สายชาร์จ (Charger Cable)

แสดง 1 – 40 จาก 236

ทำความรู้จักกับสายชาร์จกันก่อน

ปัจจุบันนี้สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยนอกจาก สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต นั่นก็คือ สายชาร์จ ถ้าไม่มีแบตเตอรี่อุปกรณ์เหล่านี้ก็จะไม่มีความหมาย ดังนั้นการมีสายชาร์จคุณภาพดีที่ไว้ใจได้คู่กันไว้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม สายชาร์จที่ดี นอกจากจะช่วยชาร์จใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพดีแล้ว ยังสามารถทำหน้าที่ได้มากกว่านั้นอย่างการถ่ายโอนข้อมูลจากโทรศัพท์ไปยังคอมพิวเตอร์นั่นเอง ซึ่งยุคปัจจุบันนี้เองจะได้เห็นได้ว่านอกจากการชาร์จแบบธรรมดาทั่วไปแล้ว ตอนนี้จะเริ่มมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามามีบทบาทยิ่งขึ้น  อย่างการชาร์จแบบ Fast Charging, Quick Charge หรือการชาร์จไวนั่นเอง  ซึ่งนอกจากจะช่วยลดระยะเวลาในการชาร์จแล้ว ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้แก่อุปกรณ์สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตของคุณได้ดีอีกด้วย ดังนั้นการเลือกใช้งานสายชาร์จที่ดีก็ควรเลือกตามการใช้งานให้เหมาะกับอุปกรณ์ที่ใช้จะส่งผลดีที่สุดครับ

สายชาร์จ แบ่งออกเป็นกี่แบบ?

  • 1.สายชาร์จไอโฟน หรือ สายชาร์จ iPhone คือสายแบบหัว USB A to Lightning เป็นสายแบบเดียวกับที่แถมมากับตัวเครื่อง iPhone/iPad รุ่นก่อน ๆ ถือเป็นสายชาร์จที่ได้มาตรฐาน ทั้งเรื่องการชาร์จแบตเตอรี และถ่ายโอนข้อมูล ดีไซน์ของสายนอกจากสีขาวสวยงามแล้ว วัสดุที่ทาง Apple จะเลือกใช้จะเป็นมิตรกับธรรมชาติ แต่หากใช้งานไม่ระมัดระวังก็อาจจะเกิดอาการขาด เหลือง หรือเปื่อยได้ง่าย จึงเป็นเหตุผลให้ สายชาร์จไอโฟนจากแบรนด์ทางเลือกต่างๆ ได้รับความนิยมมากขึ้นนั่นเอง และมีแบบสายแบบ USB C to Lightning ที่รองรับการชาร์จเร็วให้กับ iPhone/iPad ทำให้ช่วยลดระยะเวลาในการชาร์จมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีการพัฒนาตั้งแต่รุ่น iPhone 8 ขึ้นไป สามารถชาร์จแบตเตอรี่สูงสุดได้ 50% ภายในระยะเวลา 30 นาที แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับอะแดปเตอร์แปลงไฟ USB-C ของคุณด้วยว่ารองรับการจ่ายไฟแบบ PD ด้วยหรือไม่

  • 2.สายชาร์จ Type C เป็นสายแบบ USB A to USB C สายชาร์จที่ถูกพัฒนาให้ชาร์จไวขึ้น พร้อมถ่ายโอนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันสาย USB Type-C  ถูกพัฒนามาจนถึงเทคโนโลยีเวอร์ชั่น 3.1 ทำให้การถ่ายโอนไฟล์ข้อมูลได้สูงสุดถึง 10 Gbps มีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • 3.สายชาร์จ Type C to Type C จะมีหัวเป็นพอร์ต USB C ทั้ง 2 ด้าน รองรับทั้งการซิงค์ และการชาร์จไว เป็นสายที่ถือว่าเป็นมาตรฐานสากลที่หลายอุปกรณ์เลือกใช้ทั้งระบบที่เป็น Android, Laptop, MacBook ตัวสาย Type C จะสามารถถ่ายโอนข้อมูล และนำประจุไฟฟ้าได้ดีรวดเร็วกว่าสายชาร์จแบบ Micro USB ดังนั้นหลายแบรนด์ชั้นนำจึงหันมาให้ความสนใจในการผลิตสายประเภทนี้กันมากขึ้น เพื่อจะช่วยลดระยะเวลาในการชาร์จได้เร็วมากยิ่งขึ้น

