หัวชาร์จเร็ว

แสดง 1 – 40 จาก 93

หัวชาร์จเร็ว คืออะไร?

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในทุกวันนี้สมาร์ทโฟน และอปุกรณ์เสริมต่างๆ มาพร้อมกับเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว เนื่องจากปริมาณแบตเตอรี่ของตัวเครื่องที่มากขึ้น เทคโนโลยีชาร์จเร็วจึงเข้ามาช่วยทำให้การชาร์จใช้เวลาน้อยลง ซึ่งแบรนด์ผู้ผลิตก็ต่างพัฒนาเทคโนโลยีชาร์จเร็วกันมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น หัวชาร์จเร็ว และสายชาร์จเร็ว แต่บางแบรนด์ก็ยังใช้ระบบชาร์จเร็วแบบมาตราฐาน บางแบรนด์ก็ใช้ระบบชาร์จเร็วที่ใช้งานได้เฉพาะแบรนด์ผู้ผลิตเองเท่านั้น ซึ่งระบบการชาร์จเร็วนั้นจะเป็นการจ่ายไฟเข้าสู่ แบตเตอรี่ด้วยการเพิ่มแรงดันไฟฟ้า Voltage (V) หรือ โวลต์ หรือเพิ่มกระแสไฟฟ้า Amperage (A) หรือ แอมแปร์ หรือ แอมป์ เข้าไป ดังนั้นก่อนเลือกใช้งานหัวชาร์จเร็วเราควรตรวจสอบอุปกรณ์ของเราก่อนว่า รองรับการชาร์จเร็วหรือไม่ แต่ถ้าไม่รองรับก็จะจ่ายไฟแบบปกติทั่วไป ทำให้อาจเสียเงินไปฟรีๆ อีกด้วยครับ

หัวชาร์จเร็ว ต่างกับหัวชาร์จปกติยังไง?

หัวชาร์จเร็วจะมาพร้อมกับเทคโนโลยีการชาร์จที่ใหม่กว่า จึงทำให้ช่วยลดระยะเวลาในการชาร์จลงไปได้เยอะ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันทั้งในเรื่องของ การชาร์จ การจ่ายไฟ และเทคโนโลยีที่ใช้ก็แตกต่างกันออกไปอีกด้วย ดังนั้นหัวชาร์จเร็ว ราคาก็จะค่อนข้างสูงเลยทีเดียว ส่วนใหญ่ก็จะขึ้นอยู่กับคุณสมบัติพิเศษอื่นๆ ในแต่ละหัวชาร์จเร็ว ของรุ่นนั้นๆ ด้วย ก่อนการเลือกซื้อใช้งานทุกครั้ง แนะนำว่าควรลือกซื้อให้เหมาะกับอุปกรณ์ที่เราใช้อยู่ เพื่อส่งผลให้ประสิทธิภาพในการชาร์จได้ดีที่สุด

เทคโนโลยีชาร์จเร็วในหัวชาร์จเร็วมีอะไรบ้าง?

 - PD หรือ Power Delivery Power Delivery (PD) ระบบการชาร์จเร็ว อุปกรณ์ที่รองรับเทคโนโลยี PD นั้นก็จะมีความสามารถในการจ่ายไฟตั้งแต่ 15W ไปจนถึง 100W แต่ต้องขึ้นอยู่กับตัวโทรศัพท์ , iPad , สายชาร์จ และหัวชาร์จด้วยว่าจะรองรับการจ่าย และรับกระแสไฟได้สูงสุดที่กี่วัตต์

- QC หรือ Quick Charge ระบบการชาร์จเร็วจาก Qualcomm ใช้งานร่วมกับโทรศัพท์มีที่ชิป Qualcomm Snapdragon และหัวชาร์จที่รองรับเทคโนโลยี QC เท่านั้น สำหรับเทคโนโลยี Quick Charge 4.0 ซึ่งเทคโนโลยี QC ก็มีอยู่ในหลากหลายแบรนด์ เช่น Xiaomi, ASUS, RedMagic เป็นต้น ชาร์จได้สูงสุดอยู่ที่ 27W และเทคโนโลยี Quick Charge QC 2.0/3.0 จะชาร์จสูงสุดได้ 18W 

