เทียบกันชัดๆ หูฟัง JBL True Wireless รุ่นไหนเหมาะกับคุณ!

เทียบกันชัดๆ หูฟัง JBL True Wireless รุ่นไหนเหมาะกับคุณ!

ในปัจจุบันต้องบอกเลยว่ากระแสของ หูฟังไร้สาย True Wireless นั้นเรียกได้ว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก กลายเป็นสินค้าที่เข้ามาแทนกระแสหลักอย่าง หูฟังมีสาย Wired Headphone และ หูฟังไร้สายแบบที่ยังมีสายเชื่อมระหว่างกันอยู่ Wireless Headphone เห็นได้จากการที่หลายๆ แบรนด์ทั้งแบรนด์ใหญ่และแบรนด์เล็ก ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ต่างพากันออกสินค้าในหมวด True Wireless อย่างไม่มีใครยอมใคร ซึ่งถ้าพูดถึงแบรนด์ใหญ่ๆ 1 ในแบรนด์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบันก็คือ แบรนด์ JBL ที่มีสินค้าให้เลือกมากมายหลายรุ่นหลากหลายหมวด ไม่ว่าจะเป็น ลำโพงไร้สาย Wireless Speaker ลำโพงพกพา Portable Speaker รวมถึงหูฟังไร้สาย True Wireless ด้วยเช่นกัน


สำหรับ หูฟัง True Wireless JBL ในตอนนี้ต้องบอกเลยว่ามีมากกว่า 10 รุ่น ซึ่งในแต่ละรุ่นก็มีฟังก์ชั่นการใช้งาน รูปร่างหน้าตา จุดเด่น และราคาที่แตกต่างกันออกไป แต่รุ่นไหนล่ะที่จะตอบโจทย์การใช้งานและเหมาะกับเรามากที่สุด ในครั้งนี้ทาง Mercualr.com ก็ได้นำ หูฟังไร้สาย JBL True Wireless รุ่นเด่นทั้ง 5 รุ่นมาเปรียบเทียบกันแบบชัดๆ ว่ารุ่นไหนมีจุดเด่นเรื่องใด เหมาะกับใคร และเหมาะกับการใช้งานประเภทไหน ซึ่งจะมีรุ่นใดบ้างนั้น เรามาดูกันเลยครับ


1.) JBL Endurance Peak ราคา 4,990 บาท

เริ่มกันที่รุ่นแรกกับ JBL Endurance Peak ที่เป็นรุ่น Top สุดใน Series Endurance เป็นการนำ หูฟังไร้สายปกติจากซีรีส์ Endurance มาทำให้เป็น True Wireless เสริมด้วยฟังก์ชั่นตอบโจทย์การออกกำลังกายแบบ Extreme สุดๆ จนสามารถใส่ไปปีนเขาก็ยังได้ตามชื่อรุ่น Endurance Peak นั่นเอง มาพร้อมราคาสุดล่อตาล่อใจเพียง 4,990 บาทเท่านั้น


จุดเด่นก็คือการเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์การออกกำลังกายอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะการออกแบบรูปร่างให้สวมใส่แบบคล้องไว้กับหลังหู ซึ่งจะช่วยกระชับกับใบหูให้ไม่เคลื่อนหรือหลุดออกมาง่ายๆ ที่ตัวตะขอเกี่ยวหลังหูหรือที่เรียกว่า PowerHook™ มาพร้อมเซนเซอร์ เปิด/ปิด อัตโนมัติเมื่อใส่และถอดออก เสริมด้วยฟังก์ชั่นกันน้ำมาตรฐาน IPX7 ล้างน้ำได้แต่ไม่แนะนำให้ใส่ว่ายน้ำครับ การเชื่อมต่อเป็น Bluetooth 4.2 ควบคุมด้วยระบบสัมผัสเพิ่มลดเสียงได้ที่ตัวหูฟัง ส่วนไมโครโฟนรับเสียงได้คมชัดคุยรู้เรื่องไม่มีปัญหา ใช้งานดู YouTube Netflix ได้สบายๆ แทบไม่มีอาการดีเลย์ และส่วนของแบตเตอรี่ที่อยู่ได้ยาวๆ 4 ชั่วโมงและชาร์จเพิ่มจากเคสได้อีก 24 ชั่วโมงรวมเป็น 28 ชั่วโมงสบายๆ


