แนะนำสมาร์ทวอช Suunto รุ่นไหนดี ?

แนะนำสมาร์ทวอช Suunto รุ่นไหนดี ?

Mercular.com เคยพูดถึงสุดยอดนาฬิกา Sport Watch Garmin ที่น่าจับตามองที่สุดในปี 2020 มาแล้ว มาถึงวันนี้ เราจะหยิบอีก 4 รุ่นดังจากแบรนด์ Sport watch หัวตารางอย่างที่นิยมไม่แพ้ Garmin เลย นั่นก็คือ Suunto แบรนด์นาฬิกาอัจฉริยะจากประเทศฟินน์แลนด์ ที่นิยมกันมากในหมู่นักกีฬาสาย Extreme และ Adventure ด้วยความที่เป็นระบบปิด ทำให้การใช้งานมีความเสถียร และแบตเตอรี่ที่อึดมากๆ  การใช้งานก็จะเน้นลุยทนทาน ตามสไตล์ของแบรนด์ที่ทำอุปกรณ์เกี่ยวกับการผจญภัยมาก่อน ยิ่งสมาร์ทวอช Suunto นั้นเน้นการใช้งานที่เป็นนาฬิกาออกกำลังกายเป็นหลัก ทำให้การออกวัดค่านั้นมีความแม่นยำ และการใช้งานในการออกกำลังกายที่ต่อเนื่องลื่นไหลกว่าแบรนด์อื่น ๆ นั่นเอง โดยภาพรวมที่ถือว่าเป็นจุดขายของนาฬิกา Suunto นั้นก็จะมีหัวข้อหลัก ๆ ดังนี้

จุดเด่นของนาฬิกา Suunto

รีวิวนาฬิกา Suunto 2020 ราคาถูก​​​​​​
  • การออกแบบสวยงาม วัสดุเกรดดีแข็งแรงทนทาน
  • ทำงานระบบปิด ใช้งานเสถียร ไม่รวนหรือดับเอง
  • แอปพลิเคชั่นใช้งานดี มี Community Feature ที่โดดเด่น
  • สเปค:ราคา ไม่แรง เข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย
  • เหมาะกับคนที่อยากได้นาฬิกาสำหรับออกกำลังกายเป็นหลัก
  • รองรับการใช้งานภาษาไทย

Suunto 3 (ราคาเริ่มต้น 5,900 บาท)

รีวิวนาฬิกา Suunto 2020

เริ่มต้นด้วย Suunto 3 Sport Watch ที่เป็นรุ่นเล็กสุดจาก Suunto ตัวเรือนเล็ก ใส่ง่าย หน้าปัดขนาด 43 มม. ควบคุมการทำงานด้วยปุ่มกด ส่วนการนำทางนั้นจะใช้ GPS จาก Smartphone ที่มันเชื่อมต่ออยู่ โดยฟีเจอร์การใช้งานของเจ้า Suunto 3 นั้นก็จะมีโหมด Adaptive Training Guidance เป็นตัวชูโรงที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานเลือกว่าต้องการออกกำลังกายในทิศทางไหน เช่นเพิ่มความอึด หรือต้องการรักษาระดับการออกกำลังกายของตัวเองไว้ ซึ่งตัวสมาร์ทวอชจะทำการวางแผนการออกกำลังกายล่างหน้าไว้ 7 วันเพื่อทำตามเป้าหมายที่วางไว้นั่นเอง ส่วนการเก็บสถิติต่าง ๆ นั้นจะเน้นไปที่การใช้งานพื้นฐาน แม้ว่าตัวนาฬิกาจะมี Sport Profile ที่รองรับการออกกำลังกายที่ต่างกันออกไปกว่า 70 แบบ  มันจึงเหมาะสำหรับ ผู้ใช้งานทั่วไปสำหรับชีวิตประจำวัน ไม่ได้ออกกำลังหนัก หรือไม่ได้ออกกำลังกายเลยมากกว่า

  • ราคาถูกขนาดไม่ใหญ่สวมใส่สบาย
  • แบตเตอรี่ 10 วันสำหรับ Watch Mode
  • มี Adaptive Training Guidance
  • มีฟีเจอร์ติดตามความเครียดและการนอนในตัว
  • ระดับการกันน้ำ 3ATM
  • ควบคุมด้วยปุ่มเท่านั้น
  • ไม่มี GPS ในตัว 

Suunto 5 (ราคา 11,900 บาท)

