข็งแรงทนทานที่มั่นใจได้ 100% เพราะสินค้าผ่านการทดสอบจากห้องแล็ปที่ได้รับมาตรฐานในระดับสากล โดยผ่านการทดสอบในระดับที่เรียกได้ว่าหนักหน่วง Extreme แบบสุดๆ และแน่นอนว่าสินค้าได้รับการรับรองมาตรฐาน MFi สำหรับผู้ใช้งาน iPhone iPad ก็มั่นใจได้เลยว่าสามารถซื้อไปใช้งานได้อย่างสบายใจ ใช้งานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบรวมถึงยังมีความปลอดภัยสูงอีกด้วย

5. สายชาร์จ Remax Type-C To Lightning (RC-171) 20W 1M Cable

ราคา: 499 บาท


ความยาวสาย: 1 เมตร


ขั้วสาย: USB C to Lightning


จ่ายไฟสูงสุด: 20W

สายชาร์จไอโฟน Remax Type-C To Lightning (RC-171) โดดเด่นด้วยการเป็นสายถักแบบเดียวกับในรุ่นอื่นๆ แต่มาในราคาที่ต่ำกว่าเกือบครึ่ง โดยมีความทนทานแข็งแรงไม่แพ้กับรุ่นอื่นๆ ภายในสายผลิตด้วยวัสดุแบบ TPE รูปแบบสายแบบกลม พร้อมการออกแบบมาให้มีความเท่และพรีเมียมทั้งส่วนของสายที่เป็นสายถักและส่วนของขั้วสายที่ดูแข็งแรงไม่หักหรือเสียหายง่ายและยังมีการใส่ Smart Chip ที่จะช่วยให้สามารถควบคุมการปล่อยกระแสไฟได้ดีมากขึ้น ด้านความยาวของสายอยู่ที่ 1 เมตรที่จัดว่ากำลังพอดีไม่สั้นจนเกินไป ชาร์จและส่งข้อมูลได้รวดเร็วด้วยสายทองแดงภายที่มีขนาดใหญ่และหนากว่าสายปกติ รองรับการชาร์จไว Power Delivery จ่ายไฟสูงสุดที่ 20W เมื่อใช้กับอแดปเตอร์หรือแท่นชาร์จที่รองรับและใช้งานกับ iPhone 8 ขึ้นไป สำหรับผู้ที่ต้องการสายที่ยอดเยี่ยมในราคาสุดคุ้มค่าต้องห้ามพลาดสาย Remax ครับ


สายชาร์จไอโฟน Remax เจ้าของนิยามคำว่า ถูกและดีมีจริงๆ ตอบโจทย์ผู้ที่อยากได้สายชาร์จไอโฟนที่ทนทานกว่าสายของ Apple ในราคาที่เบากว่า ด้วยจุดเด่นในเรื่องของสินค้าที่มีความทนทานแข็งแรงสูง มีคุณภาพเป็นสินค้าที่มีแบรนด์ไม่ใช่สายชาร์จตามตลาดนัดทั่วๆ ไปที่ราคาถูกแต่ไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงยังมีการออกแบบตัวสายให้มีความสวยงาม พรีเมียม และได้มาตรฐานด้านความปลอดภัยด้วยการรองรับมาตรฐานการผลิต CE, FCC และ RoHS อีกด้วย

เป็นยังไงกันบ้างครับกับ 5 อันดับ สายชาร์จไอโฟน ยี่ห้อไหนดี? ปี 2023 ที่นำมาแนะนำกันในครั้งนี้ จากทั้ง 5 แบรนด์ซึ่งเรื่องของคุณภาพนั้นรับรองว่าอยู่ในระดับพรีเมียมทุกรุ่นแน่นอนครับ โดยทาง Mercular.com ก็หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกซื้อสายชาร์จที่ตรงกับการใช้งานในราคาที่คุ้มค่าและตอบโจทย์งบที่มีได้มากที่สุด โดยในครั้งหน้าหากมีสินค้าอะไรที่น่าสนใจมาแนะนำกันอีกทางทีมงานจะรีบนำมาแนะนำกันอย่างแน่นอนครับ สำหรับครั้งนี้สวัสดีครับ

best-seller-ads
article-banner-1
article-banner-2