เรื่องเสียงต้องบอกเลยว่า JBL Endurance Peak ทำได้ค่อนข้างดีทีเดียวครับ โดยเฉพาะย่านเบสที่ให้แรงปะทะค่อนข้างสูง ลูกใหญ่มวลเยอะ ฟังสนุก ส่วนย่านเสียงกลางมีความอิ่มเล็กน้อย ออกแนวโทนอุ่นหวานเล็กน้อย ส่วนเสียงสูงให้รายละเอียดที่ดีมีความขุ่นเล็กน้อย แต่โดยรวมไม่ได้มีผลกับการฟังเพลงมากนัก เวทีเสียงอยู่ในระดับที่พอดี เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นมีพื้นที่เป็นของตัวเอง เวลาใส่ฟังเพลงระหว่างออกกำลังกายเราจะไม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไป โดยรวมแล้วต้องบอกว่าเจ้า Peak เหมาะสำหรับคนชอบออกกำลังกายที่หลงใหลในเสียงเบสครับ


  • เชื่อมต่อ Bluetooth 4.2
  • กันน้ำมาตรฐาน IPX7
  • เพิ่มลดเสียงได้ที่ตัวหูฟัง
  • แบตเตอรี่ต่อเนื่อง 4 ชั่วโมง

2.) JBL Reflect Flow ราคา 5,990 บาท

หูฟังไร้สาย JBL Reflect Flow True Wireless ราคา

ต่อกันที่รุ่นที่ 2 กับ JBL Reflect Flow ที่ถือเป็นสินค้ารุ่น Top ในซีรีส์ JBL Reflect อีกด้วย ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์การใช้งานแบบครบเครื่อง ทั้งฟังเพลง ดูหนัง รับสายโทรศัพท์ และใส่ออกกำลังกาย กับราคาที่อยู่ในระดับกลางๆ ที่ 5,990 บาทครับ


จุดเด่นของรุ่นนี้คือตอบโจทย์การใช้งานที่ครบเครื่องในตัวเดียว พิเศษด้วยฟังก์ชั่น Ambient Aware ที่จะรับเสียงจากรอบตัวเข้ามาเพื่อความปลอดภัย และ TalkThru ที่จะลดเสียงเพลงลงและรับเสียงพูดเข้ามาเพื่อการสนทนาโดยไม่ต้องถอดออกครับ ตัวหูฟังสวมใส่ได้สบายหูพร้อมด้วยซิลิโคนครอบตัวที่เรียกว่า Freebit™ ที่จะช่วยให้กระชับกับใบหูมากยิ่งขึ้น เชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 ใส่ออกกำลังกายได้ด้วยมาตรฐานกันน้ำ IPX7 สนทนาโทรศัพท์ได้อย่างคมชัด ดู YouTube Netflix ได้สบายๆ โดยแทบไม่ดีเลย์ และที่สำคัญคือแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 10 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และชาร์จเพิ่มจากเคสได้อีก 2 ครั้งรวมๆ แล้วแบตเตอรี่อยู่ได้ถึง 30 ชั่วโมงเลยทีเดียว

หูฟังไร้สาย JBL Reflect Flow True Wireless ขาย

สำหรับแนวเสียงในรุ่นนี้มาพร้อม JBL Signature Sound หรือก็คือแนวเสียงแบบมหาชนที่ได้รับความนิยมในหลายๆ รุ่นและทาง JBL ก็ได้นำมาปรับจูนเพิ่มเติมให้ได้เสียงที่เพราะและฟังสนุกมากขึ้นนั่นเอง โดยย่านกลางให้เนื้อเสียงโปร่ง กังวาล ใสสะอาด โทนเสียงออกเย็น เสียงร้องชัดถ้อยชัดคำให้รายละเอียดที่ครบครัน ส่วนย่านเสียงสูงทอดไปได้ไกลพอสมควร เนื้อเสียงคมสัมผัสได้ทุกตัวโน๊ต และย่านเบสที่มาแบบเป็นลูกกำลังดีมวลแน่น แรงส่งพอประมาล ปลายเก็บตัวได้ไวไม่ไปทับย่านอื่น


  • เชื่อมต่อ Bluetooth 5.0
  • กันน้ำมาตรฐาน IPX7
  • ฟังก์ชั่น Ambient Aware และ TalkThru
  • แบตเตอรี่ต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง

3.) JBL Under Armour True Wireless Flash ราคา 6,990 บาท

สำหรับรุ่นที่ 3 เป็นรุ่นที่น่าจะถูกใจสายออกกำลังกาย และสายแฟชั่นเสื้อผ้าออกกำลังกาย กับการร่วมมือกันของ JBL และแบรนด์เสื้อผ้าออกกำลังกายชื่อดังอย่าง Under Armour ในรุ่น JBL Under Armour True Wireless Flash ที่ออกมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่มองหา หูฟัง True Wireless ราคาดี สำหรับใส่ออกกำลังกายอย่างเต็มตัว กับราคาที่ 6,990 บาทครับ


จุดเด่นในรุ่นนี้ก็คือการเป็น หูฟัง True Wireless เสียงดี สำหรับใส่ออกกำลังกายที่เน้นในเรื่องฟังก์ชั่นการใช้งาน และแฟชั่นแบบเดียวกับเสื้อผ้าจากแบรนด์ Under Armour มาพร้อมรูปร่างหน้าตาคล้ายๆ กับในรุ่น Reflect Flow จุดแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือโลโก้แบรนด์ UA ด้านหน้าตัวหูฟังที่เห็นได้ชัดเจน ตัวเคสชาร์จออกแบบมาให้ไม่ซ้ำใครด้วยรูปทรงกล่องสี่เหลี่ยม Bar เลื่อนเข้าออกแบบลิ้นชัก ใช้วัสดุที่แข็งแรงทนทานอย่างอลูมิเนียม การเชื่อมต่อใช้เป็น Bluetooth 4.2 มาพร้อมฟังก์ชั่น Bionic Hearing หรือก็คืออีกชื่อหนึ่งของ Ambient Aware และ TalkThru นั่นเอง ใส่ออกกำลังกายไม่กลัวพายุฝนด้วย UA STORMPROOF Waterproof Technology กันน้ำจากทุกทิศทางและทุกระดับความเร็ว ไมโครโฟนรับสายสนทนาคุยได้คมชัด ส่วนการดู Netflix และ YouTube มีดีเลย์เล็กน้อยไม่ถือว่าเป็นปัญหา แต่ไม่แนะนำให้เอาไปเล่นเกมครับเพราะ ส่วนแบตเตอรี่อยู่ได้ยาวๆ 5 ชั่วโมง และชาร์จเพิ่มจากเคสได้ 4 ครั้งรวมเป็น 25 ชั่วโมง

สำหรับแนวเสียงใครที่ชอบแนวเสียงของ JBL เป็นทุนเดิมอยู่แล้วบอกเลยว่าไม่ผิดหวังแน่นอนครับ จุดเด่นจะอยู่ที่ย่านเบส มวลแน่นเต็มลูก อิมแพคอยู่ในระดับกลางๆ เหมาะกับการฟังจับจังหวะขณะออกกำลังกาย ส่วนของเสียงกลางทำได้ดี เสียงร้องมีความใส สะอาด มิติจะอยู่ลึกเข้าไปด้านในเล็กน้อย อิมเมจหรือเนื้อเสียงใหญ่พอสมควร มีความโอบล้อมเสียงร้องอยู่พอตัว ส่วนของเสียงแหลมทอดขึ้นได้ไกลมากๆ เสียงชุ่มฉ่ำไม่จัดจ้าน ปลายเสียงมีความมนประสานรวมกับย่านกลางได้เป็นอย่างดี รายละเอียดครบ ไม่แห้งบาดหู และเวทีเสียงมีขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่ไม่เล็กจัดวางเครื่องดนตรีได้เป็นระเบียบ แจกแจงตำแหน่งได้ดี ฟังได้สนุกทุกแนวครับ


  • เชื่อมต่อ Bluetooth 4.2
  • กันน้ำ UA Stormproof IPX7
  • ฟังก์ชั่น Bionic Hearing
  • แบตเตอรี่ต่อเนื่อง 5 ชั่วโมง