  • 4.สายชาร์จ Micro USB ถือได้ว่าเป็นสายชาร์จที่รองรับการใช้สำหรับระบบ Android ทั่วไป รวมไปถึง Window Phone ต่างๆ ที่รองรับการชาร์จ สามารถถ่ายโอนข้อมูลได้อีกด้วย แต่ในปัจจุบัน Smartphone เหล่านี้ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยนิยมเลือกใช้กันมากเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะมีอุปกรณ์จำพวก ลำโพงบลูทูธ, หูฟังบลูทูธ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่ไม่ต้องการกำลังไฟในการชาร์จเร็วมากที่ยังเลือกใช้สายประเภทนี้อยู่ ราคาจึงไม่ค่อยสูงมากเมื่อเทียบเท่ากับสายชาร์จไวที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ครับ

  • 5.สายชาร์จ 3 in 1 / สายชาร์จ 2 in 1 เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสายชาร์จที่ทำงานได้แบบมัลติฟังก์ชันเพราะนอกจากจะสามารถชาร์จแบตเตอรีได้แล้ว ยังสามารถซิงก์ข้อมูลจากสมาร์ทโฟนของคุณไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ได้อีกด้วย สายแบบ USB A ที่มีพอร์ตอีกฝั่งที่สามารถเปลี่ยนได้หลายหัวทั้ง USB C, Lightning และ Micro USB ถือว่าเป็นสายที่คุ้มค่าพกแค่สายเดียวก็ใช้งานได้ค่อนข้างหลากหลาย เหมาะกับคนที่มี Smartphone/Tablet ที่มีช่องชาร์จต่างกันคนละแบบ

  • 6.สายชาร์จอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีสายชาร์จอื่น ๆ ที่ออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์บางอย่างโดยเฉพาะ เช่น สายชาร์จ Apple Watch เป็นสายชาร์จแบบแม่เหล็กสำหรับ Apple Watch ที่ไม่สามารถใช้งานร่วมกับสายชาร์จประเภทอื่นๆ ได้เลยครับ 

 



เลือกสายชาร์จยังไงให้เหมาะกับอุปกรณ์?

  •  - เลือกจากพอร์ตหรือขั้วชาร์จที่รองรับ ก่อนจะเลือกซื้อสายชาร์จทุกครั้ง ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่า สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตที่เราใช้อยู่นั้นเป็นพอร์ต หรือขั้วแบบไหนเพื่อให้ชาร์จใช้งานได้ถูกต้อง นอกจากนี้ส่วนหัวพอร์ตชาร์จ หรือฉนวนส่วนที่หุ้มสายชาร์จก็ต้องเลือกที่มีการใช้วัสดุคุณภาพดี ช่วยถนอมสายชาร์จให้ได้นานที่สุด ทำให้หัวพอร์ตไม่หักง่าย และไม่เกิดไฟรั่วอีกด้วยครับ  

  •  - เลือกจากการจ่ายไฟของสายชาร์จ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะได้การชาร์จแบตเตอรี่ได้เร็วแล้ว การถ่ายโอนข้อมูลก็ไวขึ้นด้วยเช่นกัน ส่งผลให้ประหยัดเวลาได้มากขึ้น ซึ่งระบบการชาร์จไวในปัจจุบันมีค่อนข้างหลากหลายไม่ว่าจะเป็น Fast Charging, Quick Charge หรือ จ่ายไฟแบบ PD  ดังนั้นการเลือกสายชาร์จที่ดีควรเลือกใช้งานให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีการชาร์จที่สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ของเรารองรับเพื่อให้ชาร์จแบตเตอรี่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

  • - เลือกจากวัสดุของสายชาร์จ สายชาร์จส่วนใหญ่จะเลือกใช้วัสดุอยู่ 2 ชนิดหลักๆ คือ วัสดุที่ทำจากพลาสติก หรือยาง TPE และวัสดุเชือกถักไนล่อน ความแตกต่างระหว่าง 2 วัสดุนี้คือเรื่องของความแข็งแรง ดีไซน์ความสวยงาม ความทนทานที่แตกต่างกัน ดังนั้นขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนเลยว่าชอบสายชาร์จวัสดุประเภทไหนครับ


สายชาร์จหุ้มพลาสติกกับสายแบบถักต่างกันยังไง?

สายชาร์จที่หุ้มด้วยวัสดุพลาสติกแข็ง หรือยาง TPE ส่วนใหญ่จะมีความยืดหยุ่นสูง และเป็นที่นิยมใช้กันมากที่สุด  ส่วนสายแบบถักจะใช้วัสดุที่เป็นเชือกถักไนล่อนจะมีความแข็งแรง และบิดงอได้มากกว่าแบบพลาสติก ส่วนราคาก็มีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน ขึ้นอยู่กับว่าแบรนด์นั้นมีการเลือกใช้เทคโนโลยีชาร์จไวสำคัญอะไรมารองรับ และได้รับมาตรฐาน MFI หรือไม่ เป็นต้น

สายชาร์จแบบหุ้มพลาสติกเหมาะกับใคร?