รีวิวนาฬิกา Suunto 2020

นาฬิกาออกกำลังกาย Suunto 5 Sport Watch นั้นจะมีการใช้งานที่ครบครันมากกว่ารุ่นก่อนหน้า นอกจากจะมาพร้อมกับฟังก์ชั่น Adaptive Training Guidance  เหมือนรุ่นก่อนหน้าแล้ว ตัวมันยังเพิ่มฟีเจอร์ต่าง ๆ สำหรับการออกกำลังกายเต็มรูปแบบเข้าไปด้วยรวมไปถึง Built-in GPS ในตัว และยังสามารถใช้งานตรวจจับสุขภาพได้ในระดับสูง เช่น Body Resources, Strees Tracking หรือ Body Battery จัดว่ามีบาลานซ์การใช้งานระหว่าง Sport และ Lifestyle ยอดเยี่ยมที่สุด ส่วนการออกกำลังกายนั้นตัวนาฬิกาเองก็มี Sport Profile กว่า 80 รูปแบบ มาพร้อมมาตรฐานกันน้ำ ATM5 และฟีเจอร์รองรับการใช้งานในน้ำที่ค่อนข้างครับครัน ฉะนั้นสำหรับเจ้าสามาร์ทวอชเรือนนี้นั้นต้องบอกว่าเหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบการออกกำลังกายกลาง ๆ ไปทางสูง และต้องการฟังก์ชั่นติดตามสุขภาพ แต่ไม่ได้มีไลฟ์สไตล์ชื่นชอบการออกผจญภัย ที่เป็นฟีเจอร์การใช้งานที่เพิ่มขึ้นมาสำหรับ Suunto 9 

  • ราคากลาง ๆ ดีไซน์สวย ใช้งานง่าย
  • แบตเตอรี่ 14 วันสำหรับ Watch Mode
  • มีฟังก์ชั่นครบครันทั้งการออกกำลังกายและสุขภาพ
  • มีฟังก์ชั่นสำหรับใช้งานเป็นนาฬิกาว่ายน้ำได้
  • ฟีเจอร์ด้านสุขภาพมากกว่า Suunto 9
  • ทำงานร่วมกับ Application Partner ของ Suunto ได้
  • ระดับการกันน้ำ 5ATM
  • ใช้ระบบนำทางมากถึง 4 ตัวได้แก่ GPS, GLONASS, GALILEO และ QZSS

Suunto 7 (ราคา 16,900 บาท)

รีวิวนาฬิกา Suunto 2020 Suunto 7

ตามมาด้วยสมาร์ทวอชตัวล่าสุด Suunto 7 Sport Watch นาฬิกาตัวใหม่ของ Suunto ที่เปิดตัวในเดือนมกราคมปี 2020 เป็นครั้งแรกของนาฬิกาอัจฉริยะจากแบรนด์ฟินน์แลนด์จะได้ทำงานในระบบเปิดเป็นครั้งแรก โดยการดึงการใช้งานของ Wear OS by Google มาใช้ ทำให้ตัว Suunto 7 มาพร้อมกับความสามารถในการดาวน์โหลดแอปเพิ่มเติม ไม่ต่างอะไรกับคู่แข่งอย่าง Garmin เลย แถมยังเพิ่มความสวยงามด้วยหน้าจอ AMOLED ความละเอียด 454x454 Pixel มาให้อีกด้วย ส่วนในเรื่องการใช้งานนั้นก็จะอยู่กึ่งกลางระหว่างรุ่น 3 และ 5 มีการออกกำลังกายที่ละเอียดกว่า 3 แต่ตัดฟังก์ชั่นสุขภาพบางอย่างในรุ่น 5 ออกไปซึ่งส่วนฟังก์ชั่นการใช้งานที่ขาดไปผู้ใช้งาน ก็สามารถดาวน์โหลดแอปใน Store มาทดแทนได้ สำหรับใครที่อยากได้นาฬิกา Suunto ที่มีความเป็น Smartwatch สูงเน้นใช้งานเพื่อ Life Style เป็นหลัก ก็ต้องมองมาที่ตัวนี้เลย

  • นาฬิกาออกกำลังกายระบบเปิดตัวแรกของ Suunto 
  • แบตเตอรี่ 40 วันสำหรับ Watch Mode
  • สามารถดาวน์โหลดแอปเพิ่มเติมได้
  • สามารถควบคุมเพลงได้ในตัว และดาวน์โหลดแอปสตรีมเพลงอื่น ๆ ได้
  • แผนที่ และ GPS แม่นยำที่สุดในบรรดานาฬิกาทั้ง 4 รุ่น
  • ใช้หน้าจอ AMOLED ให้สีสันที่สวยงามคมชัด
  • ระดับกันน้ำ 5ATM
  • GPS 5 ระบบ ได้แก่ GPS, GLONASS, GALILEO , Beidu และ QZSS

Suunto 9 (ราคาเริ่มต้น 14,900 บาท)