4.) JBL Live 300 ราคา 4,990 บาท

มาถึงรุ่นที่ 4 กับ รุ่น JBL Live 300 ที่ในรุ่นนี้น่าจะถูกใจแทบทุกเพศทุกวัย ด้วยรูปร่างหน้าตาที่ยังคงความเป็น JBL เอาไว้แต่ก็มีความละมุนอยุ่ภายในตัว พร้อมสีสันที่มีให้เลือกถึง 4 สี น่าจะถูกใจทั้งหญิงและชายได้ไม่ยาก พร้อมฟังก์ชั่นที่เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไป กับราคาที่เป็นมิตรเพียง 4,990 บาทเท่านั้น


JBL Live 300 จุดเด่นคือออกแบบมาให้เหมาะกับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ด้วยสีสันที่มีทั้งเข้มและหวาน ส่วนของรูปทรงสามารถสวมใส่ได้อย่างสบาย กระชับหู เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.0 ควบคุมด้วยระบบสัมผัสสามารถเพิ่ม/ลดเสียงได้ที่ตัวโดยตรง พร้อมด้วยฟังก์ชั่นรับเสียงจากภายนอกทั้ง Ambient Aware และ TalkThru ส่วนของไมค์รับเสียงได้คมชัดคุยโทรศัพท์ริมถนนได้สบายๆ ใช้งานดู YouTube Netflix ไม่มีปัญหาเพราะดีเลย์เพียงเสี้ยววินาที (0.1 วินาที) ก็คือแทบไม่รู้สึกเลยนั่นเอง ส่วนการเล่นเกมก็พอเล่นได้ดีเลย์เพียง 0.3 วินาทีเท่านั้น ส่วนของการออกกำลังกายก็ให้มาแบบกลางๆ กันน้ำกันเหงื่อ IPX5 ตั้งค่าได้เพิ่มเติมได้ผ่าน App JBL My Headphone รวมถึงแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นาน 6 ชั่วโมง และชาร์จเพิ่มจากเคสได้อีก 14 ชั่วโมงรวมเป็น 20 ชั่วโมงครับ

แนวเสียงต้องบอกว่าทำได้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ พอสมควร ย่านที่เด่นๆ คือย่านกลางและย่านสูง เสียงกลางเนื้อเสียงมีความโปร่ง รายละเอียดเสียงให้มาแบบครบถ้วน เสียงเครื่องดนตรีต่างๆ และเสียงร้องมีความคมชัด ฟังง่ายชัดเจน ส่วนย่านแหลมสูงก็ทอดออกไปได้ไกล เนื้อเสียงพลิ้ว ไล่ตัวโน๊ตได้ตรง เนื้อเสียงมีความเรียบเนียนฟังสบาย ไม่มีสากเสี้ยนบาดหู ย่านเบสอยู่ในระดับปานกลาง เบสลูกปานกลาง มวลกำลังพอดีๆ แรงส่งพอประมาณ ภาพรวมคือให้เบสที่นุ่มนวล ส่วนเวทีเสียงมีความโปร่ง กว้าง จัดวางเครื่องดนตรีต่างๆ และแยกทิศทางเสียงได้เป็นอย่างดี ไม่มีอาการย่านเสียงทับกันอย่างแน่นอน งานนี้บอกเลยว่าคนที่เป็นสายดนตรีสดจะต้องชอบครับ


  • เชื่อมต่อ Bluetooth 5.0
  • กันน้ำกันเหงื่อ IPX5
  • เพิ่ม/ลดเสียงได้ที่ตัวโดยตรง
  • แบตเตอรี่ต่อเนื่อง 6 ชั่วโมง

5.) JBL Tune 220TWS ราคา 3,990 บาท

และรุ่นสุดท้ายที่นำมาเทียบกันในครั้งนี้ก็คือ JBL Tune 220TWS ที่พิเศษกว่ารุ่นอื่นๆ ด้วยการสวมใส่แบบ Earbud หรือก็คือไม่ต้องยัดเข้าไปในหูแบบ In-Ear นั่นเอง มาพร้อมรูปร่างหน้าตาที่ดูเท่ และสีสันให้เลือกหลากหลาย ออกแบบมาให้ใส่สบายๆ ใส่ติดหูได้สบายๆ ตลอดวัน และยังเหมาะกับทุกเพศทุกวัย ในราคาที่เบาที่สุดของทั้ง 5 รุ่นคือ 3,990 บาทเท่านั้นครับ


