แนะนำ 9 ไมโครโฟนสุดคุ้มสำหรับ Podcast

8 พ.ค. 2563

แนะนำ 9 ไมโครโฟนสุดคุ้มสำหรับ Podcast

สำหรับช่วง Work from home แบบนี้เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาทองของ Content Creator ที่จะมอบความบันเทิงให้กับผู้ที่อยู่บ้าน ในช่วงกักตัว โดยเฉพาะรายการ Podcast ต่าง ๆ ถือว่ามียอดผู้ชมเพิ่มขึ้นเยอะมาก ๆ และมีรายการ Podcast ใหม่ ๆ เกิดขึ้นจากคนที่มีชื่อเสียง ทำให้มีผู้ชมหน้าใหม่ในวงการมากขึ้น ทำให้ Podcast ถือว่าเป็นคอนเทนต์ที่เหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่อยากเริ่มต้นสร้างคอนเทนต์ของตัวเอง อีกทั้งยังมีสิ่งของที่ต้องลงทุนไม่มากเพียงแค่มีไมค์ดี ๆ ซักตัว กับ Audio Interface ซักอัน และไอเดียเจ๋ง ๆ ก็สามารถจัดรายการได้แล้ว แถมการลงทุนกับไมโครโฟนยังเป็นสิ่งที่ค่อนข้างคุ้มค่า เพราะสามารถนำไปใช้อัดเสียงร้อง แคสเกม หรือจัดรายการอื่น ๆ ได้ในอนาคต ซึ่งในวันนี้ Mercular.com ก็จะพาผู้อ่านไปรู้จักไมโครโฟนระดับ Pro จากแบรนด์ระดับ Professional Audio รุ่นสุดคุ้มยอดนิยมซื้อครั้งเดียวใช้งานได้ยาว ๆ ให้ทุกคนได้รู้จักกัน

ไมโครโฟน EGA Type-MC3 Microphone

ไมโครโฟน EGA Type-MC3 Microphone รูปคล้ายยานอวกาศ

สำหรับ ไมโครโฟน EGA Type-MC3 Microphone ที่มีดีไซน์สุดเท่ไม่เหมือนใคร แต่มาพร้อมเสียงที่ครบครัน ไมโครโฟนแบบ Condenser ที่สามารถใช้งานได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นสตรีมมิ่ง แคสเกม หรือใช้ในการอัดเสียงสำหรับนักดนตรีก็สามารถทำได้ดีเลย ด้วยฟีเจอร์ที่สามารถรับทิศทางเสียงแบบ Cardioid มีค่าตอบสนองต่อความถี่เสียงตั้งแต่ 20 HZ – 20 kHZ รวมไปถึงรูปแบบที่มีความแตกต่างจากไมค์เล่นรุ่นอื่นๆอย่าง ขาตั้งไมค์ออกแบบมาให้เป็น 3 ขา ยึดจับได้แน่น มีความแข็งแรงทนทาน มาพร้อมกับติดเข้ากับพื้นโต๊ะได้เป็นอย่างดีด้วยแผ่น Anti-Skid Pad สำหรับการใช้งานก็ง่ายและสะดวกมากๆ เพราะสามารถใช้งานเปิด/ปิดได้ด้วยระบบสัมผัส สามารถเชื่อมต่อด้วยสาย USB-C to USB-A นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานร่วมกับขาไมค์รูปแบบอื่นๆ ได้อีกด้วย EGA Type-MC3 Microphone มาพร้อมไฟ RGB ที่สามารถปรับการแสดงผลได้ถึง 8 รูปแบบ เหมาะกับสายเกมมิ่งมากเลยทีเดียว


คลิกเพื่อเลือกซื้อสินค้า

  • ไมโครโฟนแบบ Condenser
  • รับทิศทางเสียงแบบ Cardioid
  • ไฟ RGB 7 สี 8 รูปแบบ
  • Plug and Play ใช้งานง่าย
  • รูปทรงดีไซน์สวยไม่เหมือนใคร ปรับใช้งานง่ายได้รอบทิศทาง
  • ตอบสนองต่อความถี่เสียงตั้งแต่ 20 HZ – 20 kHZ


