ส่อง Smartwatch หลักพัน ตัวไหนดีสุด?

Nov 19, 2019

ส่อง Smartwatch หลักพัน ตัวไหนดีสุด?

ถ้าเกิดพูดถึง Smartwatch เมื่อไม่กี่ปีก่อนจะต้องเป็นแกตเจทตัวนึงที่ผู้ใช้งานเข้าถึงยาก ด้วยราคาและการใช้ประโยชน์ที่อาจจะไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนในช่วงเวลานั้นรวมไปถึงราคาที่จัดได้ว่าค่อนข้างสูงเลยทีเดียว แต่ในปัจจุบันมันกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ไม่ใช่แค่การใช้งานเพื่อสุขภาพ แต่เป็นแฟชั่น กลายเป็นอุปกรณ์ที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป และราคาไม่แพงอีกต่อไป อย่างเช่นในวันนี้ Mercular จะพาท่านไปรู้จักกับนาฬิกาอัจฉริยะ หรือ Smart watch ในราคาหลักพันบาทที่จะตอบโจทย์ทั้งสาย Sport และ Style สำหรับใครที่ไม่อยากจะตกเทรนด์ หรืออยากจะหันมาสนใจสุขภาพของตัวเองให้มากขึ้นก็ลองเลือก Smartwatch ที่ใช่ ในราคาที่ชอบดูกันเลย

Huawei Band 4 Fitness Tracker ราคา 999 บาท ฟีเจอร์ครบวงจร

Huawei Band 4 Fitness Tracker

​​​​Huawei Band 4 เป็น Fitness Tracker ที่เสริมการใช้งานอรรถประโยชน์เพิ่มขึ้นมา มีฟีเจอร์เน้นไปที่การสนับสนุนการออกกำลังกายโดยพื้นฐาน เน้นการเก็บสถิติการออกกำลังกาย และมีการใช้งานที่ไม่ยุ่งยาก ด้วยโหมดการออกกำลังกายพื้นฐาน 9 โหมด ครอบคลุมทั้งการออกกำลังกายใน Fitness Centre และ Outdoor เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ข้อมูลพื้นฐานเพื่อใช้อ้างอิงกับการจัดระเบียบการออกกำลังกายของตัวเอง หรือผู้ใช้งานทั่ว ๆ ไปที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย และต้องการข้อมูลที่เข้าใจง่ายไม่ลึกหรือซับซ้อนมาก และติดตามสุขภาพของผู้ใช้งานระหว่างการนอนหลับได้

  • จอสีระบบสัมผัส 2.5 มิติ ความละเอียด 80x160 pixel
  • สายรัดข้อมือสุขภาพสำหรับเหมาะสำหรับทุกวัย
  • มีโหมดออกกำลังกายถึง 9 รูปแบบ
  • มีฟังก์ชั่นในการตรวจจับและวิเคราะห์การนอนหลับ
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 9 วัน

Mi band 4 สายว่ายน้ำต้องถูกใจกับ Smart watch แทรคท่าว่ายได้ในราคา 1,290 บาท

Mi band 4

Mi Band 4 เป็น Smart Watch ตัวชูโรงในตระกูลหลักพันอยู่แล้ว ด้วยราคาที่ถูกจากแบรนด์ที่เป็นที่ไว้ว่างใจอย่าง Xiaomi ไปจนถึง การใช้งานที่จัดว่าครบครัน โดยกลับมาคราวนี้ Xiaomi ก็ยกเครื่องอัพเกรด Smartwatch ของตัวเองขนานใหญ่ ทั้งเพิ่มสเปคหน้าจอ และ 6-Axis Sensor เซ็นเซอร์ 6 แกน ช่วยทำให้ตรวจจับการเคลื่อนไหวของร่างกายได้ดีขึ้น และทำให้วิเคราะห์อัตโนมัติได้ว่าคุณกำลังว่ายน้ำท่าอะไรอยู่ หรือแม้กระทั่งแยกว่าคุณกำลังว่ายแบบผสมอยู่หรือไม่ ทำได้คุณได้สถิติที่ตรงกับท่าว่ายของคุณที่สุด กันน้ำได้ลึกถึง 50 เมตร เรียกได้ว่าเป็น Swimmer’s Smartwatch ในราคาบัตเจทจริง ๆ