สำหรับจุดเด่นของรุ่นนี้คือการสวมใส่ที่เป็นแบบ Earbud ไม่ต้องยัดเข้าไปในหูแบบ หูฟัง In-Ear ทำให้เป็นรุ่นที่เหมาะกับผู้ที่มองหาสินค้าที่ใส่สบายหู อยู่ได้ยาวๆ ตลอดวันครับ ส่วนของการเชื่อมต่อเป็น Bluetooth 5.0 ให้สัญญาณที่คมชัด เสถียร ดู YouTube Netflix ดีเลย์เพียงเสี้ยววินาที (0.2 วินาที) แทบไม่รู้สึก แต่หากใช้งานเล่นเกมก็อาจจะมีอาการดีเลย์เล็กน้อยครับ ตัวไมโครโฟนรับเสียงได้คมชัดด้วยรูปทรงแบบแท่งยาวทำให้ไมค์อยู่ใกล้กับปากช่วยให้รับเสียงได้ชัดเจนทุกการสนทนา เน้นใส่ฟังเพลงและใช้งานทั่วๆ ไปในชีวิตประจำวัน ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใส่ออกกำลังกายเพราะไม่มีฟังก์ชั่นกันน้ำกันเหงื่อครับ และส่วนของแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ต่อเนื่อง 3 ชั่วโมง ชาร์จเพิ่มจากเคสได้อีก 16 ชั่วโมงรวมเป็น 19 ชั่วโมงครับ

แนวเสียงโดดเด่นด้วย JBL Pure Bass ที่เน้นเบสให้มีความหนักแน่นลงได้ลึก ปิดจุดอ่อนของสินค้าประเภท หูฟัง Earbud ที่มักจะมีเบสที่เบานั่นเอง ซึ่งภาพรวมถือว่าทำได้ดีมากๆ เสียงจะออกโปร่ง ย่านเสียงกลางมีความใสสะอาด โปร่งกว้าง เสียงร้องคมชัดรายระเอียดเสียงครบถ้วน เสียงออกโทนเย็น ย่านแหลมสูงทอดไปได้ไกล เนื้อเสียงเรียบและมีความเรียวพริ้ว ไล่ตัวโน๊ตออกมาได้ตรง เนื้อเสียงคมชัดไม่แห้งและไม่มีสากเสี้ยนที่สากหู ย่านเบสนั้นให้เบสที่มีมิติสมจริง มาพร้อมพลังเบสที่หนักแน่นสะใจคอเบสอย่างแน่นอน แรงอิมแพคปะทะนุ่มหู และส่วนของเวทีเสียงออกไปในทางโปร่งกว้าง จัดวางเครื่องดนตรีได้อย่างเป็นระเบียบ แยกมิติเสียงออกมาอย่างชัดเจนซ้ายขวาไม่มีย่านเสียงทับกัน


  • เชื่อมต่อ Bluetooth 5.0
  • รูปทรงทันสมัยเหมาะกับทุกเพศทุกวัย
  • สวมใส่แบบ Earbud สบายหู
  • แบตเตอรี่ต่อเนื่อง 3 ชั่วโมง

เป็นยังไงกันบ้างครับ จะเห็นว่าแต่ละรุ่นนั้นมีจุดเด่น จุดแข็ง และจุดอ่อนที่ต่างกันออกไป แต่ต่างกันขนาดไหนเรามาดูตารางเปรียบเทียบชัดๆ กันเลยครับ


*เทียบหูฟัง JBL True Wireless กันแบบชัดๆ

เทียบกันชัดๆ หูฟัง JBL True Wireless รุ่นไหนเหมาะกับคุณ!
สรุป หูฟัง JBL True Wireless รุ่นไหนดี ที่เหมาะกับคุณ?


จะเห็นได้ว่าสินค้าทั้ง 5 รุ่นก็จะโดดเด่นกันไปคนละแบบ แต่รุ่นไหนเหมาะใช้งานแบบใด และรุ่นไหนที่เหมาะกับคุณ เรามาดูสรุปกันครับ