ไมโครโฟน Fantech Leviosa Live MCX02 Microphone

ไมโครโฟน Fantech Leviosa Live MCX02 Microphone ขนาดเล็ก กะทัดรัด สีดำ

ไม่พูดถึงไม่ได้กับแบรนด์ดัง Fantech ที่ออกแบบไมโครโฟนสำหรับ Podcast ที่รูปทรงแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ขนาดเล็ก กะทัดรัด จับถนัดและพกพาสะดวก มีน้ำหนักเบาเพียง 142 กรัม นอกจากนี้มีขนาดที่เล็กทำให้ไม่เกะกะ ประหยัดพื้นที่บนโต๊ะ มีทั้งยังสามารถใช้งานง่าย เพราะมีปุ่มกดให้ควบคุมและสามารถปรับได้ตามการใช้งาน รวมไปถึงการปรับหมุนเอียงองศา ได้รอบทิศทาง


นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันการรับเสียงแบบ Cardioid รับเสียงจากด้านหน้า มาพร้อมฟีเจอร์การตัดเสียงรบกวนรอบข้าง และสามารถปรับใช้งานในการควบคุมอย่างปุ่มปรับ Gain ระดับความไวในการรับเสียง ปุ่มปรับ Monitor ระดับการได้ยินเสียงของผู้ใช้งาน และมีปุ่มปรับ ระดับเสียง เอฟเฟก Echo ของไมค์โครโฟน และเชื่อมต่อด้วยพอร์ต Type-C สามารถใช่้งานร่วมกับโปรแกรมอื่นๆได้ง่ายและสะดวกทุกโปรแกรม 


คลิกเพื่อเลือกซื้อสินค้า

  • ตอบสนองต่อความถี่เสียงตั้งแต่ 50Hz-16000kHz 
  • รูปแบบ Dynamic Microphone
  • รับทิศทางเสียงแบบ Cardioid
  • Noise Canceling & Audio Sharing
  • Mobile & PC USB Interface

ไมโครโฟน Nubwo X500 Vader Microphone

ไมโครโฟน Nubwo X500 Vader Microphone

สำหรับ ไมโครโฟน Nubwo X500 Vader Microphone เป็นไมค์ประเภท Shotgun ที่ราคาประหยัด มาพร้อมอุปกรณ์เสริมอย่าง ตัวขนแมวกันลม เคสหนังพกพา มาพร้อมฟีเจอร์พิเศษอย่างสามารถตัดเสียงรบกวนได้ และยังรับเสียงได้ในความละเอียดที่สูง โดยมีช่วงความถี่ รองรับอยู่ที่ 35 Hz – 18 kHz สามารถรับเสียงในรูปแบบ Cardioid ได้อีกด้วย รวมไปถึงใช้งานง่ายในการเชื่อมต่อและใช้งานกับ Smartphone สะดวก มาพร้อมกับบอดี้อลูมิเนียม แข็งแรง ทนทาน เหมาะสำหรับการใช้งานกับ Vlogger Live Streamer หรือ Youtuber และการใช้งานในการอัดสัมภาษณ์ก็สามารถทำได้ดีเยี่ยมเลยทีเดียว 


คลิกเพื่อเลือกซื้อสินค้า

  • รองรับระบบเสียงในรูปแบบ Cardioid
  • มาพร้อมขนแมวกันลม 
  • ราคาประหยัด สามารถเอื้อมถึงได้ง่าย 
  • ไมค์ Shotgun ตัวเล็กพกพาง่าย

ไมโครโฟน Signo MP-704 Condenser Microphone

ไมโครโฟน Signo MP-704 Condenser Microphone สีดำ

Signo MP-704 Condenser Microphone ไมโครโฟนแบบ USB Condenser ที่สามารถเชื่อมต่อได้ง่ายด้วยอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คด้วยพอร์ต USB-A มาพร้อมงานเสียงที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการรับเสียงแบบ UNI-DIRECTIONAL รับเสียงจากด้านหน้า หรือการเก็บรายละเอียดของเสียง ที่ช่วงความถี่ 30Hz-20kHz นอกจากนี้ยังสามารถ ปรับระดับเสียงและ Echo ได้ผ่านตัวไมค์ บอกเลยว่าเหมาะสำหรับการใช้งาน Podcasts ร้องเพลง อัดเสียงและสตรีมมิ่งเกม อย่างมาก นอกจากนี้ขาตั้งไมโครโฟนยังสามารถยึดกับขอบโต๊ะได้ ไม่เกะกะ ประหยัดพื้นที่ มีความยาวสายอยู่ที่ 2.2 เมตร สำหรับใครที่มองหาไมค์ที่ใช้งานได้หลากหลาย และราคาถูก ตัวนี้ถือว่าตอบโจทย์และสามารถเป็นตัวเริ่มต้นในการเลือกซื้อ Podcast 