- Super Fast Charge SuperCharge ระบบการชาร์จเร็วที่พัฒนาโดย Huawei มักจะใช้กับอุปกรณ์ของ Huawei เท่านั้นสามารถจ่ายไฟสูงสุดที่ 40W โดยต้องใช้งานร่วมกับหัวชาร์จ และสายชาร์จของ Huawei และโทรศัพท์ที่รองรับเทคโนโลยีนี้เฉพาะเท่านั้น 

- Huawei SuperCharge เทคโนโลยี SuperCharge Protocol (SCP) เป็นเทคโนโลยีจาก Huawei ที่มาในรูปแบบใหม่ล่าสุดด้วยการจ่ายไฟสูงสุดถึง 20W ซึ่งเป็นการใช้กำลังกระแสไฟฟ้าครึ่งหนึ่งที่ SCP Gen.2 ใช้อยู่ ถ้าเป็นรุ่น Huawei P30 จะจ่ายไฟสูงสุดที่ 20W ส่วน SuperCharge Protocol ที่ P30 Pro จะจ่ายไฟสูงสุดที่ 40W

- Oppo Flash Charge หรือ VOOC Flash Charge เป็นเทคโนโลยีชาร์จเร็วที่ถูกพัฒนาจากแบรนด์ Oppo ที่รองรับการจ่ายกระแสไฟสูงสุดถึง 5V/4A เพื่อช่วยลดระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ให้แก่สมาร์ทโฟนสั้นลง รวมทั้งยังสามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0-75% ได้ภายในเวลาเพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีระบบการป้องกันแบบ 5 ขั้น เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจได้เลยว่า สมาร์ทโฟนจะปลอดภัยขณะชาร์จแบตเตอรี่

- OnePlus Warp Charge เทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยแบรนด์ OnePlus ที่รองรับการชาร์จไฟได้ถึง 30W ให้แล้วในรุ่นใหม่ๆ รองรับสูงสุดที่ 65W  ที่จะสามารถชาร์จแบตเตอรี่ขนาด 4,500 mAh ให้โดยใช้เวลาแค่เพียง แค่ 35 นาทีเท่านั้น

 - Xiaomi HyperCharge เทคโนโลยี HyperCharge จากแบรนด์ Xiaomi ที่ถูกพัฒนามาเพื่อ ใช้งานกับสมาร์ทโฟนตระกูล Mi ซึ่งเทคโนโลยี  HyperCharge ทางแบรนด์เคลมว่า สามารถชาร์แบตจาก 0% จนเต็มจะใช้เวลาแค่เพียง 8 นาทีเท่านั้น นอกจากจะมีระบบแบบมีสาย ที่่รองรับการชาร์จไฟได้ถึง200W แล้ว ยังมีแบบไร้สายอีกด้วย

ข้อดีของการชาร์จด้วยหัวชาร์จเร็ว 

หัวชาร์จเร็ว ที่นอกจากจะช่วยประหยัดเวลาในการชาร์จแล้วยังได้ปริมาณแบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้นรวดเร็ว ทำให้เราใช้งานเครื่องได้อย่างต่อเนื่อง และส่วนใหญ่ หัวชาร์จเร็วยังมาในขนาดที่เล็กเน้นพกพาสะดวก และยังมักใช้งานร่วมกันได้กับอุปกรณ์ที่รองรับเทคโนโลยีรูปแบบเดียวกันอีกด้วย 


ข้อจำกัดของการชาร์จด้วยหัวชาร์จเร็ว 

หัวชาร์จเร็ว การชาร์จแบตแบบเร็วอาจส่งผลให้ตัวเครื่องร้อนอยู่บ้าง ซึ่งเมื่อใช้ไปในระยะนานๆ ก็อาจมีส่วนทำให้แบตเสื่อม แต่ก็ถือเป็นเรื่องปกติของการชาร์จเข้าบ่อยๆ จะมีผลต่อสุขภาพแบตได้ครับ