  • จอสี AMOLED 0.95 นิ้ว ความละเอียด 120x240 pixel
  • กันน้ำ ATM 5 ตรวจท่าการว่ายน้ำอัตโนมัติ เอาใจสายลงน้ำ
  • 6-Axis Sensor ตรวจจับการเคลื่อนไหวแม่นยำที่สุดในรุ่น
  • Reminders to Move เตือนให้คุณขยับตัวเมื่ออยู่เฉย ๆ นานเกินไป
  • รองรับภาษาไทย และใช้งานได้นานที่สุด 20 วัน
  • ฟังก์ชั่นออกกำลังกาย 6 รูปแบบ

​Honor band 5 ตรวจค่าออกซิเจนในเลือดด้วย Smart watch ราคา 1,190 บาท

​Honor band 5

Honor band 5 จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวที่น่าจับตามองในบรรดา Smart watch ราคาหลักพัน โดย สมาร์ทวอช ตัวนี้ก็จะมีฟังก์ชั่นการออกกำลังกายมากกว่า Mi band ที่เป็นคู่กัดถึง 6 ฟังก์ชั่น และมากกว่ารุ่นเก่าของตัวเองถึง 4 ฟังก์ชั่น ส่วนความแตกต่างระหว่าง Honor Band 4 และ 5 นั้นเรื่องการออกแบบนั้นแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนเลย แต่นาฬิกาอัจฉริยะจาก Huawei ตัวนี้ ได้เพิ่มฟีเจอร์อย่างการอ่านค่าออกซิเจนในเลือดเพิ่มขึ้นมา ซึ่งช่วยบอกประสิทธิภาพการทำงานของสมองและร่างกาย ช่วยทำให้การออกกำลังกายมีประสิทธิภาพมากขึ้นและ บอกความพร้อมสำหรับการทำงานต่าง ๆ ที่ต้องใช้ความคิดด้วยนั่นเอง

  • จอสี AMOLED 0.95 นิ้ว 282 PPI
  • กันน้ำ ATM 5 ลงน้ำได้ 50 เมตร
  • ตรวจ Blood Oxygen Level ได้
  • ใช้เป็นชัตเตอร์กล้องมือถือได้
  • ฟังก์ชั่นออกกำลังกาย 11 รูปแบบ
  • รองรับภาษาไทย ใช้งานได้นานที่สุด 14 วัน

Fobase Mars ครอบคลุมทุกการใช้งานในชีวิตประจำวันกับ Smart watch ราคา 1,290 บาท

Fobase Mars

Fobase Mars จัดว่าเป็น Smart watch สาย Fashion & Lifestyle เป็นหลัก ตัวของมันมีการออกแบบที่เน้นไปที่การใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่ฟีเจอร์ก็ยังเท่าเทียมเพื่อน ๆ Smartwatch ราคาหลักพันอย่าง Honor และ Mi band อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชั่นออกกำลังกาย 7 แบบ และการแจ้งเตือน Notification ต่าง ๆ ส่วนบอดี้เป็นอลูมิเนี่ยมแข็งแรงทนทาน นอกจากนี้ฟีเจอร์เด่น ๆ ของตัว Fobase Mars ก็คือการใช้งานร่วมกับ Smartphone เพื่อสั่งใช้งานกล้องแบบไร้สายช่วยให้คุณถ่ายภาพหมู่ หรือหามุมที่ใช่สำหรับการถ่ายภาพคนเดียวได้อย่างสบาย ๆ

  • จอสี Gorilla Glass 240*240 Pixel ทรงกลม ปรับแสงได้
  • กันน้ำ IP67 ลงน้ำได้ลึก 1.5 เมตร 30 นาที 
  • ฟังก์ชั่นออกกำลังกาย 7 รูปแบบ
  • ใช้เป็นชัตเตอร์กล้องมือถือได้ผ่าน Bluetooth 
  • สามารถเปลี่ยนภาพหน้าปัดนาฬิกาได้ผ่าน Application
  • รองรับภาษาไทย ใช้งานได้นานที่สุด 25 วัน

​Elephone W3 เน้นสวยไม่เน้นบู๊ Fashion Smart watch ราคา 1,390

​Elephone W3

สำหรับ Elephone W3 นั้นถูกออกแบบมาให้ใช้งานในชีวิตประจำวันและแฟชั่นเป็นหลัก เรียกได้ว่าแทบจะถอดสเปคมาจาก Fobase Mars เลยก็ว่าได้ ทั้งการใช้งานหลัก ๆ แบตเตอรี่ ต่างกันที่รูปทรงหน้าจอและตัวสายเท่านั้นเอง โดยเจ้า Elephone W3 มีมีหน้าปัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมขอบมนให้ความรู้สึกเท่ และทันสมัยมากกว่านั้นเอง การออกแบบก็เรียกได้ว่าทนทาน ด้วยวัสดุอลูมิเนี่ยมขึ้นรูปชิ้นเดียวสวยงามทนทานไร้รอยเชื่อมต่อ กันน้ำ IP67 หน้าจอ 240*240 คุณภาพเยี่ยม และสายที่สามารถถอดเปลี่ยนได้เอาใจสายแฟชั่นด้วยอีกต่างหาก