คลิกเพื่อเลือกซื้อสินค้า

  • ตอบสนองต่อความถี่เสียงตั้งแต่ 30 Hz-20000 Hz 
  • ปรับระดับเสียงและ Echo ได้ผ่านตัวไมค์
  • เชื่อมต่อด้วยสาย USB-A
  • รูปแบบ ไมโครโฟน Condenser

Blue Yeti Studio

รีวิวไมค์ Blue Yeti Studio

Blue Yeti Studio เป็นไมโครโฟน Condenser จาก Yeti Series ของ Blue ซึ่งเป็นแบรนด์อุปกรณ์ Pro Audio ชื่อดัง โดยเจ้า Blue Yeti Studio นั้นรองรับการเชื่อมต่อผ่าน USB อย่างเดียวเท่านั้น ทำให้ใช้งานได้ค่อนข้างสะดวก พร้อมด้วยชื่อที่โด่งดังที่รู้จักกันในนาม ไมค์ USB ที่ดีที่สุดในโลก โดดเด่นด้วยฟีเจอร์ในการรับเสียงที่แตกต่างกันถึง 4 รูปแบบได้แก่


  • การรับเสียงทิศทางเดียว - เหมาะกับการจัดรายการทั่ว ๆ ไปคนเดียว / เล่นดนตรี
  • การรับเสียงแบบ 2 ทิศทาง - สำหรับรายการสัมภาษณ์ที่มีแขกรับเชิญ
  • การรับเสียงแบบรอบทิศทาง - สำหรับใช้ในวงประชุม หรือเก็บเสียงวงดนตรี
  • การรับเสียงแบบสเตริโอ – สำหรับใช้ทำเพลง หรืออัดเสียงแยกแชแนลซ้ายขวาโดยเฉพาะ

 

และโปรแกรมสำหรับผลิตเสียงที่แถมมาให้แบบจบในตัวอย่าง PreSonus และ Plug-ins จาก iZotope เรียกได้ว่าเป็นไมค์ที่ลงทุนครั้งเดียวได้ทั้งระดับ Production และ Post Production ในตัว โดยผู้ใช้งานสามารถใช้ Knob บนตัวปรับแต่ง Gain, ความดังของหูฟัง ได้แบบสะดวกมาก ๆ

  • ไมค์ USB การใช้งานหลากหลายจบในตัว                                 
  • ช่วงรับเสียง อยู่ที่ 20 – 20,000 Hz
  • เข้ากับการใช้งานหลากหลายได้ทั้งแคสเกม ไลฟ์ และPodcast  
  • มีรูปแบบการรับเสียงสูงถึง 4 แบบ
  • มี Software และ Plug-ins ให้ในตัว         
  • การออกแบบเยี่ยมควบคุม และใช้งานง่าย

Rode PodMic

Rode PodMic

Rode PodMic เป็นไมโครโฟนจาก Rode แบรนด์อุปกรณ์โปรดักชั่นเสียงจากออสเตรเลีย ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในงาน Podcast หรือเก็บเสียงพูดเป็นพิเศษ เริ่มต้นจากแคปซูลเก็บเสียงที่เป็น Dynamic ทำให้มีความไวเสียงที่ต่ำ สามารถตัดเสียงรบกวนต่าง ๆ ออกไปได้ดี แถมภายในยังมี Pop Filter หรือตัวกันลม มาให้แบบ Built-in ทำให้สามารถใช้งานเก็บเสียงนอกสถานที่ได้ดี อีกทั้งยังมีขนาดเล็กพกพาง่าย สำหรับใครที่จะทำรายการ Podcast ที่จะต้องออกนอกสถานที่ด้วย ถือว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะมาก ๆ และมีราคาที่ถูกกว่าไมค์ตัวอื่น ๆ 

  • ไมค์ Condenser เชื่อมต่อผ่านสาย XLR                                   
  • มี Pop filter Built-in มาให้
  • เหมาะกับทั้งงานเสียงสมัครเล่นและมืออาชีพ                           
  • รับเสียงแบบ Cardioid เหมาะกับการจัดรายการคนเดียว
  • เหมาะทั้งงาน Studio หรือใช้งานนอกสถานที่                          
  • ช่วงรับเสียง อยู่ที่ 20 – 20,000 Hz