1.) เน้นออกกำลังกาย

หูฟังไร้สาย JBL Endurance Peak True Wireless ขาย

ถ้ามองหาสินค้าสำหรับใส่ออกกำลังกายแบบเต็มจัดเต็มไปเลย รุ่นที่เหมาะตอบโจทย์ทั้งหมดจะมี 2 รุ่นครับ โดยทั้ง 2 รุ่นจะมีฟังก์ชั่นบางอย่างที่แตกต่างกันเล็กน้อยครับ ถ้าอยากได้หูฟังออกกำลังกายที่ใส่แบบมีตะขอเกี่ยวหูก็ต้อง JBL Endurance Peak กับราคาที่ 4,990 บาท แต่ถ้ามีงบ อยากได้ True Wireless ทรงธรรมดา และชอบความเป็นแฟชั่นของแบรนด์ Under Armour ก็ต้อง JBL Under Armour True Wireless Flash เลยครับที่ราคา 6,990 บาท โดยทั้ง 2 รุ่นนี้มาพร้อมฟังก์ชั่นและแนวเสียงที่ไม่ต่างกันมากนัก สามารถเลือกเอาได้ตามที่ชอบเลยครับ

2.) เสียงดี เหมาะกับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

หูฟังไร้สาย JBL Live 300 True Wireless ขาย

สำหรับผู้หญิงที่กำลังมองหา หูฟัง True Wireless รูปร่างหน้าตาทันสมัย สีสันหวานๆ เสียงดี และฟังก์ชั่นครบครันก็ต้องบอกเลยว่าห้ามพลาด JBL Live 300 ที่ราคา 4,990 บาทไปได้เลย และนอกจากจะมีสีหวานๆ เหมาะกันผู้หญิงแล้ว สีเข้มๆ สำหรับผู้ชายก็มีให้เลือกด้วยเช่นกัน มาพร้อมฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานทั้งฟังเพลง เพิ่มลดเสียงได้ที่ตัว ใช้งานคุยโทรศัพท์ได้คมชัด หรือใส่ออกกำลังกายก็ได้เช่นด้วยมาตรฐานกันน้ำ IPX5 รวมถึงอยู่ได้ยาวๆ ด้วยแบตเตอรี่ใช้งานได้รอบละ 6 ชั่วโมง บอกเลยว่าคุ้มแน่นอนครับ

3.) คุ้มค่าครบเครื่อง

หูฟังไร้สาย JBL Reflect Flow True Wireless ขาย

ถ้าอยากได้ True Wireless ที่ตอบโจทย์การใช้งานแบบครบเครื่องจบในตัวเดียวก็ต้อง JBL Reflect Flow เลยครับกับราคาที่ 5,990 บาทเท่านั้น แต่มาพร้อมฟังก์ชั่นที่ครบถ้วน ใส่ฟังเพลงก็เสียงดี ใส่ออกกำลังกายก็ไม่มีปัญหา หรือจะใส่ติดหูก็อยู่ได้ยาวๆ ตลอดวันด้วยแบตเตอรี่ถึง 10 ชั่วโมง งานนี้บอกเลยว่าเทียบกับสินค้ารุ่นใกล้เคียงจากแบรนด์อื่นๆ พูดได้เลยว่าตัวนี้กินขาดครับ

4.) ใส่สบาย งบประมาณจำกัด

หูฟังไร้สาย JBL Tune 220TWS True Wireless ขาย

และสำหรับผู้ที่ต้องการสินค้าที่ใส่สบายก็ต้อง JBL Tune 220TWS รุ่นนี้เลย ที่ราคา 3,990 บาท ไม่เหมือนรุ่นอื่นๆ ด้วยการสวมใส่แบบ Earbud สบายหู พร้อมด้วยรูปทรงที่ดูเท่น่าใช้งาน สีสันที่มีให้เลือกตามความชอบทุกเพศทุกวัย ควบคุมด้วยระบบสัมผัส เสียงที่ทำได้ดีจนเกินตัว ออกแนวโปร่งพร้อมเบสที่ลงได้ลึก และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวๆ 3 ชั่วโมง เป็นอีกรุ่นที่อยากแนะนำครับ

ก็จะเห็นได้ว่าแม้ JBL จะมีสินค้าหลายรุ่นให้เลือกก็ตาม แต่ว่าในแต่ละรุ่นก็มีจุดเด่น และตอบโจทย์การใช้งานที่ไม่ซ้ำกัน ซึ่งทาง Mercular.com ก็หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ตัดสินใจเลือกซื้อ หูฟังไร้สาย True Wireless คุ้มค่าคุ้มราคา ได้ตรงกับความต้องการมากที่สุดและคุ้มกับงบที่มีมากยิ่งขึ้นครับ สำหรับครั้งนี้ สวัสดีครับ

Tags :