รีวิวนาฬิกา Suunto 2020 Suunto 9

เจ้า Suunto 9 Sport Watch ถือว่าเป็นนาฬิกาตัวทอปที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานกึ่งผจญภัย เพราะตัว Sport Watch  เรือนนี้มาพร้อมวัสดุที่แข็งแรงทนทานกว่ารุ่นก่อน ๆ และ ระบบ Fusedtrack ระบบ Tracking ที่สามารถใช้งานระบบนำทางได้ต่อเนื่อง ประหยัดแบตเตอรี่กว่ารุ่นอื่น ๆ การบันทึกข้อมูลของตัว Suunto 9 ก็ทำได้นานกว่า รองรับการวิ่งในระดับ Ultra-marathon แต่ฟีเจอร์ในการใช้งานติดตามสุขภาพบางส่วนนั้นจะถูกตัดออกไป จึงเหมาะกับผู้ใช้งานที่เน้นออกกำลังกายหนัก ๆ หรือชื่นชอบกิจกรรม Outdoor Adventure นั่นเอง ซึ่งตัวนาฬิกาวิ่งตัวนี้จะมีรุ่นคู่ขนานอย่าง Suunto 9 Barometer ที่จะเพิ่ม Barometer Sensor ลงไป เพิ่มฟีเจอร์การใช้งานอย่างการ การแจ้งเตือนสภาพอากาศ เตือนพายุ ตรวจวัดอุณหภูมิ แจ้งแรงกดอากาศและแรงลม สำหรับการใช้งานบนที่สูง หรือคนที่ชอบเดินป่าลุยเขาเป็นต้น

  • นาฬิกาออกกำลังกายตัวทอป เน้นการออกกำลังกายโดยเฉพาะ 
  • รอบบันทึกข้อมูลต่อเนื่องยาวในระดับ Ultra Marathon
  • แบตเตอรี่ 14 วันสำหรับ Watch Mode 
  • มีรุ่น Barometer เพิ่มการทำงานเกี่ยวกับสภาพอากาศ  
  • ระบบ Fused Track ทำให้ GPS กินแบตน้อยลงกว่าเดิม 
  • มีระบบจัดการแบตอัจฉริยะยืดอายุการใช้งาน GPS mode ให้นานได้สูงสุด 120 ชั่วโมง
  • ระดับกันน้ำ 5ATM
  • GPS 4 ระบบ ได้แก่ GPS, GLONASS, GALILEO และ QZSS
รีวิวนาฬิกา Suunto 2020 รุ่นไหนดีสุด

จบกันไปแล้วกับนาฬิกา Suunto ทั้ง 4 รุ่นซึ่งจะสังเกตได้เลยว่านาฬิกาทั้ง 4 รุ่นนี้มาความแตกต่างในการใช้งานกันอย่างเห็นได้ชัด แต่ถ้าใครไม่รู้ว่าจะซื้อ Sport Watch Suunto รุ่นไหนดี ก็ลองไปดูสรุปสั้น ๆ กันอีกรอบได้เลย

  • Suunto 3: เหมาะสำหรับผู้ใช้งานออกกำลังกายทั่ว ๆ ไป ต้องการฟีเจอร์ออกกำลังกายพื้นฐานเป็นหลัก เพราะต้องการเล่นเพื่อสุขภาพมากกว่า ฝึกซ้อมในระดับนักกีฬา
  • Suunto 5: เหมาะกับคนที่ต้องการติดตามสุขภาพแบบจริงจัง มีการติดตามค่าต่าง ๆ ในการออกกำลังกายและด้านสุขภาพครบครัน เหมาะกับคนที่ต้องการใช้งานเพื่อนพัฒนาศักยภาพของตัวเอง
  • Suunto 9: นาฬิกาสายลุยที่ฟังก์ชั่นเหมาะกับการวิ่งในระยะทางไกล หรือออกผจญภัยเป็นหลัก  วัดสุแข็งแรงทนทาน หรือจะใช้เป็นรุ่น Baro สำหรับฟังก์ชั่น Tracking และ Weather ที่ครบครันและดีกว่าเดิม
  • Suunto 7: นาฬิกาสาย Lifestyle ทำงานระบบเปิด สามารถโหลดแอปเพิ่มเติมได้ และควบคุมเพลงในมือถือได้ จอสวยเหมาะกับคนที่ต้องการนาฬิกาใช้งานทั่ว ๆ ไปสำหรับชีวิตประจำวัน
 
