ลำโพง PA

แสดง 1 – 40 จาก 59

ลำโพง PA คืออะไร

ลำโพง PA หรือชื่อที่ย่อมาจาก ลำโพง Public Address มีความหมายคือ ระบบเครื่องเสียงสำหรับใช้งานกลางแจ้ง หรือที่เรียกว่าระบบ Sound Reinforcement ซึ่งอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ลำโพงขยายเสียงสำหรับใช้ในงานกลางแจ้ง งานแสดงคอนเสิร์ต หรืองานที่มีผู้เข้าร่วมและรับฟังมากมาย โดยจะเป็นระบบที่ช่วยในเรื่องของการขยายเสียงให้ดังครอบคลุมพื้นที่ เพื่อให้ผู้ฟังสามารถรับฟังได้ชัดเจนมากขึ้น โดยลำโพง PA ในปัจจุบันนั้นมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งรูปแบบพกพาสำหรับใช้ในห้องประชุม ห้องเรียน การปราศัยในที่สาธารณะ และการแสดงโชว์เปิดหมวก เป็นต้น โดยผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อและใช้งานได้ด้วยตนเอง และอีกรูปแบบคือเป็นชุดระบบเสียงสำหรับใช้ในงานใหญ่ๆ เช่นงานคอนเสิร์ต หรือในห้องประชุม โดยจะมี Sound Engineer มาทำหน้าที่ในการติดตั้ง ดูแล และตรวจสอบระบบเสียงให้มีความถูกต้องและแม่นยำมากที่สุด ซึ่งสิ่งสำคัญในการเลือกใช้ ลำโพง PA ก็คือการเลือกชนิดของลำโพงให้มีความเหมาะสมกับการใช้งานให้มากที่สุด โดยต้องคำนึงถึงว่าตัวลำโพงมีขนาดที่ใหญ่พอจะขับเสียงออกมาได้ครอบคลุมทั่วทั้งพื้นที่หรือไม่ ให้รายละเอียดเสียงที่ครบถ้วนตามต้องการหรือไม่ นอกจากตัวลำโพงที่ต้องคำนึงแล้ว ส่วนของไมโครโฟนและเครื่องขยายเสียงหรือ Amp ก็เป็นอีก 2 สิ่งสำคัญที่ต้องตรวจสอบและพิจารณาให้ถี่ถ้วนด้วยเช่นกัน โดยส่วนของไมค์ต้องให้แน่ใจว่าจะสามารถรับเสียงได้อย่างคมชัดทุกคำพูด ไม่พลาดทุกการสนทนารวมถึงไม่เกิดอาการเสียงหลุดหรือเสียงหาย และส่วนของภาคขยายเสียงที่ต้องดูให้แน่ใจว่าขับเสียงออกมาได้ดังกระหึ่ม ครบถ้วนทุกย่านเสียง รายละเอียด และครอบคลุมทั้งพื้นที่ ที่สำคัญคือผู้ฟังสามารถรับฟังเสียงได้อย่างครบถ้วนจึงจะถือว่าตอบโจทย์ความเป็น ลำโพง PA ที่แท้จริง


ประเภทหลักๆ ของลำโพง PA มีอะไรบ้าง

เช่นเดียวกับลำโพงทั่วๆ ไป ที่แบ่งประเภทออกเป็น 2 รูปแบบ Active และ Passive ซึ่งทั้ง 2 รูปแบบก็ตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกันดังนี้

ลำโพง PA Active: ระบบการทำงานของลำโพงประเภทนี้ก็จะเหมือนกับลำโพงประเภท Active ทั่วๆ ไป นั่นคือมาพร้อม Amp หรือภาคขยายเสียงภายในตัว สามารถมารถเชื่อมต่อไมโครโฟนแล้วใช้งานได้ทันทีด้วยแบตเตอรี่จากภายในตัวลำโพงสำหรับรุ่นที่เน้นพกพา หรือจะเสียบปลั๊กเพื่อจ่ายไฟในรุ่นที่ไม่มีแบตเตอรี่ภายในตัวก็ได้เช่นเดียวกัน ส่วนมาก ลำโพง PA Active จะเป็นลำโพงประเภทพกพา เน้นการใช้งานที่ง่ายดาย ผู้ใช้สามารถติดตั้งใช้งานได้เอง

