ตั้งค่าการค้นหา


ช่วงราคา


แบรนด์




หมวดสินค้าที่น่าสนใจของ “แดคและแอมป์ (DAC and Amplifier)”

สินค้า : สินค้าแนะนำ

categories.productBar.categoryTitle :

แดคและแอมป์ (DAC and Amplifier)

(categories.productBar.product 104 categories.productBar.unit)

 

DAC/Amplifier คืออะไร

DAC/Amplifier คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างหนึ่งที่เป็นการนำ DAC และ Amplifier มารวมกันเป็นอุปกรณ์ชิ้นเดียวซึ่งจะประกอบไปด้วยภาค DAC ที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณจาก Digital ใ้หเป็น Analog ที่สามารถฟังได้เข้าใจได้ และทำการนำสัญญาณ Analog นี้มาขยายผ่านภาค Amplifier ที่จะให้ Output มาเป็นเสียงที่เราสามารถฟังได้ โดย DAC/Amplifier นั้นจะสามารถรับ Digital input ได้หลากหลายที่แต่นิยมๆ จะมี USB, Coaxial และ Optical มี Output หรือ Audio out ได้ทั้งแบบ Single-End และ Balanced ขึ้นอยู่กับว่าภาคป์ Amplifier เป็นวงจรแบบไหน โดยส่วนมากนั้น DAC/Amplifier ออกแบบออกมาสำหรับใช้งานกับหูฟังเป็นส่วนใหญ่ที่ช่วยเรื่องของความยุ่งยากในการต่อต่อพ่วงอุปกรณ์หลายๆชิ้นรวมถึงสายสัญญาณอีกด้วย



หน้าที่ของ DAC/Amplifier ใน Audio System

DAC/Amplifier นั้นจากทำหน้าที่เป็นคั่นระหว่าง Source ต้นทางหรือไฟล์เพลงที่จะส่งมาแปลงในภาค DAC โดยปัจจุบันนั้นจะหลากหลายอุปกรณ์ที่ทำการส่งต่อไม่ว่าจะเป็น Computer, smartphone/DAP,  CD/DVD/Blu-ray Player หรือ Streamer ซึ่งจะเป็นอุปกรณ์ Transport ที่ส่งไฟล์เพลงมาเข้าที่ DAC/Amplifier จากนั้นก็เท่าการต่อหูฟังออกมาเป็นเสียงเพลงให้ฟังกัน

วงจร Amplifier ใน DAC/Amplifier  มีประโยชน์อย่างไร ทำไมถึงต้องมี?

ถ้าขาดภาค Amplifier แล้วเสียงที่ออกมาจากภาค DAC โดยตรงจะไม่สามารถฟังตรงได้เลยโดยเฉพาะเมื่อต่อเข้ากับ load นั้นบางครั้งสัญญาณที่ได้ไม่สามารถปรับ Volume ได้เลยเนื่องจากสัญญาณ Analog ที่ผ่านการแปลงจาก DAC นั้นจะอ้างอิงมาจากการ Mastering โดยตรง ดังนั้นภาค Amplifier จึงมีความสำคัญที่จะช่วยในการขยายสัญญาณจาก DAC ให้เหมาะสมกับ load ของการใช้งานในที่หมายก็หมายถึงหูฟังเป็นหลัก ที่แต่ละรูปแบบนั้นมี load ที่แตกต่างตาม impedance, Sensitivity, ขนาดและประเภทของหูฟังก็มีผลต่อ load ทั้งนั้น

DAC/Amplifier VS DAC and Amplifier

DAC/Amplifier และ DAC ต่อกับ Amplifier นั้นเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งทั้งสองแบบนั้นสามารถทำงานได้เหมือนกันไม่มีผิดแต่จะนิยมใช้ต่างรูปแบบโดย DAC/Amplifier นั้นจะนิยมใช้กับชุดพกพาหรือตั้งโต๊ะที่ใช้กับหูฟังเป็นหลัก ในส่วนของ DAC และ Amplifier แยกกันนั้นมักจะเจอในชุดลำโพงบ้านมากกว่า ซึ่งการใช้ DAC/Amplifier นั้นจะใช้งานได้สะดวกกว่าเนื่องจากทั้ง DAC และ Amplifier นั้นรวมกันอยู่ในอุปกรณ์ตัวเดียวทำให้ลดการใช้สายสัญญาณไปหนึ่งชุด นอกจากนี้ในกรณีเป็นแบบพกพา DAC/Amplifier ยังพกพาได้ง่ายกว่าแบบแยกชิ้น DAC และ Amplifier ซึ่งการแยกชิ้นนั้นจะนิยมใช้ในชุดเครื่องเสียงบ้านมากกว่า ซึ่งโดยทั่วๆไปจะให้เสียงที่ดีแต่ก็แลกกับความยุ่งยากในการต่อสายสัญญาณเพิ่มอีกชุด 
หลักในการเลือกใช้ DAC/Amplifier หรือ DAC Amplifier แยก