  Suunto 3 Sport Watch Suunto 5 Sport Watch Suunto 7 Sport Watch Suunto 9 Sport Watch
ราคา เริ่มต้น 5,900.- 11,990.- 16,990.- เริ่มต้น 14,990.-
ขนาดเรือน 43 มม. 46 มม. 50 มม. 50 มม.
หน้าจอ จอ LED ควบคุมด้วยปุ่ม; 218x218 Px กันรอยด้วยเลนส์ PA จอสัมผัส LED; 218x218 Px กันรอยด้วยเลนส์ PA จอสัมผัส AMOLED; 454x454 Px กันรอยด้วย Gorilla Glass จอสัมผัส LED; 320x300 Px กันรอยด้วยเลนส์ Sapphire Crystal
ระบบนำทาง เชื่อมต่อผ่านโทรศัพท์มือถือ GPS, GLONASS, QZSS, GALILEO GPS, GLONASS, QZSS, BEIDOU GPS, GLONASS, QZSS, GALILEO
การใช้งาน ออกกำลังกายพื้นฐาน ใช้ในชีวิตประจำวัน ออกกำลังกายจริงจังเน้นพัฒนาศักยภาพร่างกาย Lifestyle เป็นหลักออกกำลังกายได้เทียบเท่ารุ่น 3 สายออกกำลังกายทางไกล Ultra Marathon หรือสายผจญภัยลุย ๆ
เพลง - - ควบคุมเพลงได้ / สตรีมเพลงได้ - (ดาวน์โหลดเพิ่มผ่าน Google Play) -
ดาวน์โหลดแอปเพิ่ม
แบตเตอรี่ Watch Mode : สูงสุด 10 วัน
Smartwatch Mode : สูงสุด 5 วัน
Watch Mode : สูงสุด 14 วัน
Smartwatch Mode : สูงสุด 7 วัน
Watch Mode : สูงสุด 40 วัน
Smartwatch Mode : สูงสุด 2 วัน
Watch Mode : สูงสุด 14 วัน
Smartwatch Mode : สูงสุด 7 วัน
ดูสินค้า CLICK CLICK CLICK CLICK

ซื้อ Sport Watch Garmin หรือ Suunto รุ่นไหนดี ?

สุดท้ายก่อนเราจะจากกันไป Mercular ก็จะขอตอบปัญหาโลกแตกสำหรับเหล่านักกีฬาที่กำลังจะหาซื้อ Smartwatch ตัวแรกว่า Garmin หรือ Suunto นั้นดีกว่ากัน กันแน่ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า Suunto นั้นค่อนข้างโดดเด่นในเรื่องของการออกแบบที่สวยงาม วัสดุที่แข็งแรงทนทาน และแผนที่ 3 มิติที่ภาพรวมดูดีกว่าของ Garmin มาก ๆ แถมการใช้งานลื่นไหลไม่แฮงค์หรือดับกลางครัน การทำงานในพื้นที่อุณหภูมิต่ำก็ทำได้อย่างลื่นไหล ส่วน Garmin นั้นเป็น Sport Watch ที่ค่อนข้างเอนไปทาง Smartwatch มีฟีเจอร์อื่น ๆ นอกจากด้านกีฬาเยอะ รวมไปถึงฟีเจอร์เกี่ยวกับความบันเทิงต่าง ๆ สำหรับที่ชอบการใช้งานที่หลากหลาย Garmin ก็ถือว่าตอบโจทย์กว่า แถมยังขายต่อง่าย มีคนรอซื้อต่อเพียบเวลาอยากขายต่อหรือเปลี่ยนรุ่น แต่ในการใช้งานแบบยาว ๆ แล้วนอกจาก Suunto จะราคาถูกกว่าก็ยังทนทานกว่า ทำงานได้เสถียรกว่า ส่วนเรื่องความยากเวลาใช้งานว่า Garmin กับ Suunto Sport Watch ตัวไหนใช้ง่ายกว่ากัน ? นั้น ต้องบอกว่ามันไม่ต่างอะไรจากคนที่ย้ายจาก iPhone ไปเป็น Android ที่แรก ๆ อาจจะสับสนกันบ้าง หรือเราอาจจะเห็นนาฬิกา Garmin บ่อย ๆ จากคนรอบ ๆ ตัว ทำให้เราแอบซึมซับวิธีใช้งานพื้นฐานของมันมาแล้วทำให้คนส่วนมากชอบบอกว่า Sport Watch ของ Garmin ใช้ง่ายกว่า แต่จริง ๆ นาฬิกาทั้ง 2 แบรนด์นั้นใช้งานง่ายไม่ต่างกันมากนัก

สำหรับบทความในวันนี้ Mercular หวังว่าทุกคนนจะตัดสินใจซื้อนาฬิกา Sport Watch ที่ใช่ เรือนที่ชอบได้แล้ว ถ้าเกิดมีปัญหาอะไรก็อย่าลืมสอบทางมาทางช่องทางติดต่อของเรา และถ้าไม่อยากพลาดบทความดี ๆ แบบนี้ก็อย่าลืมกดติดตามพวกเราเอาไว้จะได้ไม่พลาดข่าวสารและข้อมูลดี ๆ จาก Mercular.com

Tags :