  • จอสี Gorilla Glass 240*240 Pixel ปรับแสงได้
  • คุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่น IP67 ลงน้ำลึกได้ 1.5 เมตร 30 นาที 
  • ฟังก์ชั่นออกกำลังกายภายในเครื่อง 7 รูปแบบ
  • ใช้เป็นควบคุมชัตเตอร์กล้องมือถือแบบได้สาย 
  • สามารถใช้งานร่วมกับ Application เพื่อดีไซน์ภาพหน้าปัดเองได้
  • รองรับภาษาไทย ใช้งานได้นานที่สุด 25 วัน

​Amazfit BIP แบตนาน 45 วันที่สุดของ Smart watch สายประหยัดเพียง 2,590 บาท

​Amazfit BIP

Amazfit BIP จัดว่าเป็น Smart watch สาย Lifestyle อีกหนึ่งตัวจาก Amazfit ที่ราคาน่าคบหา โดยจุดโดดเด่นของมันอยู่ที่ระยะการใช้งานที่ยาวนานที่สุดถึง 45 วัน นับว่าสามรถใช้ได้ต่อเนื่องนานที่สุดในสมาร์ทวอชร หลักพัน แถมอัตราการกันน้ำก็สูงในระดับ IP68 สามารถใช้งานว่ายน้ำได้ แต่ดำน้ำไมได้ และเอาใจสาย Outdoor ด้วย GPS 2 ระบบ เพิ่มความแม่นยำในการ Track ระยะทางต่าง ๆ และ Sensor ที่ครอบคลุมทั้ง Compass Geomagnetic และ Air Pressure หน้าจอ Always-on ที่สามารถเปิดหน้าจอเอาไว้ได้ตลอด และ Reflective Screen หน้าจอที่ชัดแม้จะอยู่กลางแดด

  • จอสี Gorilla Glass 1.28 นิ้ว 176 x 176 Pixel
  • Reflective Screen มองเห็นได้ในที่แสงจ้า
  • กันน้ำ IP68 ลงน้ำได้ลึก 5 เมตรนาน 30 นาที
  • ฟังก์ชั่นออกกำลังกาย 5 แบบ
  • GPS 2 ตัว แม่นยำกว่าตัวอื่น ๆ
  • ไม่รองรับภาษาไทย ใช้งานได้นานที่สุด 45 วัน

​สำหรับสรุปความด้านบนนั้นก็จะเป็นการพูดถึงฟีเจอร์หลัก ๆ ของตัวนาฬิกานั่นเอง แต่โดยพื้นฐานสมาร์ทวอช หลักพันเหล่านี้จะมาพร้อมกับความสามารถในการบันทึก Heart Rate หรืออัตราการเต้นของหัวใจ การเผาผลาญพลังงาน การนอนของผู้สวมใส่รวมไปถึง GPS ที่มีอยู่ในทุก ๆ รุ่นอยู่แล้วจึงไมได้นำมาพูดถึงนั่นเอง โดยทั้ง 5 ตัวก็ถือว่าเป็นที่สุดของ Smart watch ในงบไม่เกิน 2,000 บาท ที่มีจุดแข็งแตกต่างกันออกไปสรุปได้ดังนี้ครับ


Huawei Band 4 – มีฟังก์ชั่นติดตามสุขภาพการนอน เน้นการออกกำลังกายกว่าตัวอื่น ๆ 

Mi band 4 – โดดเด่นที่ฟังก์ชั่นว่ายน้ำ ราคาถูกมีโปรบ่อย ดีไซน์เล็กกระทัดรัด

Honor Band 5 – เหมาะกับคนทำงานใช้เพื่อตรวจสอบปริมาณ ออกซิเจนในเลือด

Fobase Mars - เหมาะกับสายแฟชั่นชอบจอใหญ่ ๆ ตอบแชทง่าย

Elephone W3 – เหมือนกับ Fobase Mars แต่จอเป็น 4 เหลี่ยม ต่างกันที่ดีไซน์

Amazfit BIP – สำหรับคนชอบออกเดินทาง สามารถใช้งาน Outdoor ได้ดี Tracking เส้นทางการเดินทางได้


 สำหรับใครถูกใจนาฬิกาตัวไหนก็อย่าลืมไปจับจองกันได้ใน Mercular.com กันนะครับ !