DAC/Amplifier ใช้งานได้สะดวกกว่าเนื่องจากเป็นการรวมอุปกรณ์สองอย่างในตัวเดียว มีให้เลือกหลากหลายไม่ว่าจะเป็นแบบ Desktop หรือ Portable มีราคาถูกกว่าและประหยัดค่าสายสัญญาณได้อีกหนึ่งชุด ส่วนใหญ่ออกมาให้ใช้กับหูฟังเป็นหลัก

DAC Amplifier แยกกัน ให้เสียงที่ดีกว่าเนื่องจากวงจรทั้ง DAC และ Amplifier แยกกัน ส่วนใหญ่ใช้ไฟบ้านเป็นหลักและมีภาคจ่ายไฟแยกกันในแต่ละส่วนทำให้มีประสิทธิภาพสูงกว่า สามารถปรับแต่งหรือ tweak เสียงได้ด้วยสายสัญญาณ ส่วนใหญ่มักจะใช้กับลำโพงบ้าน


ประเภทของ DAC/Amplifier ตามลักษณะการใช้งาน

DAC/Amplifier นั้นจะมีการแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือแบบพกพาและแบบตั้งโต๊ะ ซึ่งจะต้องเลือกว่าจะต้องการใช้งานแบบไหนเป็นหลัก

DAC/Amplifier พกพา

แบบพกพานั้นส่วนใหญ่จะเป็น DAC/Amp จะใช้พลังงานจาก battery เป็นหลักซึ่งมีข้อดีคือสามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา DAC/Amplifier ประเภทนี้ยังแบ่งย่อยลงไปได้อีกคือแบบต่อสายและแบบไร้สาย

DAC/Amplifier พกพามีสาย เน้นต่อ Digital in แบบ USB,Coaxial หรือ Optical ที่เป็นที่นิยมและยังมีแบบ AES สำหรับบางรุ่น, รองรับไฟล์เพลงความละเอียดสูงถึงระดับ DSD มีให้เลือกหลายรูปแบบและขนาดตั้งแต่หางหูจนไปถึง DAC/Amplifier แบบตัวใหญ่(แต่ก็ยังพกพาได้) กำลังขับสูง

DAC/Amplifier พกพาไร้สาย เน้นการเชื่อมต่อจาก Bluetooth ในการส่งสัญญาณ Digital เป็นหลัก สามารถเล่นไฟล์ความละเอียดสูงสุดที่ 24/96 kHz (ขึ้นอยู่กับ codec ที่รองรับ) สามารถเล่นผ่านระบบ streaming จากมือถือได้สะดวกสบายนอกจากที่กล่าวมาแล้วยังมี DAC/Amplifier รุ่นสูงๆหลายตัวที่ได้ใส่ระบบไร้สายลงไปในตัวด้วยจึงทำให้มีครบทุกรูปแบบในการใช้งานไม่ว่าจะเป็นต่อสายหรือไร้สายก็ทำง่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

DAC/Amplifier แบบตั้งโต๊ะ

มีการเชื่อมต่อหลากไม่ว่าจะเป็นต่อสายหรือไร้สาย บางรุ่นที่ option เป็น Music Streamer ได้ในตัว, เล่นไฟล์เพลงได้ทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นไฟล์อะไรก็รองรับเกือบทั้งหมด มีกำลังขับสูงเนื่องจากต่อไฟบ้านจึงไม่มีพลังงานสำรองสูงกว่าใช้ battery