สายชาร์จประเภทนี้ เหมาะสำหรับคนที่ชอบสายชาร์จที่มีความแข็งแรง หรือดีไซน์เหมือนสายชาร์จแท้ สายประเภทนี้จะหาซื้อค่อนข้างง่าย ดีไซน์ก็มีเลือกค่อนข้างหลากหลาย ทั้งแบบสายกลม สายชาร์จแบบเส้นกลมจะมีความยืดหยุ่นสูง แต่ความทนทานอาจจะไม่สูงมากนัก และสายแบน สายชาร์จเส้นแบน ขาดยาก ไม่พันกัน เหมาะกับการพกพา

สายชาร์จแบบถักเหมาะกับใคร?

สายชาร์จแบบไนล่อนทักเหมาะสำหรับ คนที่ชอบเจอปัญหาสายชาร์จพันกัน เกะกะ หรือไม่มีเวลาดูแลรักษาสายชาร์จมากนัก สายชาร์จแบบถักจะมีความแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ ตัวสายสามารถบิดงอได้ไม่ต้องกลัวสายหัก หรือขาด เพราะเป็นการผลิตแบบถักเกลียว ไม่ค่อยเจอปัญหาสายชาร์จขาดให้เห็น ซึ่งบางแบรนด์ยังเน้นเรื่องสีสันความสวยงามทำให้สายประเภทนี้ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน

ทำไมต้องเลือกซื้อสายชาร์จที่ได้มาตรฐาน?

หากเลือกใช้งานสายชาร์จที่มีคุณภาพตํ่า ข้อเสียมักจะตามมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นการทำให้เกิดไฟกระชาก ส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อม หรือชาร์จใช้งานเท่าไหร่ก็ชาร์จไม่เต็ม ดังนั้นการเลือกใช้สายชาร์จที่มีมาตรฐานจะมาพร้อมกับประสิทธิภาพในการชาร์จ ถ่ายโอนข้อมูลที่ดีพร้อมทั้งช่วยปกป้องสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ของเราให้ปลอดภัย นอกจากนี้ควรจะเลือกสายชาร์จที่มีการรับประกันตัวสินค้าจะทำให้มั่นใจว่าได้สินค้าที่ไว้ใจได้น่าเชื่อถือ จะส่งผลให้ใช้งานสายชาร์จได้นานยิ่งขึ้นครับ

สายชาร์จแบรนด์แนะนำ มีแบรนด์ไหนบ้าง?

เพราะเทคโนโลยีทุกวันนี้ถูกพัฒนาอย่างรวดเร็ว หลากหลายแบรนด์จึงหันมาให้ความสนใจในการผลิตสายชาร์จกันมากขึ้น นอกจากจะมีเทคโนโลยีการชาร์จเร็วมาเป็นจุดขายแล้ว ในเรื่องของดีไซน์ก็เป็นสิ่งที่ผู้ผลิตเองหันมาให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ชั้นนำอย่าง Energea, Belkin, Unitek, Remax, Energea, Nomad, Anker และ Aukey เป็นต้น ซึ่งแบรนด์เหล่านี้มักเป็นที่นิยมคุณภาพดี ปลอดภัยไว้ใจได้อย่างแน่นอนครับ

สรุป : ทำไมสายชาร์จถึงเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์เสริมที่จำเป็น

สายชาร์จถือว่าเป็น อุปกรณ์เสริมมือถือ ที่สำคัญไม่ต่างไปจากการสวมใส่เคสเลย เพราะสมาร์ทโฟน และแท็บแล็ต ถือว่าเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิตในแต่ละวัน ไม่ว่าจะใช้ในการติดต่อสื่อสาร เช็คข้อมูลข่าวสาร ดูสื่อบันเทิงออนไลน์ รวมไปถึงทำงาน เป็นต้น  ซึ่งในปัจจุบันดีไซน์ ฟังก์ชันของสายชาร์จมีค่อนข้างหลากหลายให้เลือกใช้ มีตั้งแต่ราคาย่อมเยาไปจนถึงราคาสูง ขนาดความยาวของสายก็มีให้เลือกมากมาย ดังนั้นการเลือกสายชาร์จที่มีคุณภาพดี จะส่งผลให้ใช้งานได้นาน ดังนั้นเลือกสายชาร์จให้เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด จะทำให้เกิดความคุ้มค่า ใช้งานได้นาน ไม่เสียเงินฟรีอย่างแน่นอนครับ