Audio Technica AT2020 USB+

Audio Technica AT2020 USB+

Audio Technica AT2020 USB+ เป็นรุ่นอัพเกรดของไมค์รุ่นยอดนิยมของ Audio Technica ให้มีการใช้งานที่ตอบโจทย์การใช้งานตามยุคสมัยมากขึ้น โดนเปลี่ยนการเชื่อมต่อมาเป็น USB นั่นเองสำหรับการออกแบบตัวไมค์เหมาะกับการใช้งานในบ้าน หรือ Home Studio ที่เก็บเสียงได้ดี เพราะแคปซูล Condenser ของเจ้า AT2020 นั้นมีความไวเสียงสูงทำให้ต้องการความเงียบในระดับนึงจึงไม่เหมาะกับการใช้งานนอกสถานที่ แต่มีจุดเด่นในการเก็บรายละเอียดเสียงต่าง ๆ ได้ครบถ้วน บนตัวไมค์มี Knob Mix ที่จะช่วยผู้ใช้งานบาลานซ์เสียงไมค์และเสียงหูฟังที่ใช้ Monitor เสียงได้ในตัวเอง ทำให้เหมาะกับทำงาน Podcast และ Stream

  • ไมค์ USB ราคาประหยัด                                                         
  • ช่วงรับเสียง อยู่ที่ 20 – 20,000 Hz
  • เหมาะกับทั้งงานเสียงสมัครเล่นและมืออาชีพ                           


  • รับเสียงแบบ Cardioid เหมาะกับการจัดรายการคนเดียว
  • คุณภาพการบันทึกสูงสุดที่ 16-bit 48kHz                               
  • มีฟังก์ชั่น Mix control ในตัว

Shure MV51

Shure MV51

Shure MV51 เป็นไมค์ Condenser ที่มีการเชื่อมต่อที่ไม่ค่อยจะเหมือนใครเพราะตัวมันเน้นการใช้งานกับมือถือ ถึงขนาดมีสาย Lightning แถมมาใน Package เลยด้วยซ้ำ โดยผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดแอพ ShurePlus MOTIV เพื่อใช้ปรับแต่ง และควบคุมตัวไมค์ Shure ตัวนี้ได้ โดยรางรับทั้งกับมือถือ iOS และ Android ในบางรุ่น และไม่ต้องพึ่งแหล่งจ่ายไฟใด ๆ สำหรับการใช้งานแม้ว่าจะมีการรับเสียงแค่ทิศทางเดียว แต่ตัวมันก็สามารถปรับความไวเสียงและความกว้างในการรับเสียงได้ โดยจะปรับแต่งผ่าน EQ โหมดต่าง ๆ ที่ให้มาถึง 5 รูปแบบ หรือปรับแต่งเองผ่าน Application ก็ไม่มีปัญหา อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อแบบ USB ได้ด้วยทำให้สามารถพลิกเพลงใช้ได้ทั้งเป็นไมค์ In-door และ Out-door

  • ไมค์ USB ระดับโปร สามารถใช้งานกับมือถือได้                      
  • ช่วงรับเสียง อยู่ที่ 20 – 20,000 Hz
  • ใช้งานได้ทั้ง iOS และ Android                                                 
  • Application ควบคุมในมือถือใช้งานฟังก์ชั่นครบ
  • มี EQ ไมค์มาให้ 5 รูปแบบการใช้งานหลากหลายแม้รับเสียงรูปแบเดียว     
  • คุณภาพการอัดเสียงสูงสุดระดับ Hi-res (24-bit 48kHz)   

AKG Lyra

AKG Lyra รีวิว

AKG Lyra จัดว่าเป็น USB Condenser ที่มีสเปคคุ้มราคาที่สุดในตลาดตอนนี้เลยก็ว่าได้ เพราะมาพร้อมคุณภาพการบันทึกเสียงระดับ Hi-res 24-bit 192Hz และไดอะแฟรมรับเสียงถึง 4 ตัวสามารถปรับโหมดรับเสียงได้มากถึง 4 รูปแบบ ไม่แพ้ Blue Yeti Studio ได้แก่