การใช้งาน DAC/Amplifier

โดยส่วนมากทางผู้ผลิตจะออกแบบให้ DAC/Amplifier ใช้งานได้แบบ Plug and Play คือต่อเข้าผ่าน USB ก็สามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องหา Software หรือ Driver มาเพิ่มเติมนอกจากจะเล่นไฟล์เพลงความละเอียดที่สูงมากๆอย่าง PCM 32/384kHz หรือ DSD บ้างแบรนด์นั้นจะต้องทำการลง Driver ก่อนถึงจะเล่นไฟล์พวกนี้ได้ ในส่วน output อื่นๆนั้นสามารถต่อใช้งานได้เลยเพียงแค่เลือก input ให้ตรงกับสายที่ต่อเท่านั้นเอง


DAC/Amplifier มีข้อดีอย่างไร

อุปกรณ์ต่างๆที่สามารถเล่นเพลงในตัวเองได้ไม่ว่าจะเป็น Smartphone หรือ Computer จะมีวงจร DAC/Amplifier แล้วทำไมถึงต้องซื้อมาใช้เพิ่มเติมอีกอาจจะเป็นคำถามที่หลายๆคนสงสัย ซึ่งจริงๆแล้วทุกอุปกรณ์ที่ติดมาให้ส่วนใหญ่เป็นวงจรเล็กๆที่คุณภาพเทียบกับ DAC/Amplifier ที่ต่อแยกออกมาไม่ได้เลยไม่ว่าจะเป็นคุณภาพเสียงหรือกำลังขับ หรือตาม trend ในยุคปัจจุบันที่แถมตัวแปลงจาก USB type-C/Lightning มาเป็น 3.5mm หรือหางหนูนั้นจะให้เสียงที่ด้อยกว่าแบบที่ซื้อแยกรวมถึงการรองรับไฟล์ที่มากกว่าอย่าง MQA หรือ DSD ที่ปัจจุบันนั้นนำมาเป็นจุดขายของอุปกรณ์ประเภทนี้เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังให้แรงขับที่มากกว่าอย่างมากสามารถขับหูฟังประเภท Headphone ที่มี impedance ได้เป็นอย่างดี

แนะนำ DAC/Amplifier แบรนด์ยอดนิยมในตลาด

DAC/Amplifier มีหลายรูปแบบและหลายแบรนด์ที่ผลิตสินค้าประเภทนี้ออกมาเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมี range ราคาที่กว้างตั้งแต่ไม่กี่พันบาทยันหลักแสนเลยก็มี เดี๋ยวจะพามาดู DAC/Amplifier ที่น่าสนกันครับ

Shanling UP4 Dac-Amp พกพา 

Shanling เป็นแบรนด์ที่ผลิตเครื่องเสียงโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้าน DAC/Amplifier ที่ Shanling ทำออกมาได้ดีโดย Shanling UP4 นั้นเน้นการเชื่อมต่อจาก Bluetooth เป็นหลักตัวเครื่องมีขนาดเล็กพกพาง่าย

ข้อดี ใช้ Dual DAC ESS Sabre ES9218P ให้คุณภาพเสียงและรายละเอียดที่ยอดเยี่ยม, ระบบการเชื่อมต่อแบบ Bluetooth 5.0 รองรับ codec หลากหลายรวมถึง HWA และ LDAC, รองรับการใช้งานทั้ง Single-End 3.5mm และ Balanced 2.5mm สามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน 15 ชม.แบบ Single-End และ 10 ชม.แบบ Balanced

ข้อเสีย จำกัด sample rate ที่ 24/96kHz และไม่รองรับ MQA, ช่องต่อ Balanced ยังไม่ใช่ 4.4 Balanced

Audioquest Dragonfly Cobalt USB DAC

Audioquest เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในด้านสายสัญญาณมาอย่างยาวนานไม่ว่าจะเป็นสาย RCA, USB หรือ HDMI นอกจากนี้ Audioquest ยังเป็นแบรนด์แรกที่เริ่มผลิต DAC/Amp ขนาดเล็กที่ไม่ใช้ Battery ในตัวอย่างไลน์ Dragonfly มาอย่างยาวนานและ Cobalt นั้นเป็นรุ่นล่าสุดที่ให้เสียงอยู่ระดับบนๆของ USB DAC/Amp ในราคาต่ำกว่าหมื่นอีกด้วย