วิธีเลือกซื้อหัวชาร์จเร็วที่ถูกต้อง 

- การจ่ายไฟ และเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว ราต้องตรวจสอบก่อนว่าอุปกรณ์ที่เราใช้อยู่นั้นมีเทคโนโลยีการชาร์จแบบไหน เพื่อที่จะได้เลือกใช้งานได้อย่างถูกต้อง ไม่ว่าเป็น เทคโนโลยี Fast Charge, Quick Charge, Super Charge, Dash Charge เป็นต้น ซึ่ง หัวชาร์จไวก็จะมีวัตต์ที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับ Voltage (V) โวลต์ และ Amperage (A) แอมป์ ของแต่ละอุปกรณ์นั่นเองว่าจะสามารถจ่ายไฟได้ที่เท่าไหร่ อุปกรณ์ของเราสามารถรองรับได้หรือไม่

- ดีไซน์ และน้ำหนัก ในส่วนของดีไซน์ ก็มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน เราควรเลือกให้ตรงตามการใช้งานที่สุด เพราะบางรุ่นก็ออกแบบให้มีขนาดเล็ก บางรุ่นเน้นการชารืจที่ไว หรือบางรุ่นเน้นความทนทานเป็นหลัก แต่อย่างไรก็ตาม ควรเลือกที่ขาปลั๊กพับเก็บได้ เพื่อช่วยให้สะดวกต่อการพกพายิ่งขึ้น หรือถ้าหากว่าใครอยากชาร์จใช้งานหลาย ๆ อุปกรณ์พร้อม ๆ กัน ก็แนะนำให้เลือกเป็นรุ่นที่มีพอร์ตชาร์จมากกว่า 1 พอร์ต แต่ก็อาจแลกมาด้วยขนาดหัวชาร์จที่ใหญ่ขึ้นตามจำนวนพอร์ตครับ

- มาตรฐานความปลอดภัย สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่เราควรเลือกที่มีมาตรฐานรองรับ ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานการป้องกันกระแสไฟฟ้าลัดวงจร, กระแสไฟฟ้าเกิน และรวมไปถึงต้องช่วยป้องกันการเกิดความร้อนสูงเมื่อใช้งาน เพื่อจะช่วยให้ใช้งานได้นานปลอดภัยทั้งกับตัวผู้ใช้งานรวมไปถึงอุปกรณ์ที่ใช้ด้วยครับ


หัวชาร์จเร็วแบรนด์แนะนำ มีแบรนด์ไหนบ้าง?

การเลือกหัวชาร์จเร็ว ที่ดีควรเลือกตามความเหมาะสมกับการใช้งานของสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์ต่างๆ ที่เราใช้อยู่นั้นว่ารองรับการจ่ายไฟที่เท่าไร และรองรับการชาร์จด้วยเทคโนโลยีแบบไหน และที่สำคัญก็ควรเลือกใช้งานควบคู่กับอุปกรณ์เสริมมือถืออย่าง สายชาร์จ ที่จะต้องรองรับการชาร์จเร็วด้วย ซึ่งหลายคนจะรู้สึกว่า หัวชาร์จเร็ว ส่วนใหญ่จะมีราคาค่อนข้างสูง เพราะด้วยเทคโนโลยีการชาร์จอย่างเทคโนโลยี Power Delivery และ แบบ Quick Charge 3.0 Fast Charge เป็นต้น ซึ่งตอนนี้ Mercular.com ได้รวมมาให้เลือกซื้อใช้งานกันหลากหลายแบรนด์ ราคาก็มีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ยอดนิยมอย่าง Anker, Aukey, Energea, Eloop, Belkin, Remax เป็นต้น บอกเลยว่าทุกแบรนด์ล้วนแล้วแต่มีคุณภาพ มีมาตรฐานไว้ใจได้ปลอดภัยต่อการใช้งาน สุดท้ายอยากให้เลือกใช้งานให้ตรงตามกับอุปกรณ์ที่เราใช้อยู่เพื่อจะชาร์จใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพดีที่สุดครับ