  • Front Mode (Cardioid) - รูปแบบการรับเสียงทิศทางเดียว เหมาะกับการใช้บันทึกเสียงพูด เสียงร้อง แบบแยกไลน์ และใช้จัดรายการต่าง ๆ เพราะจัดการกับเสียงรบกวนได้เป็นอย่างดี
  • Front & Back Mode - รูปแบบการรับเสียงแบบโดยรอบ โดยใช้งานไดอะแฟรมรับเสียงทั้ง 4 ตัว แต่จะไม่มีการแยกแชแนลการบันทึกเป็น ซ้าย - ขวา เหมาะกับการอัดรายการหลายคน ไลฟ์ร้องเพลงแบบมีแขกรับเชิญ หรือประชุมสาย
  • Tight Stereo - รูปแบบการรับเสียงแบบแยก Track สเตริโอซ้าย-ขวา เพื่อความสะดวกในการ Edit เสียง เหมาะสำหรับการทำ ASMR บันทึกเสียงร้องเสียงดนตรีโดยเฉพาะเมื่อเล่นกัน 2 – 3 คน โดยประมาณ 
  • Wide Stereo - รูปแบบรับเสียง Stereo แบบรอบทิศทาง อันเป็นจุดเด่นของเจ้า Lyra ทำให้คุณสามารถขยายสเกลคลิป ASMR ของคุณได้แบบสบาย ๆ หรือจะใช้สำหรับอัดเสียงเป็น Band ก็ทำให้ได้เสียงที่มีมิติมากขึ้นอีกด้วย


ซึ่งโหมดการรับเสียงนั้นแตกต่างจาก Blue Yeti เล็กน้อยทำให้นอกจากจะเป็นไมค์ Podcast ที่ดีแล้ว ภายในยังมาพร้อมกับโปรแกรมผลิตเสียง Alberton Lite และ Shock mount + Wind Filter แบบ Built-in ในตัว

  • ไมค์คอนเดนเซอร์ระดับโปรเชื่อมต่อผ่านสาย USB                           
  • ช่วงรับเสียง อยู่ที่ 20 – 20,000 Hz
  • มี Pop filter และ Shock Mount แบบ Built-in ในตัว
  • ปรับการรับเสียงได้ 4 แบบ
  • รองรับคุณภาพเสียงระดับ Hi-res  
  • มาพร้อม Software Alberton 10 Lite

ซึ่งขอบอกก่อนเลยว่าไมค์ทั้ง 5 ตัวนี้ถือว่าเป็นตัวท็อปของวงการซึ่งโดดเด่นแตกต่างกันในในการใช้งานแต่ละด้านอย่างชัดเจนตามที่เราลิสต์มาให้ดังนี้เลย


  • Audio Technica AT2020 USB+: ไมค์ USB Condenser เก็บเสียงได้ดี เหมาะกับงาน In-door ที่เสียงรบกวนน้อย
  • Rode PodMic: ไมค์ Dynamic ตัวเล็กเน้นเก็บเสียงพูด ตัดเสียงรบกวนได้ดี ใช้ทำงาน Outdoor ได้ดี
  • Blue Yeti Studio: เน้นการปิดงานแบบจบในตัวด้วยโปรแกรมระดับโปร พร้อมรองรับการทำงานหลากหลาย
  • Shure MV51: เน้นการใช้งานกับมือถือเป็นหลัก การใช้งานง่าย ใช้อัดเสียงได้ทุกที่
  • AKG Lyra: เน้นการใช้งานที่หลากหลายคุ้มราคา มีสเปคและของแถมคุ้มราคาที่สุด
มีไมค์แล้วต้องมี Sound card ด้วยไหม?

มีไมค์แล้วต้องมี Sound card ด้วยไหม?


สำหรับใครที่เคยใช้งานไมโครโฟน USB มาก่อนนั้นอาจจะไม่ชินกับคำว่า Sound card หรือ Audio Interface เท่าไหร่ เพราะไมค์ USB นั้นถูกออกแบบมาให้ใช้งานเป็นแบบ Plug and Play เน้นความสะดวกในการใช้งานกับคอมพิวเตอร์ แต่ไมโครโฟนบางตัวนั้นมีการเชื่อมต่อที่เป็น XLR ซึ่งไม่ใช่การเชื่อมต่อที่คอมพิวเตอร์ธรรมดาสามารถเชื่อมต่อด้วยได้ ฉะนั้นการใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ผู้ใช้งานจำเป็นจะต้องมี การ์ดเสียงหรือ Audio Interface ในการใช้งานร่วมด้วย ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ถือว่าเป็นลูกเล่นอีกตัวนึงสำหรับไมโครโฟนของเราเพราะผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนไมโครโฟนของตัวเองให้กลายเป็นไมค์พกพาใช้งานภายนอกหรือไมค์ตั้งโต๊ะได้ อีกทั้งไมค์จำพวก Condenser ยังต้องการไฟ 48v เลี้ยงหรือ Phantom Power ซึ่ง Audio Interface จะทำหน้าที่เป็นตัวจ่ายไฟให้นั่นเอง