ข้อดี ใช้ DAC chip รุ่นสูงสุดอย่าง ESS Sabre 9038Q2M ทำให้เสียงมีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก, ภาค Amplifier แรงสูง 2.1 Vrms จาก ESS 9601 ใช้งานกับหูฟังได้หลากหลาย, ใช้ Processor แบบใหม่ PIC32MX274 ทำงานให้ดีขึ้นและใช้หลังงานลดลง, รองรับกับอุปกรณ์หลากหลายทั้ง PC, MAC OS, Android และ iOS

ข้อเสีย อาศัยพลังงานจากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อทำให้อุปกรณ์นั้นๆแบตหมดไวขึ้น, รองรับเฉพาะแค่ Single-End ไม่รองรับ Balanced

iFi NEO iDSD HD Bluetooth DAC

iFi เป็นบริษัทจากประเทศอังกฤษที่เชี่ยวชาญในการผลิต DAC/Amplifier ซึ่งทำออกมาแบบครบๆหลากหลายรูปแบบเลยทีเดียว ในรุ่น iFi NEO iDSD นั้นเป็น DAC/Amplifier แบบตั้งโต๊ะที่มีการเชื่อมต่อที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นต่อสายหรือไร้สาย นอกจากนี้ยังใช้ภาคป์แอมป์รุ่นใหม่ล่าสุดที่ให้เสียงมีความแม่นยำเที่ยงตรงระดับ Reference

ข้อดี ใช้ DAC Texus Instruments Burr-Brown เป็น DAC chip พร้อม Femto Clock, เป็น DAC/Amplifier ตั้งโต๊ะที่มีการเชื่อต่อครบครันทั้งแบบใช้สายและไร้สาย, ภาค Amplifier ออกแบบใหม่ที่ให้เสียงมีความแม่นยำระดับ Reference, อุปกรณ์ภาคในทุกชิ้นเลือกใช้เป็นแบบ Audio grade ทั้งหมด

ข้อเสีย เป็น DAC/Amplifier แบบตั้งโต๊ะต้องมีไฟ AC เลี้ยงตลอดเวลา

Focal Arche DAC/Amp

Focal นั้นเป็นบริษัทที่ผลิตลำโพงใหญ่เป็นอันดับต้นๆและมีบริษัทอื่นๆอยู่ในเครือมากมายในธุรกิจประเภทนี้แบบครบวงจร Focal Arche เป็น DAC/Amplifier ระดับ Flagship ที่ออกมา match กับหูฟังของ Focal ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังใช้ Amplifier แบบ Class A ที่ให้ความเพี้ยนน้อยที่สุด รวมกับใช้ DAC chip คุณภาพสูงจาก AKM อีกด้วย

ข้อดี
ใช้ DAC chip AKM AK4490 เล่นไฟล์ความละเอียดสูงได้ถึง DSD256, ภาค Amplifier แบบ Class A ที่มีความเพี้ยนต่ำและกำลังสำรองสูง, ใช้ช่อง Balanced แบบ mini XLR ที่คุณภาพสูงสุดในแบบ Balanced สำหรับ Headphone ออกแบบหรูหราสวยงามและมาพร้อมขาตั้งหูฟังในตัว

ข้อเสีย Amplifier Class A ร้อนและกินไฟค่อนข้างสูง ออกแบบให้เสียงเข้ากับหูฟังของ Focal เองทำให้ใช้กับหูฟังที่ฉีกแนวไปจากนี้ใช้งานร่วมกันได้ไม่ดีนัก



สรุป

DAC/Amplifier นั้นเรีกว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้รักในเสียงเพลงชิ้นหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งนอกจากนี้อุปกรณ์ DAC/Amplifier โดยเฉพาะแบบตั้งโต๊ะนั้นมีอายุการใช้งานที่ยาวนานรวมถึง life cycle ที่ยาวนานมากๆอีกด้วย นอกจากนี้ถ้ามีตัวที่ถูกใจนั้นก็แทบไม่ต้องหาเพิ่มอีกแล้ว(จนกว่าจะพังหรืออยากได้ตัวใหม่) และใครที่มีหูฟังประเภท headphone นั้นยิ่งขาดไม่ได้เลยเนื่องจาก DAC/Amp ภายในอุปกรณ์ทั่วๆไปนั้นไม่สามารถรีดประสิทธิภาพของหูฟังได้อย่างเต็มที่เหมือน DAC/Amplifier