ลำโพง PA Passive: ระบบการทำงานภายในของลำโพงประเภทนี้คือออกแบบมาให้ต่อเป็นส่วนเสริมจากภาคขยายเสียง โดยอาจจะใช้ลำโพงเพียงตัวเดียวหรือเชื่อมต่อหลายตัวเข้าไปยังส่วนของ Amp ก็ได้ด้วยเช่นกัน โดยการใช้งานนั้นจะเชื่อมต่อไมโครโฟนเข้าไปยังส่วนของภาคขยายเสียงหรือ Amp จะไม่เชื่อมต่อเข้าไปยังตัวลำโพงโดยตรง เนื่องจากไม่มีภาคขยายเสียงอยู่ภายในตัวลำโพงนั่นเอง โดยการใช้งาน ลำโพง PA Passive จะเน้นในการใช้งานประเภทลำโพงคอนเสิร์ต ลำโพงศูนย์ประชุม หรือลำโพงระบบใหญ่ๆ ที่ต้องขับเสียงดังกว่าปกติ และจำเป็นต้องใช้ลำโพงหลายตัว เนื่องจากการใช้ภาคขยายจากภายนอกจะทำให้สามารถใช้งานภาคขายได้หลากหลายขนาดและเหมาะกับประเภทการใช้งานมากกว่า รวมถึงยังให้อิสระในการเพิ่มลำโพงขับเสียงได้มากกว่า ไปจนถึงรองรับไมโครโฟนได้มากกว่า ลำโพง PA Active ที่มีข้อจำกัดในเรื่องขนาดและสเปคภายในที่เน้นให้มาแบบครบครัน และลำโพง PA Passive นั้นอาจจะต้องมี Sound Engineer มาติดตั้งเพื่อระบบเสียงที่สมบูรณ์แบบและถูกต้อง


องค์ประกอบหลักของลำโพง PA มีอะไรบ้าง

หากจะแบ่งองค์ประกอบของ ลำโพง PA หลักๆ เลยประกอบไปด้วยภาคของเสียงทั้งหมดแบ่งเป็น 3 ภาคด้วยกัน โดยแต่ละภาคจะเป็นการประมวลผลสัญญาณเสียงที่ทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป แบ่งออกได้ดังนี้

1. ภาครับสัญญาณเสียงขาเข้า: การทำงานของภาคเสียงนี้ก็ตามชื่อนั่นคือรับเสียงเข้าจากแหล่งเสียงต่างๆ เช่น เสียงพูดจากไมโครโฟน เสียงเครื่องดนตรี ในการใช้งานพูดประกาศหรือโชว์แสดงคอนเสิร์ต ไปจนถึงแหล่งเสียงอื่นๆ ที่ต้องการขยายเสียงผ่านระบบลำโพง PA เช่น Smartphone เครื่องเล่นเพลง และเครื่องกำเนิดเสียงอื่นๆ เป็นต้น โดย ภาครับสัญญาณเสียงขาเข้า นั้นเรียกอีกชื่อว่า Input นั่นเอง

2. ภาคการแปลงสัญญาณเสียง: สำหรับการทำงานของภาคเสียงนี้ก็คือ การแปลงสัญญาณของเสียงซึ่งก็มีดังภาค Digital และภาค Analog ซึ่งไม่ว่าระบบเครื่องเสียงจะมีขนาดใหญ่หรือเล็กต่างก็ล้วนต้องมีการแปลงสัญญาณเสียงทั้งสิ้น โดยหลักการแปลงสัญญาณจะประกอบไปด้วย Mixer ที่อาจจะทำหน้าที่ในการมิกซ์และผสมเสียงหรืออาจจะรวมอุปกรณ์ประมวลสัญญาณเสียงที่เรียกว่า Signal Processor อยู่ด้วย โดยอาจจะอยู่ภายในตัว Mixer หรืออาจจะเป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงเข้ามาในระบบ และเมื่อผ่านการแปลงสัญญาณและประมวลผลแล้วสัญญาณเสียงก็จะถูกส่งต่อไปยัง ภาคส่งสัญญาณเสียงขาออก