ฉะนั้นถ้าเกิดว่าไมโครโฟนของคุณใช้การเชื่อมต่อหลักเป็นรูปแบบ XLR คุณก็จำเป็นจะต้องมี Audio Interface เพื่อใช้งานคู่กันด้วย 

แล้วซื้อ Audio Interface รุ่นไหนดี?

Focusrite Scarlett solo gen 3


โดย Audio Interface มาแรงในตอนนี้ก็คงไม่พ้นเจ้า Focusrite Scarlett solo gen 3 Audio Interface ราคากลาง ๆ คุณภาพคับกล่องตัวนี้ เพราะเจ้าการ์ดเสียงจาก Focusrite gen 3 ตัวนี้มีการเพิ่มฟีเจอร์ Air ที่เพิ่มคุณภาพเสียงที่อัดได้ลงไปให้มีความใสมากขึ้น และเป็นที่นิยมมาก ๆ Home Studio ในช่วง work from home แบบนี้ครับ

Focusrite Scarlett solo gen 3

Key Highlight

 

  • Audio Interface ขนาดเล็กจาก Focusrite
  • มี 2 Input สำหรับไมค์ 1 และ เครื่องดนตรี 1
  • มอนิเตอร์เสียงได้แบบเรียลไทม์ไม่ดีเลย์
  • มีฟีเจอร์สำหรับอัดเสียงที่เรียกว่า Air เพิ่มความเคลียร์ใส ให้เสียงที่ได้จากการอัด


คลิกเพื่ออ่านรีวิวเต็ม

Zoom H5


หรือเครื่องบันทึกเสียงพกพาเป็นอุปกรณ์ที่คุ้นตากันดีในวงการโปรดักชั่น เพราะเจ้าอุปกรณ์บันทึกเสียงชิ้นนี้ก็เปรียบเสมือน Audio Interface ขนาดเล็กพกพาง่าย ทำงานด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่ AA ช่วยแปลงให้ไมโครโฟน ของคุณกลายเป็นไมโครโฟนพกพาสามารถทำงานนอกสถานที่ได้ หรือสามารถใช้มันแบบโดด ๆ เพื่ออัดสัมภาษณ์ และมีความสามารถในการตั้งค่าต่าง ๆ ในตัว หรือจะใช้เป็น Audio Interface ไปเลยก็ยังได้ แถมไมค์ในตัวยังบันทึกเสียงเป็นแบบ Stereo ได้ด้วย โดย Handy Recorder ที่น่าสนใจก็คงไม่พ้น Handy Recorder Zoom H5 ที่ถือว่าราคาไม่แพง และมีการใช้งานที่ครบครันใกล้เคียงกับตัวโปรของมันมาก ๆ 

Focusrite Scarlett solo gen 3

Key Highlight


  • Handy Recorder ตัวเล็กน้ำหนักเบาพกพาง่าย
  • ใช้เป็นเครื่องอัดเสียง ไมค์ตั้งโต๊ะและAudio Interface ได้
  • รองรับคุณภาพไฟล์เสียงสูงสุดในระดับ Hi-res
  • ใช้งานได้นานสูงสุด 15 ชั่วโมงด้วยแบตเตอรี่ชุดเดียว
  • รองรับการเชื่อมต่อกับไมค์ผ่าน XLR TRS และ AUX


คลิกเพื่ออ่านรีวิวเต็ม



เพียงเท่านี้ทุกท่านก็ได้รู้จักกับอุปกรณ์อัดเสียงในระดับ Professional กันไปประมาณหนึ่งแล้ว สำหรับคนที่สนใจงาน Podcast ก็น่าจะได้เริ่มต้นกันไม่ยาก แต่อย่าลืมนะครับว่า ถ้าใช้ไมค์ที่เป็นการเชื่อมต่อแบบ XLR ต้องใช้งานคู่กับ Audio Interface หรือการ์ดเสียงด้วย  สำหรับบทความนี้ Mercular.com ขอลาไปก่อน แล้วพบกันได้ใหม่ในบทความหน้านะครับ.