3. ภาคส่งสัญญาณเสียงขาออก: และการทำงานของภาคสัญญาณเสียงขาออกนั้นก็จะเป็นภาคสุดท้ายของระบบเครื่องเสียง โดยจะเป็นการต่อสายสัญญาณไปยังเครื่องขยายเสียง และลำโพง โดยเรียกได้ว่าเป็นปลายทางของการขับเสียงหรือก็คือการปล่อยเสียงไปยังหูของผู้ฟังนั่นเอง โดยจะรวมทั้งเสียงจากไมโครโฟน เสียงเครื่องดนตรี และเสียงที่ผ่านมาจาก Input ทั้งหมดและผ่านภาคการแปลงสัญญาณมาแล้ว โดยเสียงที่ได้รับจะเป็นเสียงที่ออกมาตามที่ผู้ออกแบบระบบนั้นนั้นกำหนดเอาไว้นั่นเอง โดย ภาคส่งสัญญาณเสียงขาออก นั้นเรียกได้อีกชื่อว่า Output นั่นเอง


วิธีการเลือกใช้งานลำโพง PA

ด้านการเลือกใช้งาน ลำโพง PA หลักๆ จะคำนึงถึงจุดประสงค์ของการใช้งานเป็นหลักว่าต้องการแบบที่ใช้งานง่าย พกพาสะดวก ให้เสียงดังในระดับหนึ่ง ก็ควรเลือกซื้อ ลำโพง PA แบบ Active ที่ใช้งานง่าย ขนาดกะทัดรัด เสียบไมค์แล้วใช้ได้ทันที หรือหากต้องการนำไปใช้งานในสถานที่ใหญ่ เช่นงานคอนเสิร์ต งานกลางแจ้ง หรือในศูนย์กีฬาหรือห้องประชุมที่ต้องการใช้ลำโพงขนาดใหญ่เพื่อขับเสียงให้ทั่วถึงและครอบคลุมในทุกพื้นที่ ก็ควรเลือกใช้ ลำโพง PA Passive ขนาดใหญ่ที่ควรมี Sound Engineer ควบคุมและดูแลในการติดตั้ง เพื่อให้ตัวลำโพงสามารถขับเสียงได้ดังและครอบคลุมตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุดนั่นเอง

แนะนำแบรนด์ลำโพง PA

ลำโพง PA ในปัจจุบันมีให้เลือกมากมายจากหลากหลายแบรนด์ โดยแต่ละแบรนด์ก็ล้วนแต่มีเทคโนโลยีที่โดดเด่นเป็นจุดขาย ทั้งการใช้งานที่ง่ายดาย ขนาดที่มีให้เลือกหลากหลาย และแนวเสียงที่ยอดเยี่ยมสมจริง ดังกระหึ่มถึงใจ โดยมีแบรนด์ที่โดดเด่นในปัจจุบันแบบที่บอกได้เลยว่าควรพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ ดังนี้

Bose
Compro
Pioneer
JBL
Focal

แนะนำลำโพง PA ยอดนิยม

และจากแบรนด์ ลำโพง PA ที่มาแนะนำกันนั้น หากคุณกำลังมองหาลำโพง PA ที่มาพร้อมความสามารถแบบครบครันจัดเต็มสักรุ่น แบบที่ใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยมและคุ้มค่าคุ้มราคาทุกบาทกทุกสตางค์ ทาง Mercular.com ก็ขอแนะนำ ลำโพง PA ยอดนิยม ให้เป็นตัวเลือกได้พิจารณาเลือกซื้อกันดังนี้

ลำโพง Bose L1 Pro16 Portable Line Array System Speaker
ลำโพง Compro CO-9400 Speaker
ลำโพง JBL EON610 Speaker
ลำโพง JBL EON ONE
ลำโพง Mackie SRM450v3 Speaker